ส่งต่อพลัง ความหวัง และกำลังใจ ผ่านผลงานสตรีทอาร์ตจากทั่วโลกในช่วงโควิด-19

becommon.co อัพเดต 26 พ.ค. เวลา 15.12 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. เวลา 08.12 น. • common: Knowledge, Attitude, make it Simple
ส่งต่อพลัง ความหวัง และกำลังใจ ผ่านผลงานสตรีทอาร์ตจากทั่วโลกในช่วงโควิด-19

ความเจ็บปวดและความสูญเสีย คือหนึ่งในแรงบันดาลใจที่ปลุกเร้าให้ศิลปินสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม อาจเป็นเพราะความรู้สึกรุนแรงที่สั่นสะเทือนทั้งหัวใจและหัวคิดพร้อมๆ กัน ผลักดันให้พวกเขาลุกขึ้นมาทำบางอย่าง เพื่อเก็บเอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจ หรือเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำ

สำหรับศิลปินสตรีทอาร์ตและกราฟฟิตี้ต่างเข้าใจความรู้สึกนี้ดี เพราะพวกเขามักจะทำงานเพื่อสะท้อนให้เห็นความคิดและมุมมองของตนเอง ที่เกี่ยวโยงกับประเด็นสังคมในช่วงเวลาที่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น โดยเฉพาะวิกฤตโควิด-19

becommon จึงได้คัดเลือก Street Art หรือศิลปะบนท้องถนน ที่มีความโดดเด่นจำนวน 10 ผลงาน ซึ่งไม่ได้มีดีเพียงแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยความหมายลึกซึ้งจากความตั้งใจของศิลปินผู้สร้างสรรค์งาน ที่ต้องการใช้ความสามารถส่งต่อพลัง ความหวัง และกำลังใจให้ทุกคน

1

Game Changer
ส่งต่อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง

Banksy [@banksy]. (6 May 2020). Game Changer. Retrieved from https://www.instagram.com/p/B_2o3A5JJ3O/

ศิลปิน: Banksy
พิกัด: Southampton General Hospital, England

แบงก์ซี (Banksy) ศิลปินชาวอังกฤษผู้ไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง ตั้งใจสร้างสรรค์วาดภาพแทนคำขอบคุณถึงบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในสหราชอาณาจักร โดยยกย่องทุกคนในฐานะ ซูเปอร์ฮีโร่ หรือยอดมนุษย์ผู้อุทิศตนเพื่อทำหน้าที่ปกป้องคนอื่นๆ ให้ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

เขาสื่อความหมายทั้งหมดผ่านวาดภาพเด็กผู้ชายกำลังนั่งเล่นตุ๊กตาพยาบาลสวมหน้ากากอนามัย ที่ทำท่าทางเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ ซึ่งมีผ้าคลุมอยู่ข้างหลัง พร้อมกับชูมือหนึ่งข้างเหาะอยู่บนอากาศ ขณะที่ตุ๊กตาซูเปอร์ฮีโร่ที่ทุกคนคุ้นเคยอย่างแบทแมนและสไปเดอร์แมนกลับถูกทิ้งไว้ในตะกร้า 

หลังจากผลงานศิลปะนี้เสร็จสมบูรณ์ เขาตั้งชื่อว่า ‘Game Changer’ หมายถึง ผู้พลิกเกม หรือผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ และมอบให้กับโรงพยาบาลเซาแธมป์ตัน พร้อมข้อความสั้นๆ ในจดหมายว่า “ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทุกคนกำลังทำอยู่ ผมหวังว่าภาพนี้จะช่วยทำให้สถานที่แห่งนี้สดใสขึ้น ถึงแม้ว่าในภาพจะมีเพียงสีดำและสีขาวเท่านั้น”เพราะต้องการส่งต่อกำลังใจให้พยาบาล แพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกคนก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดจากวิกฤติโรคระบาดไปด้วยกัน

