หุ้น(ไหน)ได้-เสีย เมื่อน้ำมันขาขึ้น

Wealthy Thai อัพเดต 25 ก.ย 2562 เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 25 ก.ย 2562 เวลา 10.57 น. • wealthythai
หุ้น(ไหน)ได้-เสีย เมื่อน้ำมันขาขึ้น

ราคาน้ำมันเป็นอะไรที่ ไม่สามารถควบคุมได้ และก็ไม่สามารถคาดเดาได้อย่างแม่นยำ เพราะเราไม่รู้ว่า วันพรุ่งนี้ จะเกิดปรากฏการณ์อะไรอีก ที่ทำให้ราคาน้ำมันผันผวน อย่างเช่น เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นในคลังน้ำมันขนาดใหญ่ในประเทศซาอุดิอาระเบีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งกว่า 10% ในช่วงที่ผ่านมา
โดยราคาน้ำมันนั้น จะปรับขึ้น-ลง ก็ต้องมีผลต่อหุ้นในอุตสาหกรรม ทั้งพลังงาน โรงกลั่น ปิโตรเคมี ทั้งสิ้น บางหลักทรัพย์ ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ถือเป็นปัจจัยบวก แต่บางหลักทรัพย์ที่มีต้นทุนเป็นน้ำมัน หากราคาน้ำมันลงแรง ก็ถือเป็นปัจจัยบวกเช่นกัน
ขณะที่ล่าสุดรายงานข่าวว่า ซาอุดิอาราเบียจะกลับมาผลิตน้ำมันได้เต็มประสิทธิภาพปลายเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งเร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดย เจ้าชายอับดูลาซิซบิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงาน แจ้งว่าการผลิตน้ำมันดิบของซาอุฯ จะฟื้นตัวทั้งหมด 10 ล้านบาร์เรล ภายในสิ้นเดือนนี้และแตะระดับ 12 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในสิ้นเดือน พ.ย. รวมทั้งความตึงเครียดในตะวันออกกลางนั้น สถานการณ์ยังผ่อนคลายลง หลังจากปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า เขาไม่ต้องการทำสงครามกับอิหร่านแม้ว่าสหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีซาอุฯ
บล. เคที ซีมิโก้ จำกัด มองว่า ราคาน้ำมันดิบกลับมาปรับลดลงอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและปิ โตรเคมี แต่เป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มขนส่ง รับเหมาฯ ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด มองว่า downside ราคาน้ำมันจำกัด โดย Brent น่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 60-70 เหรียญต่อบาร์เรล เนื่องจากซาอุดิอาราเบียต้องการรักษาระดับราคาน้ำมันเพื่อนำ Saudi Aramco เข้าตลาดในช่วงปลายปีนี้
บล.กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองว่า ประเด็น ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 3.56 ดอลลาร์ (-5.7%) ปิดที่ 59.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งการลดลงของราคาน้ำมันดิบนั้น จะเป็น Sentiment ลบต่อหุ้นที่ได้ผลบวกในช่วงก่อนหน้า โดยเฉพาะ PTTEP 
จากการสำรวจของ Wealthy พบว่าหลักทรัพย์ที่ได้ประโยชน์โดยตรงเมื่อราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มบริษัทน้ำมัน ปิโตเคมีฯ และโรงกลั่น ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  หรือ PTT บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) SPRC และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) BCP ส่วนกลุ่มที่ได้รับปัจจัยลบ จากกรณีราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ กลุ่มสายการบิน กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มรับเหมาฯ และกลุ่มขนส่ง (Logistic)
บล. โนมูระ พัฒนสิน มองว่า กำลังการผลิตน้ำมันดิบและก๊าซฯที่กลับมาบางส่วนจะส่งให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงในระยะสั้น (ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลงราว 6% ในวันที่ 18 ก.ย.62 จากวันก่อนหน้า) อย่างไรก็ตามประเด็นขัดแย้งที่อาจยืดเยื้อในพื้นที่ Middle east ยังเป็นความเสี่ยงสำคัญ ทั้งนี้มุมมองต่อหุ้นในกลุ่มเป็นดังนี้

