ส่องซ่องโสเภณีถูกกฎหมายในปอมเปอี หลักฐานสถานบริการยุคโรมันสะท้อนวิถีโบราณ

ศิลปวัฒนธรรม อัพเดต 12 ก.ย เวลา 08.01 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย เวลา 07.56 น.
ภาพเขียนสี ปอมเปอี โสเภณี
ภาพเขียนสีการร่วมเพศใน Lupanar สถานบริการมีชื่อในปอมเปอีที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน ในภาพจะเห็นว่าฝ่ายหญิงคาดบางอย่างบนหน้าอก (ภาพจาก Wikimedia Common Public Domain

คนโบราณมักกล่าวกันว่าอาชีพที่เก่าแก่อันดับต้นๆ ในโลกอาชีพหนึ่ง มักมีชื่อ “ขายบริการทางเพศ” ปรากฏอยู่ด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นจริงแค่ไหน แต่เชื่อว่าประโยคนี้ไม่ห่างไกลจากความเป็นจริงนัก โดยเฉพาะหากไปเปิดข้อมูลจากการศึกษาของนักวิชาการที่เจาะลึกเกี่ยวกับอาคารขายบริการแบบถูกต้องตามกฎหมายแหล่งใหญ่ที่สุดในแถบปอมเปอี

ในช่วงภูเขาไฟวิซุเวียส (Vesuvius) ระเบิดเมื่อปีค.ศ. 79 เมืองปอมเปอีเป็นเมืองขนาดกลาง ประชากรประมาณ 11,000 ราย มีชุมชนและโครงสร้างสาธารณูปโภคและสถาปัตยกรรมที่รุ่งเรือง แต่ทันทีที่ภูเขาไฟระเบิด ภัยธรรมชาติสร้างความเสียหายและคร่าชีวิตชาวโรมันจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์กันว่ามีผู้เหลือรอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ขณะที่ซากปรักหักพังซึ่งยังหลงเหลืออยู่ยังเป็นหลักฐานที่นักโบราณคดียังคงศึกษากันมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นที่เล่าลือกันว่า ปอมเปอี ถูกค้นพบร่องรอยในศตวรรษที่ 16 แต่กว่าการขุดค้นจะเริ่มจริงจังก็เข้าในยุคปลายศตวรรษที่ 17 ถึงต้นศตวรรษที่ 18 แล้ว เนื่องจากว่า ผู้ขุดค้นไปเจอภาพเขียนอีโรติกเข้า ในยุคกลางนั้นคงเป็นเรื่องที่น่าตกใจพอสมควร พวกเขาเลยปกปิดมันเอาไว้

อ่านเพิ่มเติมค้นหลักฐาน ชาวโรมันรอดชีวิตหนีภูเขาไฟระเบิดถล่มปอมเปอีเป็นใครบ้าง ย้ายไปไหน

หากย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นการศึกษา เมื่อ ค.ศ. 1862 นักโบราณคดียุคแรกเริ่มต้นขุดค้นอาคารที่เชื่อว่าเป็นแหล่งขายบริการ 2 ชั้น ตั้งอยู่ระหว่างแหล่งการประชุม กับย่านธุรกิจการค้าของปอมเปอี สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งจัดหาบริการทางเพศที่มีทั้งชายและหญิงให้ชายโรมัน เป็นแหล่งที่มีชื่อเสียงอีกแห่งในปอมเปอี

ภายหลังการตกแต่งใหม่ แหล่งขายบริการแห่งนี้เปิดให้สาธารณะเข้าชมอีกครั้งในปี 2006 หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสบรรยากาศแหล่งหาความสุขทางกายและใจซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งมีการซื้อขายบริการทางเพศ อีกทั้งยังเป็นแหล่งที่เสียภาษีด้วยซ้ำ

ซาราห์ เลวิน-ริชาร์ดสัน นักเขียนเจ้าของหนังสือเกี่ยวกับแรงงานทางเพศยุคโบราณในแง่เศรษฐศาสตร์ สังคม ความซับซ้อนทางกฎหมาย ผลงานของเธอรวบรวมภาพกราฟฟิตี้ (graffiti) ภายในแหล่งขายบริการ และข้อความจารึก ซึ่งหลักฐานเหล่านี้บ่งบอกถึงรายละเอียดเล็กน้อยอันเกี่ยวกับกิจการทางเพศ อย่างข้อความที่คนในอาคารจารึกไว้อันแปลความหมายได้ว่า “เมอร์ทิส, คุณดูดได้ดีเลย” (‘Murtis, you suck well’) หรือมีอักษรจารึกชื่อนายจ้างของผู้ขายบริการทางเพศว่า “ฟาเบีย” (‘Hey, mistress Fabia!’)

