สื่อสาร หรือ สับสน - ศุ บุญเลี้ยง

THINK TODAY เผยแพร่ 16 ต.ค. 2562 เวลา 05.12 น. • ศุ บุญเลี้ยง

ตอนเปิดร้านอิ่มอุ่นใหม่ ๆ วันแรกประตูร้านยังติดขัด

ผมเขียนป้ายติดไว้ตรงกระจกว่า ….ประตูเสีย

พ่อเห็นเข้าพอดี แกจึงแนะนำว่า ให้เปลี่ยนป้ายจาก …ประตูเสีย ให้เขียนอย่างอื่นแทน

พลางแนะนำว่า ให้ใช้คำว่า ….ใช้ประตูอีกด้านสะดวกกว่า

ร้านเราเพิ่งเปิด การบอกคนไปทั่วว่า ประตูเสีย ย่อมหมายถึงความไม่พร้อมในการทำงานของเราทั้งระบบ

.

วันหนึ่งมีลูกค้าแม่กับลูกจูงมือกันมาที่ร้าน

ผมเอ่ยถามไปซื่อ ๆ ว่า …คุณพ่อไปไหน ทำไมไม่มา

คนเป็นแม่ทำหน้าเซ็ง ๆ แล้วตอบผมว่า …พ่อไม่มี

ผมรู้สึกแย่มากที่ถาม คำถามเช่นนั้นออกไป

นึกไปถึงเพลงของ อัศนี ที่ร้องว่า 

ไม่อยากจะเจอหน้าใคร ไม่มีกะใจพบคน

(ที่ไม่อยากเจอเพราะถูกถาม)

เพลงนี้คุณนิติพงษ์ เขียนเนื้อเพลง 

โดยเอาเรื่องราวของคุณวัชระ ที่เพิ่งเลิกรากับแฟนแล้วไปไหน ก็มักมีใครต่อใคร ถามว่า ..แฟนไปไหน

พอนำมาบอกเล่า ก็เข้าทางนักแต่งเพลงพอดี

.

เมื่อเราเปิดร้าน เราย่อมต้องการฟี้ดแบ็คจากลูกค้า

ครั้น มีแขกมาทานอาหารหรือขนมที่ร้าน

หากเราถามว่า ..อร่อยไหมคะ?

เขาจะตอบว่าอะไรได้ มีสักกี่คนจะกล้าตอบว่า ไม่อร่อย

เขาก็ตอบได้แค่ว่า อืมมม..อร่อย แล้วก็ยิ้มเหอะ ๆ ๆ 

แต่ถ้าถามว่า ..รสชาติอาหารมีอะไรต้องปรับปรุงไหม?

เขาพอจะบอกได้ว่า ..เค็มไป หวานไป หรือว่า ..ดีแล้วอร่อยแล้ว

ดังนั้นการตั้งคำถามจึงสำคัญยิ่งต่อการสื่อสาร

.

การสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งนัก

แค่สั่งอาหารนี่ก็การสื่อสารเบื้องต้น 

จะได้ของถูกใจกับที่สั่งไหมขึ้นอยู่กับการสื่อสาร

เวลาผมสั่ง ก๋วยจั๊บ ..ใส่หมูตับเลือด นี่บางทีได้ไม่ครบ

ต้องสั่งว่า ..หมูเลือดตับ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นคำเดียวกัน

แต่พอย้ายคำว่าตับไปอยู่ตรงกลาง มีโอกาสจะได้ยินผิดเป็น หมูกับเลือด

พอย้ายตับมาอยู่ท้าย จังหวะคำก็หนักแน่นขึ้น 

โอกาสจะพลาดน้อยลง มักจะได้ตับครบเสมอ

.

ขนาดสั่งก๋วยจั๊บยังมีปัญหา ประสาอะไรกับการทำงานที่ต้องสื่อสารส่งต่อกันไปมากมายหลายสถาน

กระทั่งคำว่า…รอประเดี๋ยวนะ 

ถ้าบอกว่า ..รอสัก 5 นาทีหรือรอ ..สัก 15 นาที จะจัดการกับเวลาได้ง่ายกว่า

เพราะ ..ประเดี๋ยวของแต่ละคนนี่มันไม่เท่ากัน

ครั้นเมื่อต้องขับรถมารับ พอถึงที่พักก็โทรบอกว่า …ถึงแล้วครับ

ที่จริงโทรมาก่อนถึงก็ได้นี่นาว่า… อีกสิบห้านาทีจะถึง

จะได้เตรียมตัวมารอให้พอดีเวลากัน

.

รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แม้แต่การส่งโทรศัพท์ให้คนอื่นแล้วบอกว่า 

…อ้าว..นี่มีคนจะพูดสายด้วย

บางทีรับโทรศัพท์มาแบบงง ๆ 

..เออ มีคนอยากพูดด้วย แล้วมึงไม่ถามก่อนละว่า 

..กูอยากจะพูดด้วยหรือเปล่า

.