โรงพยาบาลจึงนำผลงานทรงคุณค่าของเขาใส่กรอบและจัดแสดงไว้บริเวณห้องโถง ใกล้กับแผนกฉุกเฉิน จนถึงฤดูใบไม้ร่วง จากนั้นจะเปิดประมูลเพื่อนำเงินรายได้สมทบทุนให้กับสำนักงานบริการสาธารณสุขแห่งชาติของสหราชอาณาจักร หรือ National Health Service ต่อไป 

2

The Lovers
ส่งต่อพลังบวกด้วยหัวใจ

Pøbel [@pobel.no]. (13 March 2020). The Lovers. Retrieved from https://www.instagram.com/p/B9rmlkagxkA/

ศิลปิน: Pøbel
พิกัด: Bryne, Norway

โพเบิล (Pøbel) ศิลปินชาวนอร์เวย์ พ่นสีสเปรย์เป็นภาพคู่รักกำลังกอดจูบกันผ่านหน้ากากอนามัย ลงบนผนังคอนกรีตริมทางเท้าของถนนสายหลักในเมืองบริน (Bryne) จนกลายเป็นจุดสนใจของผู้สัญจรไปมา เพราะเป็นภาพขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ชันเจนจากระยะไกล แม้กระทั่งในเวลากลางคืน ภาพนี้ก็ยังคงโดดเด่นด้วยแสงสว่างจากโคมไฟสาธารณะ

ในขั้นตอนการสร้างงาน เขาเริ่มด้วยการร่างภาพลงบนกระดาษลัง จากนั้นฉลุลายและตัดกระดาษออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างละเอียด โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและทรงผม เพราะต้องการสร้างน้ำหนักของแสงและเงา ซึ่งจะช่วยทำให้ภาพมีมิติความลึกตื้น สุดท้าย ใช้เส้นลวดยึดกระดาษทุกชิ้นให้ติดกันตามตำแหน่งของภาพที่ร่างไว้แต่แรก เมื่อทำเสร็จเรียบร้อย จะได้ชิ้นงานต้นฉบับเอาไว้ทาบบนพื้นผิวต่างๆ เพื่อพ่นสีสเปรย์ใส่ให้เกิดเป็นภาพขึ้นมา

สำหรับแรงบันดาลใจเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานนี้ คือ ความหวัง โดยเขาเชื่อว่า “ทุกคนต่างมีหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความเมตตา ถึงแม้จะต้องพยายามดิ้นรนเพื่อผ่านเหตุการณ์ครัั้งนี้ไปให้ได้ก็ตาม ในช่วงเวลายากลำบาก ผมหวังว่าภาพนี้จะสามารถสร้างพลังบวกและแบ่งปันความเบิกบานใจ รวมถึงส่งต่อความปลอดภัยและความห่วงใยถึงกันและกันได้”

3

Coexistence
ส่งต่อความศรัทธาในหลักธรรม

Eduardo Kobra [@kobrastreetart]. (5 April 2020). Coexistence. Retrieved from https://www.instagram.com/p/B-lNoP5F9Ms/

ศิลปิน: KOBRA
พิกัด: Itu, Brazil

เอดูอาร์โด โคบรา (Eduardo Kobra) ศิลปินชาวบราซิลทุ่มเทเวลาระหว่างกักตัวในที่พัก สร้างสรรค์ผลงานศิลปะบนผืนผ้าใบจนสำเร็จ เพราะเขาไม่สามารถออกจากบ้านไปพ่นสีสเปรย์ตามสถานที่ต่างๆ ได้เหมือนเมื่อก่อน เนื่องจากทางการของประเทศบราซิลประกาศปิดเมือง เพื่อควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่

เขาตั้งชื่อผลงานสีสันสดใสนี้ว่า Coexistence เพราะต้องการสื่อถึงความเข้มแข็งและความเป็นหนึ่งเดียวกันท่ามกลางวิกฤติโรคระบาด โดยมีศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ เป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงทุกคนเข้าไว้ด้วยกัน ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะต้องอยู่ห่างจากกันก็ตาม

ภาพของเด็กๆ ที่กำลังภาวนาถึงพระเจ้ายังเป็นภาพแทนศาสนิกชนทั่วโลกผู้ศรัทธาในหลักธรรม ซึ่งหวังให้พลังแห่งศรัทธาของพวกเราแปรเปลี่ยนเป็นกำลังใจที่ส่งต่อไปถึงนักวิทยาศาสตร์ แพทย์ และทุกๆ คนบนโลกที่กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของมนุษย์

