หนุ่มเล่านาทีระทึก! หนีโจรไล่แทง เพื่อนไม่รู้ขับตามหลังไม่ทันตั้งตัว แทงยับชิงทอง กลางกรุง

PPTV HD 36 อัพเดต 09 ส.ค. 2563 เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 03.58 น.
หนุ่มเล่านาทีระทึก! หนีโจรไล่แทง เพื่อนไม่รู้ขับตามหลังไม่ทันตั้งตัว แทงยับชิงทอง กลางกรุง
ภัยเมืองหลวง โจรขี่จยย.ตระเวนล่าเหยื่อ เจอใครไล่แทงชิงทรัพย์ หนุ่มเล่านาทีระทึกหนีรอดได้ เพื่อนไม่ทันตั้งตัวเจอแทงยับ ชิงทองหนีกลางกรุง

เมื่อเวลา 23.20น.ของวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุผ่านฟ้าตำรวจ 191 ได้รับแจ้งเหตุชิงทรัพย์  โดยเหตุการณ์คนร้ายเป็นชาย 2 คน ขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีขาว ไม่ติดทะเบียน ทั้ง 2 คน สวมเสื้อสีดำ กางเกงขายาว คนซ้อนท้ายสวมหมวกนิรภัยสีเขียว ได้ใช้อาวุธมีดก่อเหตุทำร้ายผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ภายในถนนเลียบคลองซอยพหลโยธิน 54/1 เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร  โดยคนร้ายได้สร้อยทองหนัก 1 บาท 1 เส้น  ก่อนขี่รถหลบหนีไม่ทราบเส้นทาง

เตือนภัย! โจรขี่จยย.ไล่จับหน้าอกหวังชิงทรัพย์

สอบถามเพื่อนผู้เสียหาย บอกว่า ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์ไปรับแฟน ระหว่างทางบริเวณสะพานดวงมณี ภายในซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 6 ได้มีคนร้ายชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์มาหาเรื่อง จากนั้นชักอาวุธมีดจะมาทำร้าย แต่ตนหลบหนีเข้าซอยได้ทัน จากนั้นเพื่อนของตนซึ่งเป็นผู้เสียหายขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมา และมาเจอกับคนร้าย ก่อนถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงที่หลัง และแขน ก่อนชิงสร้อยข้อมือทองคำหนัก 1 บาท หลบหนีไปไม่ทราบเส้นทาง 

ผู้เห็นเหตุการณ์  เล่าให้ฟังว่า ได้ยินเสียงรถล้มและมีเสียงทะเลาะกันบริเวณใกล้กลับสะพานดวงมณีถนนเลียบคลอง จึงออกมาดู จากนั้นได้เห็นรถจักรยานยนต์ไม่ทราบรุ่น มีชาย 2 คน การแต่งกายมองไม่ชัดขับขึ้นสะพานดวงมณีหรือซอยพหลโยธิน 54/1แยก 6 และอีกไม่นานมีชาย 1 คน วิ่งมาจากสะพานดวงมณีร้องขอความช่วยเหลือก่อนวิ่งมาล้มลงบริเวณถนนเลียบคลอง โดยพบว่ามีเลือดไหลจำนวนมากบริเวณหลังและแขน จากนั้นได้มีกู้ภัยมาช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลภูมิพล

จุดเกิดเหตุพบรอยเลือดตรงจุดที่ รถล้มและตรงที่คนบาดมาล้มลงจำนวนมาก จากได้เดินดูตามสะพานข้ามคลองก็พบรอยเลือดอีกจำนวนมาก ใกล้กับจุดเกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดของกรุงเทพฯจำนวน 2 จุด มีรายเบื้องต้นผู้บาดเจ็บอาการปลอดภัย

บรรทุก 6 ล้อตีนผี ซิ่งแหกด่านชนรถพังยับกว่า 30 คัน จับได้ย่านเอกมัย

โจรมือใหม่ บุกเดี่ยวปล้นทอง ได้ยินเสียงไซเรน ฉี่ราดเผ่นหนี

ดูข่าวต้นฉบับ