หลากหลายบทบาทของ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และชีวิตอิสระที่เลือกได้

OK Magazine Thailand เผยแพร่ 14 พ.ย. 2562 เวลา 06.20 น.
หลากหลายบทบาทของ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และชีวิตอิสระที่เลือกได้
หลากหลายบทบาทของ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และชีวิตอิสระที่เลือกได้

เพิ่งจะจบจากละคร เพลิงรักเพลิงแค้น ไปหมาดๆ พระเอกมาดเข้ม บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ก็เตรียมเปิดกล้องละครเรื่องใหม่ เพลิงบาปอยุติธรรม ต่อทันที สำหรับละครเรื่องนี้เป็นแนวดราม่าที่เจ้าตัวต้องโชว์ฝีมือการแสดงอย่างเข้มข้น “ผมรับบทเป็นหมอที่ติดคุกมาแล้ว 11 ปี เป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะจบหมอ แต่ว่าโดนใส่ร้าย ทำให้ต้องไปติดอยู่ในคุก จนวันหนึ่งมีคนมาช่วยให้ออกมาได้ ก็เลยตามล้างแค้นกับคนที่ทำให้ติดคุก ซึ่งมีเรื่องราวซับซ้อนน่าติดตาม ละครเรื่องนี้เป็นละครรีเมกจากต่างประเทศครับ” นอกจากเรื่องของการแสดง บอยยังรับหน้าที่เป็นพิธีกรรายการ Davinci เกมถอดรหัส ซีซั่น 2 เป็นหุ้นส่วนร้านอาหารอีก 2 ร้าน และล่าสุดกับบทบาท AIA Unit Linked Ambassador ตัวแทนคน รุ่นใหม่ที่เลือกซื้อประกันชีวิตควบการลงทุน ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างอิสระแบบคนยุคปัจจุบัน ครั้งนี้นอกจากบอยจะมาเป็นนายแบบให้กับ OK! แล้ว เขายังมาแชร์รูปแบบการใช้ชีวิตในบทบาทต่างๆ ทั้งหน้าที่การงาน หัวหน้าครอบครัว กิจกรรมสุดโปรด รวมถึงเรื่องหัวใจที่ยังไม่มีใครจับจองอีกด้วย

บอยเป็นคนที่มีหลายบทบาทในชีวิต นอกจากนักแสดง ยังเป็นพิธีกร ทำธุรกิจ และเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วย มีการบาลานซ์บทบาทต่างๆ ให้ไปพร้อมๆ กันได้อย่างไร

หลักๆ ของผมคือทำงานในวงการบันเทิง แล้วก็ทำธุรกิจแซมๆ ไปด้วยเป็นเหมือนอาชีพเสริม ซึ่งเรื่องธุรกิจที่ผมทำก็เพื่อเป็นการหาความรู้และหาประสบการณ์มากกว่า เผื่อว่าในวันข้างหน้าถ้าต้องทำเองจะได้ทำเป็น ผมไม่ได้เข้าไปเต็มตัวขนาดนั้น เพราะเรามีหุ้นส่วนด้วย แต่ก็ได้เรียนรู้ว่าการทำธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหารต้องทำอะไร แก้ไขปัญหายังไง ส่วนอีกพาร์ตหนึ่งที่สำคัญกับผมคือเรื่องครอบครัว เรื่องนี้เป็นสิ่งที่บ้านผมปลูกฝังและให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือเราต้องมีเวลาให้กัน มีความเป็นห่วงเป็นใย คอยโทรหากัน คนในครอบครัวจะต้องนึกถึงกันตลอด ถึงแม้เวลาส่วนใหญ่ของเราจะอยู่ที่หน้าที่การงาน แต่ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไร เราก็ให้เวลากับครอบครัว แต่ถ้าจะให้บาลานซ์ให้ทุกเรื่องเท่าๆ กัน เช่น อาทิตย์หนึ่งแบ่งเป็นงาน 80 เปอร์เซ็นต์ ครอบครัว 20 เปอร์เซ็นต์ แบบเท่ากันทุกอาทิตย์ผมยังทำไม่ได้ แต่จะเป็นการเรียงลำดับความสำคัญมากกว่า

*พอเราโตขึ้น เรื่องหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการบริหารการเงินของตัวเอง อย่างบอยมีการบริหารการเงินส่วนตัวอย่างไร *

ก่อนหน้านี้ผมให้แม่เป็นคนดูแล ถึงตอนนี้แม่ก็ยังดูแล เหมือนเดิม แต่เราก็เข้ามามีส่วนรับรู้ ช่วยตัดสินใจ บางส่วนเราก็ต้องดูแลด้วยตัวเองมากขึ้น อย่างแรกเลยคือเรื่องการออมเงินเพื่อวันข้างหน้า เพื่อความมั่นคงในครอบครัว นอกจากการออมเงินแล้ว อีกส่วนที่ผมเข้ามามีส่วนในการตัดสินใจมากขึ้นคือการซื้อประกันชีวิตให้กับตัวเองและคนในครอบครัวครับ

ล่าสุดบอยมาเป็นแอมบาสเดอร์ AIA Unit Linked ด้วย เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าน่าสนใจอย่างไรบ้าง

ถ้าพูดแบบง่ายๆ ประกันชีวิตคือเรื่องของความคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ โรคร้ายแรง หรือทุพพลภาพ Unit Linked ก็เช่นกัน เป็นประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองกับลูกค้า แต่ในขณะเดียวกันก็มีเงินบางส่วนไปลงทุนในกองทุนรวมด้วยเพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้นในระยะยาว จุดเด่นอีกอย่างคือเรื่องของความเป็นอิสระในการเลือกที่จะเพิ่มหรือลดการคุ้มครองชีวิตเมื่อไรก็ได้ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการด้านความคุ้มครองในแต่ละช่วงชีวิต ในขณะเดียวกันก็สามารถปรับเปลี่ยนสัดส่วนกองทุนต่างๆ ที่ลงทุนไปว่าจะลงทุนกี่กอง กองนี้กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการลงทุนตรงนี้ดีในแง่ที่ว่าทำให้เราได้มีความรู้ มีประสบการณ์ในการลงทุนมากขึ้น โดยทาง AIA ก็จะมีคนคอยให้คำแนะนำทางด้านนี้อยู่ด้วยครับ

*ประกันชีวิตตัวนี้สะท้อนความเป็นตัวตนของบอยอย่างไรบ้าง *

สะท้อนความเป็นคนรักอิสระของผมครับ เพราะผมหรือใครๆ ต่างก็ชอบความยืดหยุ่น โดยเฉพาะผู้บริโภคสมัยนี้เขาก็จะชอบความอิสระ เลือกได้ตามที่ใจต้องการ ซึ่งประกันชีวิตตัวนี้ตอบโจทย์แน่นอน เพราะในสังคมเราเวลานี้อะไรๆ ก็ค่อนข้างเร็ว หลายๆ อย่างแปรผันได้ ผู้บริโภคเลยชอบสินค้าที่ยืดหยุ่นได้ และกลุ่มของผู้ลงทุนในยุคนี้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มคนที่มีอายุอย่างเดียวแล้ว เพราะเด็กๆ หรือวัยรุ่นก็สนใจ และหาความรู้ในเรื่องการลงทุนมากขึ้นด้วย เรียกว่าเป็นประกันชีวิตที่ตอบโจทย์ผู้คนทุกกลุ่มครับ  

แล้วสำหรับประกันชีวิต ‘เอไอเอ อิสระ พลัส’ (AIA Issara Plus) ทำให้บอยมีอิสระในการประกอบอาชีพอย่างไรบ้าง

ด้วยงานที่ผมทำไม่ใช่งานประจำ ดังนั้น ถ้าเกิดเจ็บไข้หรือเกิดเหตุการณ์อะไรที่มีผลกระทบกับการทำงาน ไม่มีรายได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง จ่ายเบี้ยประกันไม่ได้ในปี ผมสามารถหยุดพักชำระเบี้ยได้ แต่ความคุ้มครองในชีวิตก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม เรียกว่านี่เป็นจุดเด่นอีกจุดหนึ่งของ AIA Issara Plus เป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ AIA Unit Linked เลยครับ

แล้วบอยเคยวางแผนไว้ไหมว่าอีก 5-10 ปีข้างหน้า อยากจะมีชีวิตแบบไหน

ผมเป็นคนที่อยากเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ตลอด ซึ่งอาจยังอยู่ในวงการบันเทิงเหมือนเดิม แต่อาจจะแตกแขนงออกไป อย่างเช่น ตอนนี้เริ่มทำงานพิธีกร ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่งานหลักของผม แต่ก็เป็นสิ่งที่เข้ามาเติมไฟในการทำงาน เป็นความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ผมไม่ได้เบื่อการเล่นละครนะครับ เพียงแต่ถ้ามีอะไรใหม่ๆ เข้ามาก็ทำให้เรารู้สึกมีพลังในการทำงานมากขึ้น หรือในอนาคตอาจไปทำงานเบื้องหลัง แต่ก็ยังกำหนดไม่ได้ว่าจะอีก 5 ปี หรืออีก 10 ปีข้างหน้า ต้องดูด้วยว่าอายุหรือวุฒิภาวะการทำงานของเราเหมาะสมที่จะทำงานเบื้องหลังหรือยัง ต้องดูจังหวะและดูโอกาสครับ  