เป็นเรื่องปกติที่อาคารซึ่งใช้เป็นสถานที่บริการหรืออาคารที่ถูกใช้เป็นแหล่งขายบริการจะมีภาพเขียนสีเป็นภาพอีโรติกระหว่างชายและหญิง บางอาคารที่ถูกบ่งชี้ว่าอาจใช้เป็นแหล่งขายบริการนั้น นักวิชาการสันนิษฐานว่าภาพเขียนเหล่านี้ใช้เพื่อกระตุ้นอารมณ์ของลูกค้าด้วย ไม่เพียงเท่านั้นในแง่การใช้งานจริงก็อาจถูกใช้งานลักษณะ “เมนู” หรือ “คำแนะนำ” สำหรับลูกค้าที่ยังอ่อนด้อยประสบการณ์ ส่วนภาพเขียนที่ปรากฏในอาคารส่วนตัวทั่วไป ภาพเขียนเหล่านี้น่าจะถูกใช้งานในฐานะภาพตกแต่งสถานที่

ในชีวิตจริงของแรงงานทางเพศ อาคารที่เป็นแหล่งบริการเป็นหลักฐานชั้นดีที่บ่งชี้สภาพความเป็นอยู่ของผู้หญิงที่ทำงานในนั้น พวกเธออาศัยภายใต้สภาพห้องกรง แตกต่างจากภาพเขียนที่ดูมีรสนิยม ขนาดของห้องนั้นน่าจะไม่ใหญ่เกินเตียง สภาพห้องที่ไม่มีหน้าต่างก็น่าจะสะท้อนสภาพความอึดอัดและขาดแสงอีกต่างหาก ที่นอกในห้องจากหลักฐานที่ขุดพบมีทั้งที่เป็นเตียงหิน และเชื่อว่าอาจมีเตียงไม้แต่น่าจะสูญสลายไปหมดจากความเสียหายเมื่อภูเขาไฟระเบิดเมื่อปี 79 สภาพเหล่านี้ไม่ได้เป็นที่คำนึงถึงของเหล่านายจ้าง เนื่องจากแรงงานทางเพศในอิตาลีโบราณมีสถานะเป็นทาส

แรงงานทางเพศหญิงไม่มีหน้าที่อื่นนอกเหนือจากงานบำเรอบริการทางเพศที่ให้ประโยชน์แก่เจ้านาย พวกเธออยู่ภายใต้การกำกับของผู้ดูแลชายที่ให้สิ่งอำนวยความสะดวกแค่พอประทังชีพเท่านั้น ผู้หญิงยังถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

Marguerite Johnson นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล บรรยายการทำงานของแรงงานทางเพศที่เป็นสตรีซึ่งต้องออกไปหางานบนท้องถนนของปอมเปอี มักจะรออยู่ตามหนทางเดินทั่วไป อาทิ แหล่งอาบน้ำสาธารณะ หรือย่านแถบสุสาน แต่หากเป็นเมืองใหญ่ขึ้นมาหน่อย การดูแลอาจยากขึ้น ผู้หญิงบางคนอาจทำงานโดยไม่มีผู้ชายกำกับ

สำหรับปอมเปอี ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองเนเปิลส์ และใกล้ท่าเรือ พื้นที่นี้ย่อมมีสภาพการค้าแลกเปลี่ยนที่รุ่งเรืองและมีประชากรที่มีความแตกต่างหลากหลายพอสมควร ความรุ่งเรืองของเมืองและการปรากฏขึ้นของพ่อค้าย่อมนำมาซึ่งตลาดแลกเปลี่ยนการค้าทางเพศ การค้ามนุษย์เพื่อบริการทางเพศเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำหรับเมืองที่ประสบความสำเร็จด้านสังคมโดยเฉพาะในแง่การแต่งงาน

การแต่งงานในยุคนั้น (โดยเฉพาะสำหรับชนชั้นสูง) มักมาจากการตกลงผูกมัดตั้งแต่แรก ฝ่ายสามีก็มักไม่ได้หาความสุขทางเพศจากภรรยา ฝ่ายชายจะจ่ายเงินซื้อความสุขทางเพศเสียมากกว่า การขายบริการไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่การคบชู้ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย นี่จึงเป็นอีกสาเหตุที่มีการจ่ายเงินแลกกับความสุขทางเพศ

ริชาร์ดสัน ยังอธิบายเกี่ยวกับการแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงระดับทางชนชั้นระหว่างเหล่าชาย ในแหล่งขายบริการโบราณ ทาสชายและหญิงมักถูกบรรจุให้ทำงานทางบริการ พวกเขาขายบริการแรงงานทางกายภาพตั้งแต่การร่วมเพศไปจนถึงการโกนขนให้ผู้ซื้อบริการ ในขณะเดียวกันก็เชื่อได้ว่า ผู้ขายบริการยังถูกคาดหวังว่าต้องสามารถให้บริการทางจิตใจแก่ลูกค้าผ่านการสนทนาพูดคุยกับลูกค้า หรืออาจเขียนอะไรบางอย่างที่ช่วยให้ลูกค้ารื่นรมย์ในทางจิตใจ แต่ในขณะที่ร่างกายของผู้ขายบริการเหล่านี้เชื่อได้ว่าคลับคล้ายกับทาสอื่นๆ ซึ่งถูกทุบตี ทำร้ายร่างกาย, ข่มขืน และอาจถึงขั้นทรมาน

ภาวะของทาสที่ขายบริการในสังคมโรมันโบราณก็ไม่ต่างกับสภาพร่างกายของคนอ่อนแอ พวกเขาถูกตีตราทั้งทางสังคมและกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่ซื้อบริการไม่ได้ถูกมองในเชิงตีตราแต่อย่างใด

อ้างอิง:

Sarah E. Bond. The Brothels of Ancient Pompeii. History Today. Online. Published 10 OCT 2019. Access 10 OCT 2019.

Johnson, Marguerite. The grim reality of the brothels of Pompeii. The Conversation. Online. Published 13 DEC 2019. Access 10 OCT 2019.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 ตุลาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