เขาเชื่อมั่นว่า ในท้ายที่สุดเราจะสามารถเอาชนะวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน เพียงแต่ในช่วงเวลาแห่งความโดดเดี่ยวเช่นนี้ เราต่างต้องมีศรัทธาต่อกัน โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ วัฒนธรรม รวมถึงศาสนา เพื่อร่วมกันอธิษฐานถึงพระเจ้า “ขอให้พระผู้เจ้าเป็นแรงบันดาลใจให้นักวิทยาศาสตร์ค้นหาวิธีการแก้ปัญหาการระบาดครั้งนี้ และปลอบประโลมใจของเราเองให้หนักแน่น เพื่อมีชีวิตอยู่ต่อไป”

4

Love in the Time of Coronavirus
ส่งต่อรอยจูบแห่งความทรงจำ

C215 [@christianguemy]. (17 March 2020). L’amour au temps du coronavirus. Retrieved from https://www.instagram.com/p/B914omDojv6/

ศิลปิน: C215
พิกัด: Ivry-Sur-Seine, Paris, France

C215 เป็นนามแฝงของคริสติยอง เกมี (Christian Guémy) ศิลปินชาวฝรั่งเศส เขาถนัดสร้างงานศิลปะเพื่อสะท้อนภาพชีวิตและความเป็นมนุษย์ โดยเขาหวังว่าภาพเหล่านี้จะช่วยจุดประกายให้คนที่พบเห็นฉุกคิดและเกิดความรู้สึกบางอย่างในใจ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งความสุขสงบและความโศกเศร้า

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ก่อนที่ทางการของฝรั่งเศสจะประกาศปิดประเทศ เขาได้สร้างสรรค์ผลงานไว้ในย่านอีพรี-ซูร์-แซน (Ivry-Sur-Seine) ของกรุงปารีส โดยตั้งชื่อภาพว่า L’amour au temps du coronavirus หรือ Love in the Time of Coronavirus ซึ่งเป็นภาพคู่รักกำลังจูบกัน เขาอธิบายว่า “รอยจูบผ่านหน้ากากเป็นการสร้างร่องรอยแห่งความทรงจำเช่นเดียวกับรอยสัก ผมคิดถึงว่าทุกคนจะจดจำช่วงเวลานี้ เพราะเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำที่ทุกคนจะได้บอกรักกัน”

แม้ว่าเขาจะเลือกใช้สีโทนอุ่นเพื่อเน้นจุดสำคัญของภาพ แต่องค์ประกอบรวมทั้งหมดกลับทำให้ภาพนี้สื่อถึงความรักในแง่มุมที่ชวนให้รู้สึกเจ็บปวด ราวกับเป็นจูบสุดท้ายของคู่รัก ที่ไม่รู้ว่านับจากนี้ไปพวกเขาทั้งสองคนจะได้พบกันอีกหรือเปล่า

5

Honey Bears
ส่งต่อความสนุกคู่ความห่วงใย

fnnch [@fnnch]. (3 May 2020). The Great Honey Bear Hunt. Retrieved from https://www.instagram.com/p/CAGI4jRpA0z/

ศิลปิน: fnnch
พิกัด: The Castro, San Francisco, United States

Honey Bear เป็นคาแรคเตอร์ที่ออกแบบโดย fnnch ศิลปินชาวอเมริกันในซานฟรานซิสโก เกิดจากจุดเริ่มต้นที่เขาต้องการใช้เป็นผลงานประจำตัวตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 และเป็นสัญลักษณ์สากลที่สื่อถึงความสุข ด้วยรูปลักษณ์ที่น่ารักและเป็นมิตรกับทุกๆ คน จึงทำให้ขวดน้ำผึ้งสีเหลืองทองรูปหมีนี้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เขาออกแบบหมีแต่ละตัวให้มีรายละเอียดแตกต่างกันไปตามวาระพิเศษ เช่น หมีสีรุ้งเพื่อเฉลิมฉลองให้กับกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือหมีที่แต่งตัวเลียนแบบตัวละครในหนังดัง จนเกิดเป็นความสนุกในย่านคาสโตร (Castro) ของซานฟรานซิสโก เพราะผลงานของเขาเปิดโอกาสให้คนที่ผ่านไปมาในย่านนี้ได้ตามหาหมีซึ่งกระจายอยู่ทั่วบริเวณ

