หลังคาของฉันมุงดีแล้ว - วินทร์ เลียววาริณ

THINK TODAY เผยแพร่ 10 พ.ย. 2562 เวลา 17.05 น. • วินทร์ เลียววาริณ

บ้านของผมในวัยเด็กเมื่อฝนตก ต้องหากระป๋องเปล่าไปรองน้ำฝนที่รั่วลงมา ถ้ารูรั่วใหญ่ก็ใช้อ่างหรือกะละมัง เนื่องจากไม่มีปัญญามุงหลังคากระเบื้อง สังกะสี ใช้ไปนาน ๆ ก็ผุกร่อน น้ำฝนรั่วลงมา

ในทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ การออกแบบหลังคาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะคงไม่สนุกนักที่เรากำลังกินข้าวเย็นกับครอบครัว แล้วน้ำฝนรั่วลงมากลางโต๊ะ หรือนอนหลับกลางดึก แล้วตัวเปียก น้ำฝนหยดมาราวกับนอนใต้น้ำตก

บ้านสวยแค่ไหนก็กลายเป็นนรก

ในการออกแบบสถาปัตยกรรม บ้านที่ออกแบบดี ผู้อยู่อาศัยไม่ควรต้องตื่นกลางดึกลุกขึ้นไปปิดหน้าต่าง

สำหรับประเทศเรา หลังคามุงได้หลายแบบ แต่สถาปนิกเรียนรู้ว่า ท้ายที่สุดแล้ว บ้านก็มุงได้ไม่กี่แบบที่สามารถกันฝนได้ผลจริง การออกแบบหลังคาในเมืองร้อนชื้นอย่างบ้านเรา ฝนอาจตกบ่อยและหนัก ดังนั้นจำเป็นต้องมีชายคาที่กว้างพอกันฝนสาดย้อน

การออกแบบต้องคิดไปไกลกว่าว่าหลังคาคลุมบ้านหมดหรือไม่ ต้องรู้ว่าฝนไม่ได้ตกลงมาตรง ๆ ตั้งฉากกับพื้นดินเสมอไป ต้องคำนวณเผื่อลมแรงที่อาจพัดฝนย้อนเฉียงเข้ามาได้

การมุงหลังคายังต้องคำนึงถึงความลาดชัน หลังคาสมัยก่อนลาดชันมาก เพราะคุณภาพกระเบื้องสู้สมัยนี้ไม่ได้ องศาจึงต้องชัน เพื่อให้น้ำฝนไหลออกจากหลังคาโดยเร็วที่สุด นี่คือเหตุผลที่หลังคาเรือนไทยโบราณชันมาก

แบบหลังคาที่นิยมที่สุดคือ ทรงจั่ว ป้องกันฝนสองทิศทาง เป็นแบบมาตรฐาน ใช้ได้ผลมานานนม

หลังคาที่เป็นที่นิยมอีกชนิดหนึ่งคือปั้นหยา กันฝนสี่ทิศทาง หลังคาลาดลงสี่ทิศ ถ้าบ้านเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า สองด้านจะเป็นทรงสามเหลี่ยม อีกสองด้านเป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ทรงนี้ก็กันฝนได้ดีเช่นกัน แต่ใช้กระเบื้องเปลืองกว่า

หลังคาทรงเพิงหมาแหงน ลาดทิศทางเดียว เนื่องจากมันต้องเอียง จึงมีด้านที่ทำหน้าที่เป็นชายคา อีกด้านหนึ่งเปิดหน้าให้ฝนเข้า เป็นจุดอ่อนที่น้ำฝนสาดแยงเข้าไปได้

หลังคาทรงผีเสื้อ คือทรงจั่วกลับด้าน ความลาดตรงมาตรงรางน้ำกลางบ้าน เป็นหลังคาที่อาจารย์วิชาสถาปัตย์ฯให้คะแนนต่ำสุด เพราะปัญหามาก โอกาสน้ำรั่วซึมเข้าบ้านสูง กวาดใบไม้ยาก ทำความสะอาดยาก

ในประเทศหนาว หลังคาต้องคำนึงเรื่องรับน้ำหนักของหิมะที่ทับถมตลอดฤดูหนาวด้วย

มุงหลังคาดีแล้ว ชีวิตในบ้านก็มีความสุข

……………………….………….………….………….………….………….………….………….………….

ชีวิตเราทุกคนย่อมต้องพบฝน

ที่ร้ายที่สุดคือฝนแห่งกิเลส มันทำให้เราเสียคนได้

ทางพุทธสอนให้มุงหลังคาแห่งจิตให้ดี ไม่ได้สอนให้หนีฝน แต่สอนให้รู้จักอยู่รอดปลอดภัยจากฝน ไม่ว่ามันจะสาดซัดแรงแค่ไหน

พุทธทาสภิกขุเคยสอนธรรมว่า “หลังคาของฉันมุงดีแล้ว ฝนเอ๋ยจะตกก็ตกมาเถิด จะรั่วรดก็รั่วรดมาเถิด หลังคาของฉันมุงดีแล้ว”

หมายความว่าจิตของเรามั่นคงแล้ว พร้อมรับฝนที่เทลงมา

ฝนหมายถึงกิเลส เมื่อกิเลสมาเยือน ก็ไม่เกิดอารมณ์เลวร้ายทั้งหลาย

เพราะจิตได้รับการคุ้มครองดีแล้ว จึงไม่กลัวฝนแห่งกิเลส

จึงไม่เกิดทุกข์

กระเบื้องหลังคาของชีวิตคือจริยธรรม ความดีงาม

การทำความดีเป็นหลังคาที่ดีที่สุด มันทำให้จิตดี เป็นสมาธิได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ฟุ้งซ่านด้วยเรื่องร้ายจากการทำชั่ว จิตมั่นคงแข็งแรงกว่า

หลักโอวาทปาฏิโมกข์สอนสามอย่างคือ ไม่ทำบาป ทำเรื่องดี และทำจิตใจให้บริสุทธิ์

ทำได้ครบสาม หลังคาแห่งจิตจึงแข็งแรงมั่นคง

เหตุที่ไม่ทำบาปเพราะทำให้ไม่ต้องตื่นกลางดึกรู้สึกผิด หรือหลอน บางคนอาจจะรู้สึกผิดหรือกลัวเมื่ออายุมากขึ้น สภาพจิตแปรปรวนง่ายขึ้น

เหตุที่ทำดีก็เพื่อมีข้อแม้ดี ๆ ในชีวิต ไม่มีความกังวลหรือรู้สึกผิด นอนหลับได้

เหตุที่ควรทำใจให้บริสุทธิ์ ก็เพื่อปลอดกิเลส

และเมื่อหลังคามุงดีแล้ว ก็ไม่กลัวฝนใด ๆ

……………….………….………….………….………….………….………….………….………….………

วินทร์ เลียววาริณ

winbookclub.com

เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/winlyovarin/