สุดๆ "เจ มณฑล" 20 ปีไม่รับงาน มีแฟนแต่ไม่แต่งงาน ไม่มีลูก โลกมีปัญหาเพราะคนเยอะ!

Manager Online เผยแพร่ 20 ก.ย 2562 เวลา 15.42 น. • MGR Online

"เจ มณฑล" เผยอายุ 40 ถึงเวลาปล่อยของซะที ชี้เฟดตัวจากวงการ เลือกทำงานของตัวเอง มีกำแพงของตัวเองเลยปฏิเสธงาน ยันไม่ได้โสด มีแฟนตลอด แต่ไม่ได้เปิดตัว และจะไม่แต่งงาน ลั่นไม่มีลูก ประชากรบนโลกควรมีน้อยๆ โลกมีปัญหาเพราะคนเยอะเกินไป

เป็นพระเอกที่ดังสุดขีดในยุค 90 สาวกรี๊ดกันทั้งเมือง แต่อยู่ดีๆ "เจ มณฑล จิรา" ก็หายหน้าไป ไม่รับงาน ไม่เล่นละคร ไม่เล่นหนัง นอกจากเห็นผ่านๆ กับการทำงานเบื้องหลัง ล่าสุดเจ้าตัวเผยระหว่างมาร่วมงานแถลงข่าวคอนเสิร์ตการกุศล จีวันแบนด์ "แจกดวงตา" 12 ปี หมุนกงล้อพระธรรมจักร ยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่รับงานใคร เพราะทำแต่งานของตัวเอง

"คนไม่เห็นหน้าเราทางสื่อ จริงๆ สักพักแล้ว เราทำของคนอื่นเราก็อยู่เบื้องหลัง แต่ปีที่ผ่านมาเราไม่ทำของคนอื่นเลย เราทำแต่ของตัวเอง ถามว่าเฟดออกจากวงการไหม ก็แล้วแต่งาน พออัลบั้มนี้เสร็จก็น่าจะมีงานที่ออกมา เพราะเราจะมีอะไรโปรโมตแล้ว ถ้ามีเหตุผลที่ออกมาเราก็ออก ถ้าไม่มีเหตุผลก็ไม่จำเป็น เรามีผลงานที่อยากให้คนได้ยินได้เห็น เราก็ออกมาพูดได้ แต่นอกจากนั้นเราก็ต้องเลือกว่าสำคัญหรือไม่สำคัญ ผมเข้าใจว่าเป็นวิธีการใช้ชีวิตของเรา"

"ผมไม่จำเป็นต้องให้คนเห็นตลอดเวลา เราถือว่าเราทำงานอยู่ในถ้ำของเรา พองานเสร็จเราก็ออกไป แต่เร็วๆ นี้จะมีงานออกมาแล้วครับ ก็เป็นอัลบั้มดนตรีที่ผมคิดว่าเป็นโปรเจกต์ที่เราไม่ได้ทำมานาน ผมไม่ได้ทำเพลงภาษาไทยมาหลายปีแล้ว จะออกปีหน้า แต่จะว้าวไหมอันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าคนที่ฟังเขาจะคิดยังไง เราแค่รู้ว่าเป็นสิ่งที่เราทำและเป็นตัวของเราเอง และเราชอบ"

"ผมอธิบายไม่ถูกว่าเป็นแนวไหน ก็เป็นแนวคนฟัง ฟังไม่ยาก งานนี้เป็นเต็มอัลบั้มครับ ปล่อยทีเดียวเลยครับ อัลบั้มนี้ทำมาปีกว่าๆ แต่เรารอที่จะทำอัลบั้มนี้ก็ 15 ปีแล้วมั้ง การที่เราปล่อยซิงเกิลออกมา กับการที่ให้เขารอมาเป็น 10 ปีแล้วเราปล่อยมาเพลงเดียว มันไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ ยิ่งถ้าเพลงออกมาไม่ดีด้วย เขาก็จะรู้สึกว่าเราคิดถึงและรอมาตั้งนาน แล้วปล่อยเพลงที่เฉยๆ เนี่ยนะ ผมเลยคิดว่าสำหรับแฟนๆ ที่เขาติดตามผลงานอื่นๆ มา เขาจะชอบถามว่าเจหายไปไหน เมื่อไหร่จะมีงานของตัวเอง ผมเลยตัดสินใจว่าโอเค พอเราอายุมากขึ้น 40 ปีแล้ว ถึงเวลาที่เราจะทำงานของตัวเองได้แล้ว แทนที่จะเก็บเอาไว้"

ลั่น 20 ปีสร้างผลงานของตัวเอง ชอบในทุกขั้นตอน ทดลองวิธีการให้ศิลปินหลายคน

"20 ปีที่ผ่านมา เราเตรียมที่จะทำอะไรพวกนี้โดยที่เราสร้างผลงานของตัวเองออกมา และเราได้มาทดลองวิธีการทำงานให้ศิลปินหลายๆ คน ในหน้าที่โปรดิวเซอร์ดนตรี พอเราได้ทำงานตรงนั้นมาเยอะแล้ว ใน 2 ปีที่ผ่านมา เรามีความรู้สึกมั่นใจและชอบในขั้นตอนทุกขั้นตอนที่เราทำได้ ค่าทำเลยน้อย เพราะเราเป็นคนเดียวที่ทำทุกอย่าง เราไม่ต้องจ้างใครเลย เพราะเราทำทุกอย่าง"