*ตอนนี้บอยมีวิธีการเลือกรับงานอย่างไรบ้าง *

ความจริงก็เป็นวิธีการรับงานตั้งแต่ตอนต้นนะครับ ทุกวันนี้งานที่รับต้องเป็นงานที่ไม่เกินความสามารถที่จะทำได้ เป็นงานที่ทำแล้วรู้สึกแฮปปี้ มีความสุข แค่นั้นเอง ไม่ได้มีอะไรมากมาย ถึงแม้ว่าผมจะชอบทำอะไรใหม่ๆ แต่ว่าก็ต้องประมาณตัวเองด้วยว่างานที่จะเข้ามาให้ทำ เราทำได้หรือเปล่า เช่น ถ้ามีงานติดต่อเข้ามาเป็นละครเวที เดอะมิวสิคัล ผมก็บอกว่าทักษะการร้องเพลงของผมคงไม่สามารถไปถึงระดับละครเวทีได้หรอกครับ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากทำหรือไม่พยายาม แต่รู้ตัวถ้าทำไปอาจผิดที่ผิดทางก็ได้ เราเลือกทำอะไรที่รู้สึกว่าสามารถทำได้จริงๆ ดีกว่า

*ถ้าอย่างนั้นกับงานแสดง บทบาทที่อยากแสดงในเวลานี้เป็นบทแบบไหน *

หลายคนมักคิดว่าผมชอบเล่นบทคอมเมดี้ แต่ความจริงแล้วผมชอบเล่นแนวดราม่ามากๆ และเคยคิดว่าอยากเล่นบทดราม่าหนักๆ เช่น ชีวิตรันทด เกิดเรื่องราวในชีวิตมากมายที่ทำให้ต้องดิ้นรน ต้องสู้ ซึ่งความจริงแล้วเรื่อง เพลิงบาปอยุติธรรม ที่ผมกำลังจะเล่นก็ค่อนข้างเป็นดราม่าเต็มตัวเลย และเป็นเรื่องราวความแค้นที่อยู่ข้างในตัวเรา ผมว่าตัวละครตัวนี้น่าสนใจมากๆ และเป็นเรื่องที่ผมรอเล่นอยู่เหมือนกัน หรืออย่างเรื่อง เลือดมังกร ตอน หงส์ ผมก็ชอบครับ เพราะเล่นเป็นบอดี้การ์ดผู้ต่ำต้อย ที่ชอบเพราะบทนี้ดราม่าหนัก แล้วก็เป็นตัวละครที่มีหลายมิติ ไม่ต้องพูดเยอะ แต่มีอะไรข้างในใจตลอด บทบาทในเรื่องนี้ท้าทายความสามารถของผมมากเลยครับ

ถ้าแบ่งชีวิตบอยออกเป็นพาร์ตใหญ่ๆ จะมีกี่พาร์ต และให้ความสำ*คัญกับแต่ละพาร์ตอย่างไร *

มีทั้งหมด 3 พาร์ตครับ คือการทำงาน ครอบครัว และชีวิตส่วนตัว ถ้าเป็นเรื่องงาน อย่างแรก คือก่อนที่เราจะทำงานอะไรก็ตาม จะต้องผ่านความรู้สึกว่าเราอยากทำก่อน ถ้าในเมื่อเราอยากทำแล้วก็ต้องเต็มที่กับสิ่งนั้น ไม่ใช่ว่าทำไปแล้วเบื่อและทิ้งไป คือถ้าเราเต็มที่ก็จะเอ็นจอยกับเรื่องที่ทำไปเอง แล้วก็ทำให้เราอยากกลับมาทำอีก มันเชื่อมโยงเป็นวงกลมกันน่ะครับ คือ อยากทำ ตั้งใจ และเอ็นจอย ซึ่งถ้าหักเวลาทำงานออกไปก็จะเป็นเวลาครอบครัวและเวลาส่วนตัว อย่างครอบครัวคือทุกอย่างของเรา เป็นกลุ่มคนสำคัญ เป็นความสุข เราไปไหนกับครอบครัวก็ได้ แฮปปี้ทั้งนั้น แล้วก็มาเรื่องชีวิตส่วนตัว ซึ่งถ้าผมมีเวลาแล้วไม่ได้ไปไหนกับครอบครัว เวลานั้นก็จะกลายเป็นเวลาส่วนตัวของผม เราก็จะไปทำอะไรที่ชอบ และอยากทำ

