ส.ว. เห็นชอบ 223 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ให้ประกาศใช้ พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ

workpointTODAY อัพเดต 20 ต.ค. 2562 เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2562 เวลา 07.47 น. • Workpoint News
ส.ว. เห็นชอบ 223 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ให้ประกาศใช้ พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯ

ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา

วุฒิสภา ลงมิตเห็นชอบ ด้วยเสียง 223 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง โดยไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย ให้ประกาศใช้ พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นหน่วยงานบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์  สนับสนุนภารกิจของส่วนราชการในพระองค์ในการปฏิบัติหน้าที่ถวายอารักขา ถวายพระเกียรติ และการรักษาความปลอดภัย 

วันนี้ (20 ต.ค. 62) ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมวุฒิสภา สมัยวิสามัญ ครั้งที่ 1 เป็นพิเศษ แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา พ.ศ.2562 ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2562 จากนั้นเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นหน่วยงานบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 และสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ความเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2562

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

ที่ประชุมวุฒิสภาจึงพิจารณาด้วยการให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงถึงความจำเป็นในการเสนอให้มีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉบับดังกล่าว ว่ามีความจำเป็นฉุกเฉินที่จะต้องให้การปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการในพระองค์ในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการถวายอารักขาและถวายพระเกียรติ และการรักษาความปลอดภัยองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ผู้แทนพระองค์และพระราชอาคันตุกะ รวมทั้งให้การปฏิบัติภารกิจทั้งปวงตามพระราชอัธยาศัยและตามพระราชประเพณีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์และเกิดความปลอดภัยสูงสุด จึงต้องมีการตรา พ.ร.ก. ดังกล่าว

ขณะที่ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ และ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานการกฎหมาย การยุติธรรมและการตำรวจ ในฐานะคณะกรรมาธิการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) มอบหมายให้ทำการศึกษาร่าง พ.ร.ก.ดังกล่าวไว้ล่วงหน้า ชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาว่า พ.ร.ก.ดังกล่าว มีความจำเป็นเร่งด่วนตามที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมชี้แจง และสอดคล้องตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ เพื่อการรักษาความปลอดภัยและเทิดพระเกียรติสถาบันหลัก รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยของประเทศ

ต่อมาที่ประชุมวุฒิสภา พิจารณาแล้วจึงมีมติเห็นชอบให้ประกาศใช้ พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นหน่วยงานบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 ด้วยเสียง 223 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง โดยไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย

 

อ่านเพิ่มเติม:

ดูข่าวต้นฉบับ