สิ่งที่คุณต้องมีในวัย 30 อาจไม่ใช่ทรัพย์สินชิ้นใหญ่เสมอไป

HealthyLiving อัพเดต 16 ก.ย 2562 เวลา 19.06 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2562 เวลา 00.00 น. • Healthy Living
thumb_expertKAY.jpg

เก๋รู้สึกตื่นเต้นที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับช่วงวัย 30 มากค่ะ เพราะเหมือนเพิ่งผ่านมาสดๆร้อนๆ มองย้อนกลับไป วัย 30 เป็นวัยที่..สำหรับตัวเก๋เอง..เก๋จัดให้เป็นวัยที่ครบเครื่องที่มีทั้งสีสัน การเปลี่ยนแปลงและแง่คิดมากมายวัยหนึ่งเลยค่ะ จะไม่ให้วัย 30 เป็นวัยที่มีสีสันยังไงล่ะคะ เรามักจะหมดภารกิจการคว้าใบปริญญา ไม่ว่าจะตรี จะโท กันแล้ว แค่นึกถึงว่าไม่ต้องอ่านหนังสือสอบ ไม่ต้องปั่นงานส่งอาจาราย์ ชีวิตก็ดี๊ดีแล้ว จริงมั้ยคะ เราก็เลยมีเวลาเพิ่มขึ้นเพื่อมามุ่งมั่นกับการทำงาน หน้าที่การงานช่วงนี้จึงเป็นช่วงก้าวกระโดดเลย รายได้ก็มักเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดเช่นกัน การมีรายได้แตะ 6 หลักในช่วงวัยนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับใครหลายๆคน  วัยนี้เลยมักสนุกในทุกๆวัน แล้วถ้าใจถึงเรียกได้ว่าสามารถคว้าได้แทบจะทุกโอกาสเพราะแรงยังดีอยู่ และความสนุกนี้มักมาพร้อมกับภาระที่ยังมีไม่มากอีกต่างหาก เพราะคุณพ่อคุณแม่มักจะยังทำงานอยู่แต่อาจจะใกล้ๆเกษียณแล้วหรือบางท่านอาจจะเพิ่งเกษียณ เพิ่งได้เงินเกษียณก้อนโตออกมา สุขภาพก็ยังแข็งแรง เมื่อ 2 สิ่งมาเจอกันทั้งรายได้แบบก้าวกระโดดและภาระครอบครัวที่ยังไม่ค่อยมี เราจะมีความรู้สึกว่าเรามีเงินเหลือกินเหลือใช้ซะจริงๆ มันจึงไม่แปลกถ้าคนวัยนี้จะมี lifestyle แบบสุขนิยมสุดๆ ร้านอาหารดีๆ pub ดังๆ ตาม check-in กันแทบจะทุกสัปดาห์ ปีใหม่สงกรานต์ไม่ไปโผล่ยุโรป ออสเตรเลีย ก็ต้องมีเกาหลี ญี่ปุ่น กระบี่ ภูเก็ต ฯลฯ กันบ้างล่ะ แต่ก็มีที่มาที่ไปนะคะ เพราะชีวิตการงานของคนวัยนี้กำลังอยู่ในช่วงก้าวกระโดดไงคะ ความเครียดจากการทำงานหนักจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงต้องระบายความเครียดด้วยการซื้อความสุขให้ตัวเอง  สิ่งที่มักเกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่งในช่วงวัย 30 ต้นๆ คือเรามักจะเริ่มซื้อของชิ้นใหญ่ให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นรถ หรือคอนโด ด้วยเหตุผลหลากหลายกันไปค่ะ บางคนซื้อคอนโดก็เพราะอยากย้ายมาอยู่ใกล้ๆที่ทำงานหรืออยู่ตามแนวรถไฟฟ้า จะได้ไม่ต้องทนกับรถติดเป็นชั่วโมงๆ บางคนก็เริ่มรู้สึกว่าชีวิตที่บ้านเริ่มวุ่นวายเกินไปแล้ว อยากออกมาอยู่แบบสงบๆคนเดียว บางคนก็เพื่อหน้าตาทางสังคม บางคนก็เพราะไม่อยากรบกวนที่บ้านเวลากลับดึกๆดื่นๆ ฯลฯ  ส่วนตัวเก๋เอง ก็ซื้อคอนโดช่วงวัยนี้เหมือนกันค่ะ (ป.