หนุ่มญี่ปุ่นง้อแฟนด้วยวิธีแสนโรแมนติก แต่กลับถูกด่าหนักกว่าเดิม !? - เพจ Eak SummerSnow

TALK TODAY เผยแพร่ 08 พ.ย. 2562 เวลา 18.20 น. • เพจ Eak SummerSnow

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกทวิตเตอร์ในญี่ปุ่นครับ เมื่อมีการเปิดเผยวิธีการง้อแฟนแบบแปลก ๆ ของหนุ่มญี่ปุ่นรายหนึ่ง ซึ่งชาวเน็ตในญี่ปุ่นลงความเห็นว่า “ถ้าหากมีใครมาทำแบบนี้กับฉัน มันต้องตาย !!” 

วิธีการง้อแฟนของหนุ่มคนนี้มันคืออะไรกันนะ ?

ปกติเวลาทำให้แฟนโกรธ วิธีการง้อแบบเบสิค ๆ ก็อาจจะเป็นการขอโทษ กอด บ้างก็ซื้อของ ซื้อดอกไม้ให้ ซึ่งอาจจะต้องมีการลงทุนนิดหน่อย (บางคนก็ไม่นิดอะนะ) แต่ก็มักจะได้ผลตอบรับที่ดี แต่สิ่งที่หนุ่มญี่ปุ่นคนนี้ทำกลับแอดวานซ์ยิ่งกว่านั้นครับ …เพราะเขาตัดสินใจ “ส่งจดหมายรักให้แฟน” อ้าว มันก็ดูโรแมนติกดีนี่ แล้วมันมีปัญหาตรงไหน ?

ปัญหามันอยู่ตรง “วิธีการ” เขียนและส่งจดหมายของเขานั่นเองครับ

โดยเขาเลือกวิธี “แอบขโมยรหัสผ่านมือถือของแฟน” รอจังหวะให้แฟนเข้าไปอาบน้ำ แล้วก็ทำการปลดล๊อคมือถือแฟน จากนั้นจัดการหน้าตามือถือของแฟนใหม่ โดยการจับเอาแอปฯ ต่าง ๆในมือถือมารวมกันเป็นโฟลเดอร์ (พอรวมเป็นโฟลเดอร์มันก็จะสามารถตั้งชื่อกลุ่มของแอปฯได้) แล้วเขาก็ทำการตั้งชื่อโฟลเดอร์ของแอปฯนั้น เรียงกันเป็นจดหมายรักอันโรแมนติกเพื่อขอโทษแฟน โดยมีใจความว่า

“ขอโทษที่ทำให้เสียใจนะ เราทะเลาะกันทุกวัน แต่ฉันไม่อาจจากเธอไปไหนได้ เพราะเธออยู่ในใจของฉันตลอดเวลา ขอบคุณที่ส่งข้อความถึงฉันผ่าน LINE และ Twitter เสมอ มันทำให้ฉันมีความสุขมาก และฉันอยากจะจบข้อความนี้ด้วยคำว่า ฉันรักเธอมาก เรามาถ้อยทีถ้อยอาศัยลดความเห็นแก่ตัวของเราลง และมาคืนดีกันเถอะนะ …”

ซึ่งดูจากข้อความแล้วมันก็เป็นจดหมายที่โรแมนติกเหลือเกิน แต่เมื่อจดหมายฉบับนี้ถูกโพสต์ลงในเน็ตกลับทำให้พ่อหนุ่มโรแมนติกผู้นี้ถูกด่าหนักกว่าเดิม เพราะชาวญี่ปุ่นที่ได้เห็นวิธีการง้อแฟนแบบนี้ กลับส่ายหน้าและลงความเห็นว่า “การกระทำแบบนี้เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และถ้ามีใครมาทำแบบนี้กับเขา เขาจะฆ่ามันทิ้งซะ !!”

ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นเพราะสังคมญี่ปุ่นค่อนข้างถือเรื่องความเป็นส่วนตัวและสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละคนค่อนข้างมาก การแอบเช็คข้อความในมือถือของคู่รักก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นหลายคู่ต้องเลิกกัน ในปีที่ผ่านมาการฟ้องหย่าที่ติดอันดับต้น ๆ ในญี่ปุ่น นอกจากเหตุผลการนอกใจ และทำร้ายร่างกายแล้ว เหตุผลที่ถูกใช้บ่อยในการฟ้องหย่าก็คือ “การไม่เคารพความเป็นส่วนตัวของกันและกัน” นั่นเอง

ถ้ามองย้อนกลับไปในกรณีนี้ แฟนหนุ่มเริ่มต้นด้วยการแอบขโมยรหัสมือถือของแฟนมาก็ถือเป็นการไม่เคารพความเป็นส่วนตัวอย่างแรก แถมยังมาจัดเรียงแอปฯ ในมือถือใหม่หมด ทำให้ต้องวุ่นวายกับการทำให้เป็นเหมือนเดิมก็เป็นการไม่เคารพความเป็นส่วนตัวอย่างที่สอง (ลองคิดว่ามีใครมาย้ายอะไรในมือถือที่เราใช้อยู่ทุกวันมันก็คงจะงงพิลึก)

แต่ในขณะที่ชาวเน็ตกำลังสาวหมัดใส่ชายหนุ่มผู้โรแมนติกนี้อย่างเมามัน ตัวแฟนสาวเขาก็ออกมาโพสต์เหมือนกัน เพื่อปกป้องแฟนหนุ่มและยุติข้อดราม่าว่า “ว่าเธอรู้สึกมีความสุขมาก และคิดว่าไม่มีใครมีแฟนที่ดีไปกว่าฉันมีอีกแล้ว”

ซึ่งแทนที่เรื่องนี้จะจบลงที่ชาวเน็ตทั้งหลายเงิบกันไป แต่โพสต์ของแฟนสาวกลับเป็นการจุดไฟให้แรงขึ้นกว่าเดิม อาจด้วยคำพูดที่ฟังดูแล้วน่าหมั่นไส้ เรื่องนี้ก็เลยถูกแชร์ออกไปในวงกว้างแล้วตอนนี้คนที่ถูกด่าก็ไม่ใช่แค่ตัวแฟนหนุ่มอีกต่อไป แต่เป็นทั้งสองคนนั่นแหละ …

จริง ๆ เรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรเลย เป็นเรื่องของคนสองคน และมันจะไม่เกิดดราม่าอะไรเลย ถ้าเขาไม่เอาข้อความที่น่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวของเขามาโพสต์ลงในอินเตอร์เน็ต เพราะเมื่อเรื่องราวมันออกสู่สังคมแล้ว ก็ยากที่จะควบคุมความคิดเห็นของคนอื่นได้ ตอนนี้ไม่รู้ว่าหลังจากหนุ่มสุดโรแมนติกคนนี้ขอโทษแฟนเสร็จแล้ว จะต้องมาเปิดศึกกับชาวเน็ตอีกรอบรึเปล่าน่ะสิ …

ว่าแต่แล้วถ้าเป็นเรา มีคนมาง้อเราด้วยวิธีแบบนี้ เราจะหายโกรธโดยมองว่ามันเป็นเรื่องน่ารัก หรือโกรธมากกว่าเดิมเพราะเขามายุ่งกับความเป็นส่วนตัวของเราดีนะ ??

ติดตามบทความใหม่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้และเรื่องแปลก ๆ ของประเทศญี่ปุ่นทาง LINE TODAY: TALK TODAY   จากผมได้ทุกวันเสาร์นะครับ

ช่องทางการติดตามเพิ่มเติม

Facebook :Eak SummerSnow

Youtube : Eak SummerSnow