ตอนนี้กิจกรรมอะไรที่บอยทำแล้วแฮปปี้ที่สุด

นวดครับ ผมเป็นคนที่ชอบนวดมาก เป็นอะไรที่ผ่อนคลายที่สุด (หัวเราะ) แต่ก็มีกิจกรรมอย่างอื่นที่ทำแล้วแฮปปี้ด้วย เช่น ทุกวันนี้ผมติดการเข้ายิม ออกกำลังกาย เพราะคงเข้าจนเป็นนิสัย ถ้าช่วงไหนไม่ได้เข้าจะรู้สึกหงุดหงิด ถ้าเข้ายิมแล้วจะรู้สึกสบายตัว หรือการเล่นเวคบอร์ดก็ทำให้เรารู้สึกสนุก ซึ่งก่อนหน้านี้ กีฬาแนวเอ็กซ์ตรีมไม่ใช่กีฬาที่ใกล้ตัวเราเลย กีฬาที่ผมเล่นจะเป็นกีฬาทั่วไป เช่น เตะบอล ตีปิงปอง ตีแบดมินตัน จนวันหนึ่งมีเพื่อนชวนไปเล่นเวคบอร์ด ก็ลองไปเล่นดู เพราะคิดเอาเองว่าล้มบนน้ำคงไม่เจ็บเท่าล้มบนพื้น แต่ความจริงก็คือเจ็บเหมือนกันนะครับ (หัวเราะ) แต่ก็เป็นการเปิดโลกแห่งความสนุกให้กับผมนะ เราก็เลยฝึกมาเรื่อยๆ และอยู่ดีๆ ก็มีคนชวนไปเล่นสโนว์บอร์ด ผมก็ไปหัด แล้วก็มีคนชวนไปเล่นเซิร์ฟ เรียกว่าสักประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา ผมมีกิจกรรมใหม่ๆ ที่เกิดกับตัวเองหลายอย่าง เช่น การไปดำน้ำ หรือที่เล่ามาก็เป็นการเพิ่มกิจกรรมและสีสันให้ชีวิตของเรา กลายเป็นว่าผมก็สนุกกับสิ่งเหล่านี้มากเหมือนกัน อย่างตอนนี้ผมก็มีหลายที่ที่อยากไปดำน้ำทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อนๆ ก็ชวนอยู่ครับ แต่ผมไม่ค่อยมีเวลา แต่ว่าอยากไปนะครับ

แล้วเรื่องสาวๆ ล่ะ ตอนนี้บอยมีคนรู้ใจหรือยัง

ยังครับ และไม่ได้คุยกับใครเลยด้วย (หัวเราะ) เป็นหลายๆ เหตุผลประกอบกัน เรื่องการทำงานก็เป็นเหตุผลหนึ่ง เราก็ทำงานเยอะจริงๆ ผมยอมรับนะที่หลายคนบอกว่าผมเป็นคนบ้างาน รู้สึกว่าเรายังมีแรงทำอยู่ เลยอยากโฟกัสกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่ แล้วผมเองก็ไม่ได้เร่งด้วยว่าจะต้องมี อยากปล่อยให้เป็นเรื่องของจังหวะมากกว่า ถึงเวลาจะมีก็มี แล้วพอโตขึ้นผมก็กลายเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวมากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วย ชอบทำอะไรคนเดียว รู้สึกว่าอิสระดี เช่น ระหว่างให้โทรชวนเพื่อนกินข้าวกับกินข้าวคนเดียว ผมก็เลือกกินข้าวคนเดียวนะ รู้สึกว่าเวลากินข้าว ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง อยู่กับโทรศัพท์ของตัวเอง คุยงาน ดูนู่นนี่ เคลียร์นู่นนี่ไป ไม่ต้องคุยกับใคร ได้ทำอะไรที่ตัวเองอยากทำ เพิ่งจะสัก 2 ปีนี่เองที่รู้สึกว่าอยู่คนเดียวก็แฮปปี้ดีนะ