"ในขั้นตอนของการทำงานของตัวเอง เราปิดทุกอย่าง เราไม่รับงานนอกเพื่อที่จะทำงานของตัวเอง เหมือนเราได้คิดถึงงานตรงนี้มาสักพักหนึ่งแล้ว แต่เมื่อมีคนมาใช้ห้องอัดหรือเราเอาเวลาไปทำงานของคนอื่น พอเขาจ้างเรา เราก็ต้องเอางานเขาไว้ก่อน งานเราเดี๋ยวก็ได้ พอเราผ่านมาหลายปี เราได้ตัดสินใจว่าถ้าเราไม่หยุดรับงานของคนอื่น เราก็จะไม่ได้ทำงานของตัวเอง"

"ผมไม่ได้คาดหวังอะไร เราแค่รู้ว่าเราได้สร้างงานออกมาสำหรับคนที่เขารอคอยอยากจะเห็นผลงานจากเรา และสำหรับคนที่เขาต้องการอะไรที่แตกต่างในวงการดนตรีไทย และเราจะทำไปเรื่อยๆ นั่นคือจุดเป้าหมายที่เราจะทำ คือผลิตงานออกมาให้มันมาได้เรื่อยๆ เราได้สร้างระบบที่จะทำตรงนี้ได้โดยที่ไม่ต้องไปเสียตังค์เยอะมาก"

จะทำงานของตัวเองมากกว่ารับงานคนอื่น

"ใช่ พอเรามาทำงานของตัวเองแล้วเรารู้สึกว่ามันสนุกกว่า เป็นคนที่ไม่ค่อยชอบทำงานของคนอื่นอยู่แล้ว ถึงมาดูเรื่องภาพยนตร์ ละคร เราค่อยๆ ถอยมา เพราะว่าเราชอบที่จะทำงานคนเดียวหรือกลุ่มน้อยๆ"

มีกำแพง เลือกเยอะ ปฏิเสธหนังจนไม่มีใครติดต่อมาแล้ว

"ก็มีติดต่อมาจนเขาไม่ติดต่อแล้ว (หัวเราะ) และนักแสดงใหม่ๆ ก็เยอะด้วย คือผมหาวิธีที่จะหลีกเลี่ยงด้วย ผมก็ไม่รู้ว่าเขามีติดต่อมาหรือเปล่า ผมคิดว่าผมเองคงจะมีกำแพงในการปฏิเสธงาน บางคนอาจจะเห็นว่าเรารับงานแล้วเราค่อนข้างที่จะเลือกเยอะ เขาเลยเห็นว่าคนนี้อาจจะทำงานไม่สะดวกเท่ากับทำงานกับคนอื่นที่เขาอาจจะยอมทำทุกอย่าง เราเลยมาเน้นกับวิธีการทำงานที่สร้างสรรค์มากกว่า เราเห็นว่าบางทีนักแสดงเหมือนมีคนมากำกับ เราอยากจะสร้างสรรค์มากกว่า คือสร้างงานขึ้นมา ถ้าเป็นส่วนภาพยนตร์หรือละครเราก็ต้องเป็นคนไปเขียนบท หรือเป็นคนกำกับแบบนั้นมากกว่า"

ไม่ได้โสด มีแฟนตลอด แต่ไม่ได้เปิดตัว และจะไม่แต่งงาน

"ใช่ อีกอย่างหนึ่งที่เราก็เก็บเอาไว้ ก็ไม่ได้โสด แต่ไม่ได้เปิด มีแฟนมาตลอด แต่ไม่ได้แต่งงาน ไม่ได้จดทะเบียน แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันครับ ส่วนตัวผมคิดว่าจะไม่แต่งงาน อันนี้เราก็ไม่อยากจะพูดว่ามีหรือไม่มี แต่เราคิดว่าเรายังไม่พร้อม ยิ่งพอเราทำงานเยอะๆ เรายิ่งรู้ว่าเราไม่พร้อมที่จะมีตรงนั้น"

"เจไม่ค่อยเชื่อด้วยแหละครับ แต่เราคิดว่าการที่เรามาอยู่เป็นคู่กันก็มีประโยชน์หลายๆ อย่าง ยิ่งพออายุมากแล้ว เราเลยไม่ทราบว่าอีก 10 ปีเราอาจจะเปลี่ยนความคิดก็ได้ แต่ตอนนี้อายุ 40 ปีผมยังไม่คิด ผมยังไม่พร้อม และมีอะไรที่เราอยากจะทำอีกเยอะ รู้ว่าใช้ชีวิตคู่แล้วเราจะมีความรับผิดชอบ เราจะเห็นหลายๆ คนที่เราทำงานมาด้วยกัน พอเขาถึงวัยนี้ จะไม่ค่อยเห็นคนที่จะมาเริ่มทำงานอย่างที่เราจะเริ่มโปรเจกต์ เพราะเขาก็มีหน้าที่ มีความรับผิดชอบกับครอบครัว"

ไม่มีลูกแน่นอน บอกโลกมีปัญหาเพราะคนเยอะเกินไป ควรมีลูกให้น้อยที่สุดเท่าที่จะมีได้

"เรื่องลูกนี่แน่นอนเลยว่าไม่มี ถามว่าแฟนเข้าใจไหม เขาก็ต้องเลือก เราก็ต้องเลือก มันไม่ได้ยาก ก็จริงๆ อย่างที่บอกว่าปัญหาของโลกหลายๆ อย่างมันมีเพราะคนเยอะเกินไป การที่เรามีลูกก็เป็นคนก่อปัญหา ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ควรจะมี คนควรจะมีลูกให้น้อยที่สุดเท่าที่จะมีได้"

ดูข่าวต้นฉบับ