สู้สิคะ เพื่อน้องจั๊กเรียบเนียน! 8 วิธีกำจัด 'ตุ่มก้อนอักเสบ' บนรักแร้ ให้สิ้นซาก (ᗒᗣᗕ)

SistaCafe อัพเดต 20 ส.ค. 2562 เวลา 02.01 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2562 เวลา 10.41 น. • Mollacake

ไฮค่าาาา สาวๆ SistaCafe ทุกคนนน~~
เป็นสาวเป็นนาง จะปล่อยให้มีขนรักแร้ดกดำ เป็นลิงชิมแปนซีก็ไม่ได้ปะ? ของมันต้องถอน ต้องโกนเนอะ คราวนี้เลยมีสาวๆ บางคนวอแวว่า  ***' ทำไมลองคลำรักแร้ แล้วมันไม่เรียบเนียนเหมือนช่วงแรกๆ ตะปุ่มตะป่ำเป็นถนนทางลูกรังเลยจ้า ละไม่ใช่แค่นูน มันเจ็บด้วยนี่ดิ จะดึงออกก็ไม่ได้มันเป็นเนื้อออ โอ๊ยย ทำไงดี??? ' 


ที่จริงแล้ว ก้อนเจ็บๆ พวกนี้มีสาเหตุมาจากที่ ' ต่อมน้ำเหลือง ' บริเวณรักแร้บวมค่ะ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังติดเชื้อนั่นเอง! ซึ่งในบางกรณีอาจเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็งอีกด้วย ;_;  แต่ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายค่ะ แค่อักเสบ บทความนี้จึงมาแนะนำวิธีกำจัดตุ่มให้หายไปได้ง่ายๆ ด้วยวัตถุดิบในบ้าน ทั้งหมด 8 วิธีด้วยกัน แต่ก่อนอื่น เราไปดูกันชัดๆ ก่อนว่า ตุ่มพวกนี้มันคืออะไรกันแน่??

'ตุ่มก้อนบนรักแร้' คืออะไร

ถ้าเมื่อไหร่ที่สาวๆ คลำพบตุ่มก้อนๆ นูนบวมใต้วงแขน จะเรียกว่า ' armpit lump ' หรือตุ่มใต้รักแร้นั่นเอง สาเหตุหลักๆ ที่เป็นก็อย่างที่บอกข้างต้น คือต่อมน้ำเหลืองบวม เพราะต่อมน้ำเหลืองเป็นส่วนหนึ่งของระบบน้ำเหลือง ที่ขนส่งน้ำเหลืองเข้าออกในกระแสเลือดจากเนื้อเยื่อร่างกาย ต่อมเหล่านี้จะกรองน้ำเหลือง ทำให้เกิดตุ่มบวมได้
สาเหตุที่เป็นตุ่มใต้รักแร้ : แบคทีเรีย, เชื้อรา, การติดเชื้อบริเวณแขนหรือหน้าอก, โรคเอดส์, โรคมะเร็งเต้านม, โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง, อาการภูมิแพ้, เนื้องอกไขมัน ( lipomas ), ซีสต์
อาการของตุ่มใต้รักแร้ : เป็นก้อนบวมที่ใต้วงแขน, ผิวหนังรอบตุ่มอักเสบ, จับโดนแล้วเจ็บ, เจ็บบริเวณแขนและอก, ขยับแขนไม่สะดวก
แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งนอยด์ว่าถ้าเป็นตุ่ม ฉันเป็นมะเร็งหรือเปล่า!? เพราะส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเป็นตุ่มก้อนทั่วไป ไม่ใหญ่บวมแดงเลือดออกจนเห็นชัด ก็มักจะเป็นแค่ต่อมน้ำเหลืองโต หรือเป็นก้อนไขมันเฉยๆ ที่ไม่อันตราย รักษาได้เองที่บ้านค่ะ! โดย8 วิธีที่เรานำเสนอ ล้วนเป็นวัตถุดิบที่หาง่าย ใช้ได้ผลจริง สู้หน่อยน้า เพื่อวงแขนเรียบเนียน! พร้อมแล้วก็ไปดูกันเล้ย

กำจัด 'ตุ่มหนังไก่อักเสบ' ให้หายไปได้ แค่ทำตามนี้!