ถึงวันนี้สเป็กยังสำคัญสำหรับบอยอยู่หรือเปล่า

เวลามีคนถามผม ผมจะตอบตลอดว่าผมไม่มีสเป็กนะ แต่ขอเป็นคนที่คุยแล้วถูกคอกัน หลักง่ายๆ คือเขาหัวเราะในเรื่องเดียวกันกับที่เราหัวเราะหรือเปล่า เพียงแค่นี้ก็จะรู้ว่าเราเป็นคนประเภทเดียวกันไหม (แล้วเรื่องรูปร่าง หน้าตายังสำคัญกับบอยอยู่ไหม) เรื่องนี้ก็ยังสำคัญนะครับ แต่ผมว่าที่สำคัญกว่าคือถ้าเราอยู่กับเขาแล้วเราแฮปปี้ไหม ซึ่งผมอยากอยู่กับคนที่เป็นเคมีเดียวกันมากกว่า

เคยคิดไว้ไหมว่าบอยอยากแต่งงานตอนอายุเท่าไร

เคยคิดว่าอยากแต่งงานตอนอายุไม่เกิน 35 ครับ ซึ่งตอนนี้ผมอายุ 35 แล้ว (หัวเราะ) ก่อนหน้าที่ยังไม่ได้เข้ามาในวงการบันเทิง ผมเคยคิดว่า เรียนจบ มีแฟน แต่งงาน มีลูกเลย แต่พอทำงานตรงนี้ ก็คิดว่าคงไม่ได้มีเร็วๆ อย่างที่เคยคิดแล้วแหละ แต่คงไม่เกิน 35 แต่ตอนนี้อายุผมเกินแล้ว ก็เลยปล่อยไปตามธรรมชาติแล้วกัน

บอยมีภาพครอบครัวในความคิดไหม

เวลานึกถึงภาพครอบครัว ผมก็จะนึกถึงภาพตอนมีลูก (คิดว่าอยากมีกี่คน) กี่คนก็ได้ครับ เพราะไม่ได้คิดไว้ (หัวเราะ) ความจริงแล้วผมชอบเด็กผู้หญิงนะ แต่พอโตขึ้น ผมคิดว่าต้องเป็นห่วงลูกสาวมากแน่นอน แต่ก็ยังอยากมีลูกสาวอยู่เหมือนเดิม

อยากให้บอยฝากข้อคิดสำหรับคนที่อยากวางแผนด้วยประกันชีวิตสักหน่อย

ทุกวันนี้ต้องแบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือคนที่รู้ว่าประกันชีวิตคืออะไร ส่วนอีกกลุ่มคือคนที่ยังไม่รู้จักว่าประกันชีวิตคืออะไร สำหรับกลุ่มที่ไม่รู้จักประกันชีวิตเลย ผมอยากบอกว่าจริงๆ แล้ว ประกันชีวิตไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่ทุกคนเข้าใจ และยังเป็นการสร้างวินัยในการออมเงินให้เรา ซึ่งนอกจากจะได้ออมเงินแล้ว เรายังได้รับการคุ้มครองชีวิตที่บริษัทประกันคุ้มครองให้เราด้วย นี่คือข้อดีของการทำประกันชีวิต ถ้าลึกไปกว่านั้น ตอนนี้ประกันชีวิตได้มีการเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับการใช้ชีวิตของคนเราในสมัยนี้มากขึ้น อย่างประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ Unit Linked เป็นประกันชีวิตที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเหมือนมีแอปเปิ้ลลูกหนึ่งที่ถูกผ่าออกเป็น 2 ซีก ซีกหนึ่งนำไปลงทุน ส่วนที่เหลือก็ไปเป็นความคุ้มครองชีวิต แต่วันหนึ่งเราอาจปรับเปลี่ยนไปเพิ่มปริมาณในซีกที่เราลงทุนก็ได้ ทุกอย่างเปลี่ยนได้ตามความต้องการได้ตลอดครับ
นายแบบ: ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์
แต่งหน้า: ภคณัฏฐ์ พูลสวัสดิ์
ทำผม: สุพิสุทธิ์ อินทร์เรือง
สไตลิสต์: ศุภะกิจ หุนารักษ์
ผู้ช่วยสไตลิสต์: สาธิมา ลิมปกาญจน์เวช
ช่างภาพ: อิทธิพล พนาสุภน
ผู้ช่วยช่างภาพ: ชลนิธิ สุขอนันตธรรม
สัมภาษณ์: กิ่งสุรางค์ อนุภาษ
สถานที่: Hotel Muse Bangkok โทร.0-2630-4000p
ติดตาม OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่
Website : www.okmagazine-thai.com
Instagram : @okmagazinethailand
Facebook : OK! Magazine Thailand
Twitter : @okthailand

ดูข่าวต้นฉบับ