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 เขาจึงออกแบบ Mask Bear หรือขวดหมีใส่หน้ากาก และ Soap Bear หรือขวดสบู่สีน้ำเงินรูปหมี แล้วนำไปติดตามที่ต่างๆ ทั่วซานฟรานซิสโก เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนตระหนักรู้ถึงวิธีพื้นฐานในการป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อ

เขายังบอกเล่าถึงความตั้งใจในการทำงานศิลปะว่า “ไม่ว่าคุณจะออกไปนอกบ้านพร้อมกับเจ้าตูบ คนอื่นๆ หรือตัวคนเดียว เพื่อเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ผลงานเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกสนุกและปลอดภัย นี่แหละคือหน้าที่ของศิลปะที่ผมต้องการให้มันเป็น คือส่งเสริมให้พื้นที่สาธารณะมีศิลปะเพื่อสร้างสรรค์สังคม”  

6

Super Nurse
ส่งต่อคำยกย่องแด่บุคคลสำคัญ

FAKE [@Iamfake]. (21 March 2020). Super Nurse. Retrieved from https://www.instagram.com/p/B-ACb_4lMCf/

ศิลปิน: FAKE
พิกัด: Amsterdam, Netherlands

ภายใต้ข้อจำกัดและความกดดัน พยาบาลคือหนึ่งในอาชีพที่ต้องแข่งกับเวลาแห่งความเป็นความตายอย่างหนักหนาสาหัส น่าเสียใจที่หลายคนต้องพ่ายแพ้ต่อความร้ายกาจของเชื้อโรค และจากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ 

ความเสียสละและการสูญเสียของพยาบาลสร้างความสะเทือนใจให้ FAKE ศิลปินชาวดัตช์อย่างมาก เขาจึงตั้งใจสร้างผลงาน Super Nurse เพื่อยกย่องพยาบาล ในฐานะบุคคลสำคัญผู้ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ รวมถึงยืนหยัดต่อสู้กับโรคระบาดจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

สำหรับเขา ไม่ใช่เรื่องสำคัญสักนิดว่าแต่ละคนจะต้องรู้จักพยาบาลก่อน ถึงจะกล่าวชมหรือให้กำลังใจกันได้ “เมื่อมีโอกาสอย่าลังเลที่จะแบ่งปันความรู้สึกดีๆ และเขียนข้อความให้กำลังใจพยาบาล นี่คือของขวัญแสนพิเศษสำหรับพวกเขา”

นอกจากนี้ เขายังเปิดให้ดาวน์โหลดผลงานในรูปแบบไฟล์ภาพดิจิตัลฟรีผ่านเว็บไซต์ https://www.highonspraypaint.com/shop/เพื่อเป็นเกียรติให้กับพยาบาลทุกคนทั่วโลก ด้วยความหวังว่าทุกคนจะปลอดภัยดีและมีสุขภาพที่แข็งแรง

7

Lockdown
ส่งต่อความหวังใหม่ให้ชีวิต

The Rebel Bear [@the.rebel.bear]. (3 April 2020). Lockdown. Retrieved from https://www.instagram.com/p/B-fYdv0jOVu/

ศิลปิน: The Rebel Bear
พิกัด: Glasgow, United Kingdom

หลังจากที่ทางการของสก็อตแลนด์ประกาศปิดประเทศ ประชาชนต่างเริ่มวิตกกังวลว่า นับจากนี้ชีวิตและความเป็นอยู่ของพวกเขาไปจะดำเนินไปอย่างไร The Rebel Bear ศิลปินนิรนามชาวสก็อต จึงตัดสินใจฝ่าฝืนกฏหมาย ไม่กักตัวอยู่ในที่พัก เพราะเขาต้องการสะท้อนความรู้สึกของคนในประเทศผ่านความสามารถที่เขาถนัด จนสำเร็จเป็นภาพผู้ชายที่มีโซ่ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ล่ามไว้ตรงข้อเท้า