การพูดยังมีน้ำเสียงมีน้ำหนัก ซึ่งพอจะแยกแยะอารมณ์ได้

บางคนพูดคำว่า ทุเรศน่ารัก จีบปากจีบคำก็ฟังดูไม่ทุเรศนัก แต่กลายเป็นน่ารักไปก็ได้

แต่การเขียนนี่ต้องตรวจสอบตรวจทานให้ดี เพราะไม่มีน้ำหนักของคำช่วย

คงเคยบ้างแหละ แค่ข้อความก็สามารถสื่อสารให้สับสนได้

จะมากจะน้อย จะเรื่องสำคัญหรือไม่

เพราะบางครั้งเครื่องส่งสมัยนี้ มีการจัดแก้ข้อความให้เลือก

หนนึงมีคนกำลังเสียใจ เราจะส่งข้อความไปปลอบใจ 

ตั้งใจจะเขียนบอกว่า …..น่าสงสาร

มันดันแก้คำให้ว่า ….หน้าตัวเมีย

.

บางเรื่องก็ควรจะต้องเลือกว่า จะใช้การสื่อสารด้วยเครื่องมือชนิดไหน

จะโทรคุยหรือจะไลน์ให้อ่าน จะเลือกใช้อีเมล์หรือจดหมายลงทะเบียน

หรือใช้มันพร้อม ๆ กันหลายอย่าง

ส่งอีเมล์แล้วก็ต้องส่งไลน์บอก 

พอไม่อ่านไลน์ก็ต้องโทรถามว่าทำไมไม่อ่านไลน์

เครื่องมือแต่ละอย่างประสิทธิภาพไม่เหมือนกัน

บางคนอยู่ในบ้าน ยังต้องใช้ไลน์สื่อสารกัน

คนรุ่นพ่ออาจจะตะโกนว่า เฮ้..มากินข้าวกันได้แล้ว

คนรุ่นลูกอาจจะสงสัย แล้วตอบทางไลน์ว่า ทำไมต้องตะโกนด้วย

คนรุ่นพ่ออาจจะสงสัยว่า ทำไมต้องใช้ไลน์

.

เคยมีเพื่อนเก่าโทรหา แล้วผมเรียกแทนสรรพนามของเพื่อนว่า …คุณ

มันก็ด่ากลับว่า …คุณเหี้ยอะไร กู นี่กู ไม่ใช่คุณ

เห็นไหม คำว่า..คุณ…กลับกลายเป็นความห่างเหิน ไม่ใช่คำสุภาพสำหรับเพื่อน

แต่สำหรับแฟนหรือสามี ภรรยา คำสรรพนามหวาน ๆ นั้นสำคัญยิ่งนัก

พี่สาวอยากทำเซอร์ไพรส์ สามีที่แต่งงานอยู่กินกันมานาน

เธอออดอ้อนว่า เย็นนี้มีธุระสำคัญ 

พูดจาไพเราะเรียกสามีว่า ..ฮันนี่ หั่นหนี ตลอด

ฮันนี่ต้องไปให้ได้นะ

งานอะไรสามีถาม

งานพิเศษ ..ฮันนี่ต้องไปนะจองโต๊ะไว้แล้ว

..อ๋อจ๊ะ ๆ สามีรับปาก

พอตกเย็น ๆ ภรรยาก็โทรมาตามถึงที่ทำงาน

..ฮันนี่ ออกมาหรือยัง

..ยังจ๊ะติดงานอยู่

..อย่ามัวโอ้เอ้นะ นี่งานสำคัญ

..ว้า…สำคัญยังไง นี่ก็ติดงานสำคัญอยู่

..ฮันนี่ติดงานไม่ได้นะ วันนี้สำคัญมาก ๆ เพราะเป็นวันครบรอบแต่งงาน

..ครบรอบแต่งงานใครหรือ สามีถาม

พี่สาวควันออกหู ตอบใส่โทรศัพท์อย่างแรง 

..ของมึงกับกูไง

สามีรีบแจ้นมาถึงโรงแรมอย่างว่องไว

ก็งานครบรอบแต่งงานของกูกับมึงจะไม่สำคัญได้ยังไง

.

รุ่นน้องโรงเรียน ได้รับการวางตัวให้เป็นคนส่งข่าวเรื่องงานเลี้ยงของศิษย์เก่า

ปรากฎว่า คนมากันน้อยกว่าที่คิด

รุ่นพี่จึงสอบถามคาดคั้นว่า…

ที่พี่ไว้ว่าให้โทรไปตามเพื่อนนักเรียนเก่ามาร่วมปฏิสัมพันธ์กันนั้น

..เอ็งได้โทรไปบอกกันไหมว่าให้มากันเยอะ ๆ

..ผมโทรไปเกือบทุกคนเลยครับ

..แล้วเอ็งบอกว่ายังไง

..เออ ผมบอกว่า ให้มา…ปฏิสนธิ กันด้วยนะ

มิน่า…… ถึงไม่ค่อยมีใครกล้ามา

.