หวั่นเหตุโดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันใหญ่ในซาอุดีอาระเบีย กระทบปริมาณน้ำมันโลก

The Momentum อัพเดต 16 ก.ย 2562 เวลา 06.32 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2562 เวลา 03.50 น. • THE MOMENTUM TEAM

โดรน 10 ลำจากกลุ่มฮูติในเยเมนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย 2 แห่งเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา เหตุระเบิดกระทบกับปริมาณน้ำมันครึ่งหนึ่งของซาอุดีอาระเบีย และทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันทั้งโลกลดลง 5% แหล่งน้ำมันและท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียเป็นเป้าหมายของกลุ่มกบฏมาหลายปีแล้ว ส่วนใหญ่จะใช้โดรนลำเดียว นักวิเคราะห์บอกว่า ครั้งนี้เป็นครั้งใหญ่ที่สุดและประสบความสำเร็จที่สุด

ขณะนี้เหตุเพลิงไหม้ที่เมืองอับกอยก์ (Abqaiq) และที่คูราอิส (Khurais) สงบแล้ว โฆษกของกลุ่มฮูติของเยเมนที่ออกมาอ้างความรับผิดชอบของปฏิบัติการครั้งนี้เปิดเผยว่า ปฏิบัติการของกลุ่มจะขยายออกไปอีก ตราบใดที่ระบอบซาอุดีอาระเบียยังคงปิดกั้นและก้าวร้าวต่อเยเมน

เหตุโจมตีครั้งนี้เพิ่มความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย ไมค์ ปอมเปอี รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกาไม่เชื่อว่า เหตุโจมตีครั้งนี้เป็นฝีมือจากเยเมน เพราะไม่มีหลักฐาน เขายังกล่าวหาว่าอิหร่านโจมตีแหล่งพลังงานของโลก ส่วนรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียบอกว่า การโจมตีครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเฉพาะที่พื้นที่สำคัญของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งน้ำมันของโลก ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจโลก

โรงกลั่นน้ำมันอับกอย มีบริษัทอารัมโกของรัฐบาลเป็นเจ้าของ เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นที่รวบรวมน้ำมันจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศมาเก็บไว้ ก่อนส่งออกไปยังประเทศอื่น

จากตัวเลขของโอเปคระบุว่าปริมาณการผลิตน้ำมันโดยปกติของซาอุดีอาระเบียอยู่ที่วันละ 9.8 ล้านบาร์เรล
การโจมตีครั้งนี้ลดกำลังการผลิตลง 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นผลผลิตครึ่งหนึ่งของประเทศ และ 5% ของการผลิตทั้งโลก รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานกล่าวว่า บริษัทขอเวลา 2 วันเพื่อฟื้นฟูกำลังการผลิตน้ำมัน และจะแจ้งข้อมูลต่อสาธารณะ

ซาอุดีอาระเบียเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกคิดเป็น 10% ของน้ำมันทั่วโลก ที่ผ่านมาได้ปรับลดกำลังการผลิตลงตามข้อตกลงร่วมกันในกลุ่มโอเปคเพื่อทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น สำนักงานพลังงานสากล (IEA) กล่าวถึงสถานการณ์ของซาอุดีอาระเบียว่า หากเหตุระเบิดในซาอุดีอาระเบียยืดเยื้อ แหล่งน้ำมันของอิหร่านที่ถูกคว่ำบาตรอยู่มีศักยภาพพอที่จะชดเชยได้ แต่ท่าทีของทรัมป์ที่เพิ่มแรงกดดันอย่างหนักต่ออิหร่าน ก็มีความเสี่ยงว่าราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้น

บริษัทอารัมโกอยู่ในช่วงเตรียมเสนอขายหุ้น IPO ของบริษัท นักวิเคราะห์มองว่า เหตุที่เกิดขึ้นจะทำให้มูลค่าหุ้นของบริษัทที่จะเปิดขายลดลงต่ำกว่าที่คาดไว้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลุ่มฮูติอยู่เบื้องหลังการโจมตีท่อส่งน้ำมัน คลังน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ของซาอุดีอาระเบียมา ช่วงเวลาเดียวกับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา

 

ที่มา:

https://www.theguardian.com/world/2019/sep/15/drone-attack-on-saudi-hits-global-supply

https://edition.cnn.com/2019/09/14/business/saudi-oil-output-impacted-drone-attack/index.html

https://www.voanews.com/middle-east/saudi-arabia-drone-attacks-halted-half-its-oil-production

ภาพ: FAYEZ NARELDINE/ AFP

ดูข่าวต้นฉบับ