สุขระหว่างทาง หรือสุขที่ปลายทาง - อุ๋ย นที เอกวิจิตร์

THINK TODAY เผยแพร่ 23 ก.ย 2562 เวลา 04.59 น.

มีคนเคยบอกว่า ถ้าอยากประสบความสำเร็จ ให้ฟังบทเรียนหรือบทสัมภาษณ์หรือดูชีวิตของคนที่ประสบความสำเร็จเป็นตัวอย่าง ผมก็ยอมรับว่าหลายครั้งที่ฟังคนประสบความสำเร็จ บรรยายถึงประสบการณ์ชีวิตและแง่คิดต่างๆ ก็ได้ข้อคิดอะไรดีๆหลายอย่างตามมาจริงๆ 

แต่ เรื่องราวที่เค้าเล่ามาจะจริงเท็จอย่างไร ผมไม่มีวันรู้ได้

ยิ่งโลกแห่งการโฆษณาและการตลาดที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ก็จะมีคนจำพวกที่ชอบแอบอ้างว่าประสบความสำเร็จ แล้วมาหลอกขายสินค้าหรือบริการ เพื่อหาประโยชน์เข้าตัว 

ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ คนที่รู้ไม่ทัน อยากรวยแบบเค้าบ้าง ก็ตกเป็นเหยื่อไป 

คนที่ประสบความสำเร็จจริงๆก็มี แต่การที่คนเราจะประสบความสำเร็จนั้นมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง 

คนรอบตัว 

ทีมงาน

สภาวะเศรษฐกิจโลก

มีน้อยมากที่มาจากตัวเค้าคนเดียว

สำหรับผมตัวอย่างการใช้ชีวิต ไม่จำเป็นต้องดูคนที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น

การดูคนที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ได้พูดคุย ก็ได้ข้อคิดและอะไรหลายๆอย่างเหมือนกัน 

ผมคุยกับศิลปินบางคนที่ใช้เวลาเป็นสิบๆปี วาดภาพหรือเล่นดนตรี เพื่อจะเป็นอาชีพอย่างยากลำบาก คุยกับคนที่ทำธุรกิจล้มลุกคลุกคลานมานาน บริษัทก็ยังไม่เติบโตก้าวหน้าเท่าที่ควร 

แต่เค้าไม่ถอย ไม่เลิกทำ ทั้งๆที่เหตุการณ์แต่ละอย่างที่เกิดขึ้นกับเค้า มันชวนให้ถอนตัว ดูไม่มีอนาคตยังไงแต่เค้าก็ไม่ล้มเลิก 

ศิลปินบางคนพ่อแม่ไม่คุยด้วยเป็น10ปี เพียงเพราะเค้าเลือกเดินเส้นทางต่างจากที่พ่อแม่หวังไว้ ถามเค้าว่าอะไรที่ยังทำให้ยึดมั่นในสิ่งที่ทำ ไม่ล้มเลิก คำตอบคือ ไม่รู้ เพราะไม่เคยคิดจะเลิกทำ ผมสรุปสั้นๆง่ายๆว่าคงเป็นความพอใจที่ได้ทำในสิ่งที่รัก

เห็นคนเหล่านี้แล้วก็มีกำลังใจขึ้นมาว่า มีคนร่วมเดินทางแบบเราอยู่อีกมากมาย ไม่ใช่เราคนเดียว ใครๆก็ต้องต่อสู้ดิ้นรน เพื่อสิ่งที่ตัวเองรัก ทำให้คิดไปว่า

ถึงการเดินทางจะไม่ราบเรียบ มีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่ถ้ายังรู้สึกยินดีที่ยังได้ก้าวเดินบนเส้นทางที่รัก

ความยินดีหรือความสุขเล็กๆนี้ทุกๆวันที่ได้ก้าวเดิน อาจจะมีความหมายมากกว่าเส้นชัยที่จุดหมายปลายทางก็ได้

เพราะความสุขจากการเข้าเส้นชัยก็คงอยู่ไม่นาน ต่างจากความสุขระหว่างการเดินทางที่สามารถสร้างได้ต่อไปได้เรื่อยๆ ถ้าเราไม่หยุดเดิน