1. รักษาด้วย 'น้ำอุ่น'

สิ่งที่ต้องใช้
> ผ้าขนหนูผืนเล็ก
> น้ำร้อน
วิธีทำ
1. ชุบผ้าขนหนูในชามใส่น้ำอุ่น บิดน้ำออกให้พอหมาดๆ
2. วางบนผิวบริเวณที่มีตุ่มก้อน ทิ้งไว้ 10-15 นาที
ต้องทำบ่อยมั้ย? : 2-3 ครั้งต่อวัน
วิธีนี้ดียังไง? :แม้จะดูง่ายจนเหลือเชื่อ แค่ใช้น้ำอุ่นประคบ แต่มันสามารถรักษาตุ่มให้หายได้จริง! นั่นเพราะน้ำอุ่นมีความร้อน เมื่อประคบผิวที่อักเสบด้วยความร้อน มันก็จะช่วยลดความบวมของต่อมน้ำเหลืองไปด้วยนั่นเองค่า

2. รักษาด้วย 'การนวดน้ำมัน'

สิ่งที่ต้องใช้
> น้ำมันมะกอก / น้ำมันมะพร้าว
วิธีทำ
> หยดออยล์ 1-2 หยดบนปลายนิ้ว แล้วนวดบริเวณใต้วงแขน นวดวนๆ ให้ทั่วเป็นจังหวะขึ้น-ลง ประมาณ 2-3 นาที
ต้องทำบ่อยมั้ย? : 2 ครั้ง/วัน
วิธีนี้ดียังไง? :การนวดบริเวณรักแร้ จะทำให้ระบบไหลเวียนเลือดส่วนนั้นทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดบวม ( ฟีลประมาณขาบวม ตัวบวมแล้วไปนวดที่สปา จะช่วยกระตุ้นต่อมน้ำเหลืองนั่นแหละ ) เมื่อนวดต่อเนื่องสักระยะ ความเจ็บจากตุ่มจะลดลง ขยับแขนได้ง่ายและสะดวกขึ้นเยอะค่ะ

3. รักษาด้วย 'วิตามินอี'

สิ่งที่ต้องใช้
> แคปซูลวิตามิน E
วิธีทำ : กินพร้อมน้ำเปล่า 
กินบ่อยแค่ไหน? : 1 แคปซูลทุกวัน
วิธีนี้ดียังไง? :ส่วนใหญ่พวกปัญหาผิวหนังต่างๆ มักเกิดขึ้นเพราะร่างกายขาด ' โปรตีน ' และ ' วิตามินที่จำเป็น ' ซึ่งวิตามินอี ถือเป็นหนึ่งในวิตามินที่สำคัญที่สุดต่อร่างกายมนุษย์ค่ะ! นอกจากกินวิตามินแล้ว ควรดื่มนม กินผักผลไม้สดควบคู่ไปด้วย วิตามินอีจะช่วยลดอักเสบ ลดบวมบนตุ่มใต้รักแร้ได้ชะงัดนักล่ะ!

4. รักษาด้วย 'แตงโม'

สิ่งทีต้องใช้
> น้ำแตงโม
วิธีทำ
> ดื่มน้ำแตงโมเย็นๆ หลังมื้อเช้า
ดื่มบ่อยแค่ไหน? : 1 แก้วทุกเช้า
วิธีนี้ดียังไง? :แตงโมมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระโดยธรรมชาติอยู่แล้ว จึงช่วยดีท็อกซ์เลือด, ก้อนตุ่มที่ติดเชื้อแบคทีเรีย และยังช่วยลดบวมบนผิวที่อักเสบอีกด้วย ผลไม้ชนิดนี้ไม่ใช่แค่ผลไม้ไดเอท กินแล้วสดชื่นเท่านั้น แต่ยังเป็น ' ยาธรรมชาติ ' ที่ทำให้รักแร้เรียบเนียนอีกด้วยน้า ไม่เชื่อไปลอง

5. รักษาด้วย 'หัวหอม'

สิ่งที่ต้องใช้
> หัวหอม 1 หัว
วิธีทำ
> คั้นน้ำหัวหอม แล้วดื่ม! ถ้าใครทนรสชาติน้ำหัวหอมเพียวๆ ไม่ไหวจริง ก็ผสมน้ำผักผลไม้อื่นๆ ลงไปได้ค่ะ
ดื่มบ่อยแค่ไหน? : 1 แก้วทุกวัน
วิธีนี้ดียังไง? :ที่จริงการรักษาด้วย ' หัวหอม ' ถือเป็นวิธีฮิตยุคแรกๆ ในการกำจัดตุ่มใต้รักแร้เลยนะ เพราะหัวหอมขึ้นชื่อในเรื่องคุณสมบัติฆ่าเชื้อ และยาต้านจุลชีพ แม้รสชาติอาจแหยะๆ ต้องทำใจนิดนึงก่อนดื่ม แต่มันช่วยลดอักเสบ ลดบวมบนผิวได้จริง รับรองว่าจากตุ่มเจ็บๆ จะช่วยให้รักแร้เนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ

6. รักษาด้วย 'ถ่านชาร์โคล'

สิ่งที่ต้องใช้
> ผงถ่านชาร์โคล 1 ช้อนชา
> ผงเมล็ด flaxseed 1/2 ช้อนชา> น้ำเปล่า
> กระดาษทิชชู่แผ่นใหญ่ ( แบบที่ใช้ในครัว )
วิธีทำ
> ผสมผงสองอย่างเข้าด้วยกัน เทน้ำลงไปคนให้เข้ากันจนเป็นครีมเนื้อเหนียว ทาบนกระดาษทิชชู่แผ่นใหญ่ แปะบนบริเวณที่มีตุ่ม ทิ้งๆว้ 10-15 นาที
ทำบ่อยแค่ไหน? : ทำทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ทุกวัน จนกว่าตุ่มจะหายไป หรือลดการอักเสบลง
วิธีนี้ดียังไง? : ผงถ่านชาร์โคล เรามักจะเห็นเป็นส่วนผสมของสบู่ หรือโฟมล้างหน้า เพราะช่วยดูดซับความมันได้ดี แต่ที่จริงแล้ว มันยังช่วยลดตุ่ม ดีท็อกซ์สารพิษ ลดอาการติดเชื้อและผิวอักเสบได้ด้วยค่ะ! ทำบ่อยๆ ทำเรื่อยๆ เพียง 2-3 วัน จะช่วยลดความเจ็บ บวมแดงได้เกือบหมด แหนะ อยากลองแล้วล่ะสิ ไปลองเลยค่า!

7. รักษาด้วย 'กระเทียม'

สิ่งที่ต้องทำ
> กระเทียม 2-3 กลีบ
> น้ำอุ่น 1 แก้ว
วิธีทำ
> ลอกเปลือกกระเทียม หั่นพอหยาบ แล้วกินสดๆ พร้อมน้ำอุ่นทันทีหลังตื่นนอนตอนเช้า! หรือจะแค่นำกระเทียมไปผสมในมื้ออาหารประจำวันก็ได้ เช่น ข้าวผัด สปาเก็ตตี้ เป็นต้น
กินบ่อยแค่ไหน? : ทุกเช้า เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ติดเชื้อ!!
วิธีนี้ดียังไง? : กระเทียมขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องการเป็น ยาต้านจุลชีพและลดการอักเสบของผิว หากร่างกายติดเชื้อ ต่อมน้ำเหลืองจะบวม เมื่อกินกระเทียมเข้าไป จะช่วยไปลดความเจ็บและอาการบวมได้ เป็นอาหารดีท็อกซ์ที่แท้จริง ( แม้กลิ่นจะแรงไปหน่อยก็ตาม อิอิ )

8. รักษาด้วย 'น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์'

สิ่งที่ต้องใช้
> น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์ 
> น้ำเปล่า
> ผ้าคอตตอน
วิธีทำ
1. ผสมน้ำส้มสายชูและน้ำเปล่า ให้เข้ากันในชาม ชุบผ้าคอตตอนในชามที่ผสมแล้ว แปะลงบนผิวที่มีตุ่มอักเสบทิ้งไว้ 5-7 นาที
2. เอาผ้าออก ล้างให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น ซับให้แห้ง
*เพื่อให้ตุ่มหายไวขึ้น แนะนำให้นำน้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำผึ้ง เทผสมในน้ำเปล่า ดื่มทุกเช้าค่ะ
ทำบ่อยแค่ไหน? : 2-3 ครั้ง/ วัน ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าตุ่มจะหายเจ็บหรือลดการอักเสบลง
วิธีนี้ดียังไง? :น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล เป็นที่รู้จักในคุณสมบัติลดบวม ลดการอักเสบอยู่แล้ว และยังช่วยฆ่าเชื้อโรคอีกด้วย ใครมีตุ่มอักเสบ ตัวนี้ช่วยได้แน่นอนค่า