ภาพของเขาได้รับความสนใจอย่างมาก ทุกคนที่สัญจรผ่านภาพนี้มักจะถ่ายภาพกลับไปด้วย คนจำนวนมากเข้าถึงงานของเขาทั้งในด้านกายภาพและด้านอารมณ์ความรู้สึก

ในมุมมองของเขา แม้ว่าทุกคนกำลังถูกโรคระบาดจำกัดอิสระและลดทอนสิทธิในการใช้ชีวิต แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องจำยอมต่อชะตากรรมเหล่านั้น เพราะชีวิตย่อมมีความหวังและทางเลือกเสมอ ขอเพียงยิ้มและก้าวเดินต่อไป

เขายืนยันว่าเหตุุผลสำคัญที่ทำหน้าที่เป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างผลงานศิลปะต่อไปคือ “เพื่อทำให้ทุกคนได้คิดตรอง และมีรอยยิ้มที่เปี่ยมได้ด้วยความหวัง”

8

COVID-19 Wrecking Everything
ส่งต่อความจริงที่ทุกคนต้องพบเจอ

HULA [@the_hula]. (18 March 2020). COVID-19 wrecking everything. Retrieved from https://www.instagram.com/p/B94dkK9BL2p/

ศิลปิน: HULA
พิกัด: Miami, Florida, United States

ฮูลา (HULA) หรือ ณอน โยโร (Sean Yoro) ศิลปินชาวอเมริกัน เลือกใช้พื้นที่ทิ้งร้างอันห่างไกล ซึ่งเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เป็นสถานที่สร้างสรรค์ผลงานของเขา โดยพ่นสีสเปรย์ลงบนผนังเสาคอนกรีตเป็นภาพสามมิติของลูกตุ้มไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ขนาดมหึมา มันเพิ่งถูกปล่อยจากที่สูงและกำลังเหวี่ยงตัวเข้าทำลายทุกสิ่งที่ขวางทาง 

เขาเรียกมันว่า “สัญลักษณ์ของความวุ่นวายและการทำลายล้างที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกในขณะนี้”ส่วนเศษซากที่พังทลายอยู่รายรอบ เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า “ต้องการใช้เป็นภาพแทนเพื่อเน้นย้ำถึงผลกระทบจากไวรัสต่อชีวิตมนุษย์ในเกือบทุกแง่มุม ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเมื่อการระบาดครั้งใหญ่ยุติลง โลกนี้ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะระบบที่เคยใช้และเชื่อมั่นกันทั่วโลก ต่างถูกเปิดเผยให้เห็นถึงความเปราะบางอย่างชัดเจน ชีวิตของเราทุกคนจึงถึงคราวที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล ทั้งในด้านความคิด การกระทำ และความทะเยอทะยาน เพื่อมีให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ในอนาคต”

9

Divided We Stand, United We Fall
ส่งต่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

TVBOY [@tvboy]. (13 March 2020).Divided We Stand, United We Fall. Retrieved from https://www.instagram.com/p/B9pmhqEqWVs/

ศิลปิน: TVBOY
พิกัด: Barcelona, Spain

ในอดีต จอร์จ วอชิงตัน (George Washington) ผู้นำทางทหารและการเมืองในช่วงที่สหรัฐอเมริกาเพิ่งก่อตั้งขึ้นมา ได้หยิบยกประโยค “United We Stand, Divided We Fall” (รวมกันเราอยู่ แยกหมู่เราตาย) จาก The Liberty Song หรือบทเพลงเพื่อเสรีภาพ บทประพันธ์ในปี ค.ศ. 1768 ของ จอห์น ดิกคินสัน (John Dickinson) เพื่อต้องการสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให้เกิดขึ้นในสังคมอเมริกันช่วงยุคก่อนประกาศอิสรภาพ

Tvboy ศิลปินชาวอิตาเลียนจึงนำประโยคนี้มาอยู่ร่วมกับภาพบุคคลสมมุติในประวัติศาสตร์ อย่าง Uncle Sam หรือลุงแซม เพื่อสร้างเป็นภาพศิลปะชิ้นใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีต

เขาติดภาพนี้ไว้บนกำแพงของตรงทางเดินย่านโกธิค ควอเตอร์ (Gothic Quarter) ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่าของบาร์เซโลน่า (Barcelona) ที่มีผู้คนพลุกพล่านมากที่สุดย่านหนึ่งในประเทศสเปน โดยเขาหวังว่าผลงานนี้จะยังคงทำหน้าที่ได้ดีเหมือนเดิม นั่นคือ ปลุกใจให้ทุกคนสามัคคีและมีความเป็นหนึ่งเดียว เพื่อผ่านวิกฤติโรคระบาดนี้ไปด้วยกัน

10

Sending Love to Everybody
ส่งต่อความรักถึงทุกๆ คน

Anat Ronen [@anatronen1971]. (26 April 2020). Sending love to everybody. Retrieved from https://www.instagram.com/p/B_bSh3pJ_EZ/

ศิลปิน: Anat Ronen
พิกัด: Houston, Texas, United States

เมื่อย้ายถิ่นฐานจากอิสราเอลมาอาศัยอยู่กับครอบครัวในสหรัฐอเมริกา อนัท โรแนน (Anat Ronen) จึงตัดสินใจใช้ชีวิตหลังจากนั้นเป็นศิลปินอาชีพ จนถึงวันนี้รวมระยะเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว ที่เธอได้สร้างสรรค์งานศิลปะไว้ทั่วพื้นที่ในสหรัฐอเมริกา เป็นจำนวนมากกว่า 100 ผลงาน เธอมักใช้สีทาบ้านเขียนรูปลงบนพื้นผิวต่างๆ ตั้งแต่กำแพง ผ้าใบ แผ่นไม้ ไปจนถึงพื้นถนน 

แปรงและสีทาบ้านจึงเป็นอุปกรณ์คู่ใจที่เธอพกติดตัวไว้เสมอ เผื่อมีโอกาสเจอสถานที่ที่เหมาะสมกับการวาดภาพ แต่หลังจากต้องกักตัวอยู่แต่ในบ้าน เธอจึงเปลี่ยนถนนหน้าโรงจอดรถเป็นงานศิลปะสามมิติขนาดใหญ่

เธอวาดภาพมือพยาบาลที่ประกบนิ้วเข้าหากันเป็นรูปหัวใจ สำหรับให้คนที่ผ่านมาเห็นได้เล่นสนุก โดยสามารถเข้าไปนั่งตรงกลางเพื่อถ่ายภาพเป็นที่ระลึกได้ ขณะเดียวกันผลงานนี้ก็ยังสื่อความหมายถึงการให้กำลังใจพยาบาลทุกคน เธอบอกว่า “โปรดแสดงความรักจากหัวใจให้เจ้าหน้าที่พยาบาลผู้เสี่ยงชีวิตและเสียชีวิตเพื่อปกป้องทุกคนให้แข็งแรง เราจะไม่มีวันลืมคุณ” 

 

อ้างอิง

  • Agence France-Presse. ฺBrazilian street artist paints mural promoting unity amid pandemic. https://youtu.be/V1SNAbby4vg
  • BBC. Coronavirus: Who is behind Glasgow’s Covid street art?. https://bbc.in/2ztC1oK
  • Charu Suri. Street art confronts the Pandemic. https://nyti.ms/2ZBvNhc
  • Matt Charnock. Street artist behind Coronavirus-inspired Honey Bear murals raises over $125K for COVID-19 charities. https://bit.ly/2X02T8R
  • Matthew Eller. FAKE’s new mural “Super Nurse” available for free download. https://bit.ly/2TBXRx8
  • Nadja Sayej. ‘It feels like wartime’: How street artists are responding to Coronavirus.https://bit.ly/36sCd3A
  • Vincent Roux. Art under lockdown: French street artist C215 adapts to quarantine. https://bit.ly/2ZxqVtu
  • Will Gompertz. New Banksy artwork appears at Southampton Hospital. https://bbc.in/2WXy7xk
ดูข่าวต้นฉบับ