 

 

น้ำมันร่วง กระทบกลุ่มต้นน้ำ

โดยมีมองลบต่อกลุ่มต้นน้ำ หรือ PTTEP จากกำลังการผลิตน้ำมันและก๊าซฯที่กลับมาเร็วส่งให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ซึ่งภายใน 30 วัน หาก spare capacity ทั่วโลกเข้ามาเสริม ประกอบกับกำลังการผลิตของ Saudi Aramco กลับมาได้ตามเป้า อาจทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงได้อีก ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันดิบอยู่ในกรอบไม่เกิน 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และกดดันให้ราคาหุ้น PTTEP ที่ปรับเพิ่มตั้งแต่วันที่ 16ก.ย.62 (Brent ขึ้นไปสุงสุดที่ 71.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล) มีแรงกดดัน  
ทั้งนี้ยังคงคาดทุกๆราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่ม/ลด 1ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นระยะเวลา 2 ปี (2562-2563) จะกระทบราคาเป้าหมายในปีหน้า ของ PTTEP ราว 0.4 บาท/หุ้น หรือราว +0.3% และคงมุมมองที่ spare capacity ที่อาจมีเหลืออยู่ จาก กลุ่ม OPEC ราว 2.-3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน (อ้างอิง EIA และ IEA) รวมถึงการกลับมาผ่อนคลายการคว่ำบาตรอิหร่าน และเวเนซุเอล่าของสหรัฐฯ (โอกาสเกิดขึ้นน้อย) ที่อาจเพิ่ม supply ให้ได้ราว 1-2 ล้านบาร์เรลต่อวัน (อ้างอิง Reuters)
นอกจากนี้ยังมี supply ที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯในไตรมาส 4/2562จากท่อที่เชื่อมต่อระหว่าง Permian และ Eagle Ford มาสู่ท่าเรือ Corpus Christi และ US Gulf Coast คาดขนส่งน้ำมันดิบเพิ่มได้ราว 2-3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ดังนั้นยังคงมุมมอง หากราคาปรับขึ้นจนเลย ราคาเป้าหมายในปีหน้า  ของเราที่ 141 บาท/หุ้น (สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบ 2562-2563 ที่ 63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ) ไปเราแนะนำผู้ลงทุนทยอยขายทำกำไร
ขณะเดียวกันยังมองปัจจัยบวกจาก stock gain (ทางบัญชี) ราคาน้ำมันดิบ (เฉลี่ยเดือน ก.ย.) ปรับขึ้นจะยังอยู่ แต่น่าจะสะท้อนไปแล้ว จากราคาที่ปรับขึ้นของกลุ่มโรงกลั่น (TOP, SPRC, BCP) สวนทาง Singapore Refinery Margin ที่ปรับตัวลง 2.5% มาที่ 8.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในวันที่ 16 ก.ย.62 จากวันก่อนหน้า (13 ก.ย.62) ที่ 8.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และปัจจยลบในระยะสั้นต่อกลุ่มโรงกลั่น จากต้นทุนน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นอาจไม่รุนแรงเท่าที่เรากังวล โดยคาด BCP จะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก supply จากซาอุฯ ที่ลดลงน้อยสุดจากบริษัทไม่ได้ซื้อน้ำมันจากซาอุฯ

 

“เมื่อเราตัดสินใจเล่นกับ “น้ำมัน” ซึ่งนักลงทุนชอบเข้ามาเก็งกำไรกันเอาตอนที่ราคาน้ำมันขาขึ้น ที่เชื่อกันว่าจะทำกำไรให้เรามากมายมหาศาลนั้น แต่อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ราคาน้ำมัน เราไม่สามารถคาดเดาได้อย่างแม่นยำ ว่าพรุ่งนี้มันจะเป็นอย่างไร จึงถือเป็น ปัจจัยความเสี่ยงที่นักเก็งกำไรต้องคำนึงถึงตลอดเวลา”

ดูข่าวต้นฉบับ