ปันกันกรีน น้ำยาทำความสะอาด ผลิตจากผัก-ผลไม้อินทรีย์ ปลอดภัยต่อผู้ใช้

เส้นทางเศรษฐี อัพเดต 13 ส.ค. เวลา 03.57 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. เวลา 03.25 น.
‘ปันกันกรีน’ น้ำยาทำความสะอาดรักษ์โลกจากผัก-ผลไม้อินทรีย์
‘ปันกันกรีน’ น้ำยาทำความสะอาดรักษ์โลกจากผัก-ผลไม้อินทรีย์

ปันกันกรีน น้ำยาทำความสะอาด ผลิตจากผัก-ผลไม้อินทรีย์ ปลอดภัยต่อผู้ใช้

ปันกันกรีน เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ผลิตจากธรรมชาติ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ ไอเดียนี้เกิดจากแนวคิดของ คุณเก๋- ชัฏศิญาณ์ พรหมมงคลกุล คุณแม่ที่อยากให้ลูกได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดีๆ ในชีวิตประจำวัน

คุณเก๋ เล่าว่า ปันกันกรีน ได้แรงบันดาลใจมาจากลูกซึ่งแพ้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดตามท้องตลาด ประกอบกับปี 2554 เกิดน้ำท่วมใหญ่ เธอและครอบครัวต้องย้ายไปอยู่มาบเอื้อง จังหวัดชลบุรี ที่นั่นทำให้คุณเก๋ได้เรียนรู้ศาสตร์พระราชา ตลอดจนวิธีการทำน้ำยาสูตรต่างๆ จากธรรมชาติ

“เราได้เรียนรู้ศาสตร์พระราชาที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้องหลายอย่าง เช่น การปลูกข้าว การทำน้ำยาล้างจาน การใช้สมุนไพรรักษาตัวเอง และรู้ว่ามีเงินก็ทำอะไรไม่ได้ ตัวแปรหลักคือข้าวที่เราต้องกิน ข้าวปลาคือของจริง แต่เงินทองคือของนอกกาย” คุณเก๋ เล่า

เมื่อกลับกรุงเทพฯ คุณเก๋นำความรู้ที่เรียนมาผลิตน้ำยาทำความสะอาดด้วยผักและผลไม้อินทรีย์ให้ลูกใช้ เพราะโรงเรียนของลูกเน้นให้ทำกิจกรรมเชิงปฏิบัติ ไม่ต้องทำการบ้าน แต่ทุกเย็นต้องช่วยพ่อแม่ทำความสะอาดบ้าน เช่น ถูพื้น ซักผ้า ล้างจาน

 

“ผลิตภัณฑ์ตัวแรก คือ น้ำยาล้างจานสูตรสับปะรด ลูกใช้ได้ไม่กัดมือ ผู้ปกครองท่านอื่นพบปัญหาเดียวกันลูกแพ้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เลยแบ่งให้ลองใช้ สรุปใช้ดี แม่ๆ ก็แนะนำให้นำสินค้าไปวางจำหน่ายที่สหกรณ์โรงเรียน หลายคนซื้อไปใช้ จากโรงเรียนปัญโญทัย สุขาภิบาล 5 ขยับไปอีกหลายโรงเรียน”

ก่อนเล่าต่อว่า เธอเริ่มต่อยอดสินค้า เข้าร่วมโครงการสามพรานสุขใจ และสมัครโครงการ Young Smart Farmer เพื่อนำผลผลิตอินทรีย์มาทำน้ำยาสูตรต่างๆ เช่น น้ำยาซักผ้าสูตรน้ำผลไม้ผสม น้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรน้ำสกัดมะละกอ น้ำยาล้างจานสูตรมะกรูด น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาทำความสะอาดพื้น สูตรน้ำขมิ้นชัน น้ำยาล้างมือสูตรมะกรูด แชมพูมะกรูด เป็นต้น

“ทำแล้วเสีย เททิ้งไปหลายพันลิตรก็เยอะ แจกจ่ายเพราะวางขายไม่ได้ก็มี เพราะผลไม้แต่ละฤดูกาลไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนเคมีที่มีสัดส่วนตายตัวได้ผลลัพธ์ตายตัว หรือบางช่วงผลไม้ไม่มี ช่วงหน้าแล้งเราจะหยุดทำน้ำหมัก ช่วงฤดูฝนจะลงสวนทำน้ำหมัก ผลไม้ที่นำมาทำ คือ ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะเฟือง มะนาว มะกรูด สับปะรด หรือ มะยมยังได้ ใช้เวลาหนึ่งปีถึงจะมีจุลินทรีย์ออกมา ซึ่งจะขจัดคราบสกปรกได้ดีกว่า แต่ถ้าคนทั่วไปหมัก 15 วัน 1 เดือน หรือ 6 เดือนก็ได้” คุณเก๋ เล่า

เธอบอกว่า อยากเปลี่ยนทัศนคติให้คนทั่วไป เข้าใจว่าออร์แกนิกหรือธรรมชาติพวกนี้ไม่ได้ยากหรือแพงอย่างที่คิด ปลูกเองทำเองได้ อย่างปันกันกรีน จะมีวางจำหน่ายที่รีฟิลสเตชั่น ตามร้านกาแฟ ร้านรักษ์โลก ขายสินค้าธรรมชาติ คิดราคาเป็นขีด ไม่จำเป็นต้องซื้อทั้งขวด

“ขวดน้ำเหลือใช้อย่าเพิ่งทิ้ง สามารถนำมากดน้ำยารีฟิลนำไปลองใช้ก่อนได้ ผลิตภัณฑ์พวกนี้ใช้แล้วอาจไม่ทันใจหรือได้ผลทันที แต่มีผลในระยะยาว ส่วนเคมีอาจจะทันใจ ได้ผลเร็วแต่มันก็ทิ้งสารตกค้างไว้ตามร่างกาย และธรรมชาติ”

ส่วนวิธีการใช้ คุณเก๋ บอกว่า ให้ดูหน้างาน ถ้าบ้านหรือห้องเล็ก ให้ใส่จำนวนฝาน้อย ผสมน้ำ แล้วนำผ้ามาจุ่ม เด็กๆ รุ่นใหม่อาจจะใช้ไม่ค่อยเป็น แนะนำแบบนี้ เมื่อนำผ้าจุ่มน้ำยาแล้วให้เช็ดโต๊ะ ตู้ เตียงให้เกลี้ยงก่อน จากนั้นค่อยถูพื้น น้ำที่เหลือยังใช้ได้ นำพรมเช็ดเท้ามาซัก เรียกว่าใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

สำหรับราคาผลิตภัณฑ์ ปันกันกรีน ราคาเริ่มต้น 75–250 บาท สามารถหาซื้อได้ที่ www.pangungreen.com, เฟซบุ๊ก ปันกันกรีน, ไลน์ : pungungreen, อินสตาแกรม : pungungreen_official, โทรศัพท์ 081-995-9432, 02-171-2979

ดูข่าวต้นฉบับ