วิธี 'ดูแลใต้วงแขน' ให้สุขภาพดี ไร้ตุ่มก้อนกวนใจ

หากสาวๆ คนไหนยังไม่เคยมีตุ่มก้อนมาก่อน หรือเป็นแล้ว รักษาหายแล้ว ไม่อยากกลับไปเป็นซ้ำอีก! ให้ทำตามวิธีดังนี้ค่ะ
1. บำรุงผิวใต้วงแขนให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ - ปัญหาส่วนใหญ่ในร่างกายเรา มักมาจากการที่ของเหลวในร่างกายและเลือดไม่สมดุล สาวๆ จึงควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เมื่อร่างกายไม่ขาดน้ำ ผิวก็จะชุ่มชื้น ลดการเกิดตุ่มอักเสบ หรือไม่ทำให้ตุ่มบวมขึ้นกว่าเดิม 
2. ลดการดื่มคาเฟอีน - ชา กาแฟที่เราดื่มกันอยู่ทุกวันเนี่ย มีคาเฟอีนสูงมากก ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ว่า มันอาจเป็นตัวเร่งให้ตุ่มก้อนเหล่านี้โตเอาๆ เร็วกว่าเดิม! แม้จะไม่มีงานวิจัยเป็นทางการออกมา แต่ช่วงมีตุ่มอักเสบ เลี่ยงดื่มได้จะดีที่สุด! อ้อ แม้แต่โค้ก หรือน้ำอัดลมก็ไม่ได้นนะ ให้เปลี่ยนเป็นดื่มน้ำผลไม้สดแทนค่ะ
3. เลี่ยงกินอาหารที่ทำให้ตุ่มเจ็บยิ่งขึ้น - อาหารที่เรากินๆ ทุกวัน ก็มีส่วนสำคัญว่าจะทำให้ร่างกายดี หรือยิ่งแย่ลงค่ะซิส! ขอให้เลี่ยงของทอด ของมัน หรือของเผ็ดจัดๆ เพราะของเผ็ดจะยิ่งทำให้เหงื่อออกใต้วงแขน เชื้อแบคทีเรียยิ่งชอบเลยทีนี้! ดังนั้นอย่าเสี่ยงดีกว่า
4. รักษาความสะอาดอยู่เสมอ! - อาการติดเชื้อ บวมใดๆ จะดีขึ้นถ้าเธอทำให้ผิวบริเวณนั้นสะอาดและแห้ง ไม่อับชื้นอยู่เสมอ ยิ่งส่วนใต้วงแขนที่มีเหงื่อออกง่าย ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ ถ้าเป็นตุ่มที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย รูขุมขนอุดตัน แค่ล้างให้สะอาด มันก็หายไปแล้วค่ะ

ทริคอื่นๆ
> อย่าใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับคนที่มีตุ่มอักเสบเหล่านี้ เพราะเชื้อแบคทีเรียอาจกระจายมาถึงเธอได้!
> ไม่ใช้สบู่ที่มีสารเคมีแรงๆ ถูบริเวณตุ่ม
> ใช้น้ำอุ่นล้างผิวใต้วงแขนให้สะอาดทุกครั้งหลังอาบน้ำ หรือจะใช้ทิชชู่เปียกเช็ดระหว่างวันก็ยิ่งดี> อย่าไปแคะ แกะ เกาตุ่ม หรือใช้โรลออนบริเวณนั้น จะยิ่งเจ็บและติดเชื้อหนักกว่าเดิม> อย่าเพิ่งโกนขน จะยิ่งเร่งให้ตุ่มติดเชื้อและอักเสบมากขึ้น
สุดท้ายนี้ ถ้าเกิน 1 สัปดาห์แล้ว ตุ่มยังไม่หายสักที อาจเพราะติดเชื้อเยอะแล้ว แนะนำให้ไปพบหมอผิวหนัง เพื่อรับยาปฏิชีวนะมากินดีกว่าค่า

--------------------
ครบถ้วนหมดแล้วค่ะซิส! กับวิธีดูแล กำจัด ' ตุ่มก้อนใต้รักแร้ ' ที่แสนเจ็บปวดของสาวๆ ให้สิ้นซาก ด้วยวัตถุดิบที่หาง่าย ทำก็ง่าย แค่อาศัยวินัยควบคู่กับการดูแลสุขภาพผิว ตุ่มเจ็บๆ ก็จะค่อยๆ หายไปได้เอง อาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ก็อย่าเพิ่งใจร้อน! วิธีธรรมชาติอาจหายช้าหน่อย แต่ไม่มีผลข้างเคียงกับรักแร้ของเราอย่างแน่นอน
อดทน เพื่อจะได้ใส่เสื้อแขนกุดสุดโปรดในตู้น้าาา รักแร้เนียนสวยไม่ไกลเกินฝัน ลองดูค่ะ! วันนี้เราก็ขอตัวลาไปก่อนละเด้ออ ไปดูรักแร้ตัวเองบ้างดีกว่า บายยยส์~~~~~~
--------------------

ติดตามบทความใหม่ๆได้ที่ SistaCafe Facebook
SistaCafe เว็บไซต์รวบรวมบทความสำหรับผู้หญิง https://sistacafe.com
♥ ดาวน์โหลด App SistaCafe ฟรีได้แล้ววันนี้! ♥
iOS : AppStore
Android : PlayStore

ดูข่าวต้นฉบับ