ล. ช่วงนั้นยังไม่ได้เป็นนักวางแผนการเงินนะคะ) ด้วยเหตุผลที่ว่าเอาเงินไปผ่อนคอนโดยังพอเหลือทรัพย์สินเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง ดีกว่าเอาไปซื้อเสื้อผ้า ใช้จ่ายกับ lifestyle หมดแล้วไม่เหลืออะไรเลย ซึ่งมันก็ไม่ยากนะคะกับการที่คนวัย 30 ต้นๆจะมีคอนโดได้ ก็อย่างที่บอก cash flow ช่วงนี้ของหลายๆคนเป็นบวก และยังไม่เคยเป็นหนี้มาก่อนก็จะกู้ซื้อคอนโดได้ง่าย การตัดสินใจซื้อคอนโดของเก๋ตอนนั้นเรียกว่าผลีผลามมาก เก๋จำได้ว่าเก๋ทำสัญญาเสร็จ แล้วจึงกลับมาบวกลบคูณหาร cash flow ตัวเอง (แทนที่จะคิดคำนวณดีๆก่อนไปทำสัญญา) หลังจากรวมรายจ่ายผ่อนคอนโดเข้าไปแล้วเก๋เหลือเงินใช้จ่ายส่วนตัวเท่ากับตอนที่จบปริญญาตรีแล้วเริ่มทำงานใหม่ๆ ซึ่งหมายความว่าเราต้องปรับตัวค่ะ  เก๋กลับไปใช้ lifestyle เหมือนเด็กจบใหม่จริงๆ เลิกขับรถไปทำงาน ติดรถที่บ้านไปกลับเหมือนเดิม ลดการสังสรรค์ลงไปเยอะมาก ลดการซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนม เลิกการเป็นเจ้าแม่ Midnight Sale แล้วก็สู้กัดฟันผ่อนคอนโดให้จบภายใน 4 ปี  บอกเลยว่าเลือดตาแทบกระเด็น แต่ถึงกระนั้นเก๋ก็โดน opportunity cost เต็มๆ ค่ะ เพราะช่วงที่ผ่อนคอนโดเป็นช่วง Hamburger Crisis พอดี  เก๋ขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพนะคะ สมมุติเราผ่อนคอนโดช่วงม.ค. 2550 – ธ.ค. 2553 เดือนละ 21,000 บาท และมีการโปะหนี้ทุกสิ้นปี ปีละ 600,000 บาท เท่ากับตลอด 4 ปีเราจ่ายเงินผ่อนคอนโดไปทั้งหมดประมาณ 3.3 ล้านบาท  ลองนึกดูเล่นๆ ค่ะว่าแทนที่เราจะเอาเงินนี้ไปผ่อนคอนโดแต่เอาไปซื้อกองทุนดัชนี SET โดยค่อยๆทยอยซื้อตั้งแต่เดือน ม.ค. 2550 (SET อยู่ที่ 654.04) จนถึงเดือน ธ.ค. 2553 (SET อยู่ที่ 1,032.76) ถ้าถือกองทุนนี้จนถึงปัจจุบัน สมมติ SET อยู่ที่ 1,700 เงินลงทุนของเราจะเพิ่มมูลค่าจาก 3.3 ล้านบาทเป็นประมาณ 8 ล้านบาทค่ะ (ยังไม่ได้คำนึงถึงค่าธรรมเนียมใดๆนะคะ ซึ่งกองทุน Passive Fund ค่าธรรมเนียมไม่สูงค่ะ)  หรือคือผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 9% ต่อปี ยิ่งถ้าเปลี่ยนเป็นใช้ SET TRI ในการคำนวณ (คือคำนึงถึงเรื่องเงินปันผลด้วย) จะปาดเหงื่อหนักไปกว่าเดิมเพราะมูลค่าเงินลงทุนที่คำนวณได้ ณ ปัจจุบันคือประมาณ 12 ล้านบาทค่ะ หรือคือผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 13% ต่อปี ในขณะที่วันนี้คอนโดเก๋ยังราคาแถวๆเดิมอาจจะเพิ่มขึ้นนิดๆหน่อยๆ เพราะ supply ใหม่ๆ ในตลาดมีเยอะเหลือเกิน มาถึงวันนี้เก๋ลองมานึกย้อนดูว่าการใช้ชีวิตในวัย 30 ต้นๆไม่ว่าจะของเก๋เองหรือคนรอบๆตัวสอนอะไรเราบ้าง เก๋ว่าข้อที่สำคัญที่สุดคือเราอาจจะยังมองอนาคตไม่ยาวพอ เราติดกับดักของชีวิตดี๊ดีในช่วงนั้นจริงๆ ชีวิตวัย 30 ต้นที่ดูเหมือนมีเงินเหลือกินเหลือใช้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเรายังมักดูแลแค่ตัวเองคนเดียวอยู่ เรายังไม่ได้รับภาระค่าใช้จ่ายหลายๆอย่างของที่บ้านที่วันหนึ่งมันจะเป็นของเรา  เราจะมาเริ่มรู้จักทรัพย์สินทั้งหมดในบ้านเป็นอย่างดีก็ตอนนั้นค่ะ เช่น เราจะเริ่มรู้จักการคำนวณภาษีที่ดิน เพราะเราเริ่มต้องเป็นคนจ่ายภาษีของที่บ้าน เราจะเริ่มมารู้ว่ารถแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่นในบ้าน ค่าเบี้ยประกัน ค่าบำรุงรักษาเท่าไหร่กันบ้างก็ตอนเราต้องเป็นคนจ่ายสำหรับรถทุกคันในบ้าน  เราเริ่มมารู้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านสมรรถนะเป็นอย่างไร ก็ตอนที่ตกใจว่า อ้าว เพิ่งเปลี่ยนไปเอง ต้องเปลี่ยนอีกแล้ว แล้วเราก็จะมาตกใจว่านี่เราใช้ไฟฟ้ากันกระหน่ำขนาดนี้เลยเหรอ บิลค่าไฟที่บ้านทำไมแพงจัง แล้วถึงจุดหนึ่งคุณพ่อคุณแม่เราก็จะไม่ได้แข็งแรงเหมือนเดิม ก็จะมีเรื่องค่ารักษาพยาบาล ค่าผู้ดูแลเพิ่มเติมอีก ค่าใช้จ่ายเหล่านี้แต่เดิมมันไม่เคยมี หรือไม่ก็มีแต่มีคนอื่นในบ้านดูแลอยู่ ก็เลยเพิ่งจะตกมาถึงเราช่วง 30 กลางค่อนปลายค่ะ และที่สำคัญมากๆอีกอย่างคือ หลายๆคนช่วงวัย 30 ต้นๆยังไม่ได้เริ่มต้นวางแผนการเงินเลยด้วยซ้ำ ยังไม่รู้เลยว่าเราต้องมีเงินออมแต่ละเดือนเพื่อเรื่องต่างๆที่สำคัญมากสำหรับชีวิตในอนาคต เช่น เงินเพื่อการใช้ชีวิตหลังเกษียณ เงินเพื่อเตรียมเป็นค่ารักษาพยาบาลตัวเองยามแก่อีกเท่าไหร่ ฯลฯ  ลองนึกดูค่ะ ถ้าเราตัดสินใจสร้างหนี้ก้อนโต แต่ยังติด lifestyle ดี๊ดีเหมือนเดิม แล้ววันดีคืนดีมีค่าใช้จ่ายของที่บ้านเพิ่มเข้ามาเต็มไปหมด เรายังจะไหวมั้ย ถ้าเรามีความสามารถหารายได้เพิ่มได้ทันก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าไม่ทันนี่สิคะ มันจะทำให้เรามี cash flow ติดลบซึ่งจะทำให้เราก้าวเข้าสู่วังวนสินเชื่อส่วนบุคคลที่ดอกเบี้ยสูงมาก แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีบ้านมีรถเป็นของตัวเองก็เป็นความฝันของใครหลายๆคน ซึ่งความสุขและความพึงพอใจจากการได้พิชิตความฝันก็เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ นอกจากการทำฝันนั้นให้เป็นจริง หรือสำหรับหลายๆคนการมีบ้านมีรถอาจจะไม่ใช่ความฝันแต่คือความจำเป็น ซึ่งไม่ว่าเหตุผลจะคืออะไร มันไม่มีคำตอบตายตัวว่าการตัดสินใจก่อหนี้ก้อนโตเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เพราะสถานการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ แต่สิ่งที่เหมือนกันคือเราทุกคนต้องตัดสินใจอย่างมีสติ มองอนาคตให้ไกล ไตร่ตรองให้ดีๆ อย่าให้กิเลสหรืออารมณ์ชั่ววูบมาสร้างปัญหาระยะยาวให้เราค่ะ เก๋ขอเป็นกำลังใจให้วัย 30 ทุกๆคนนะคะ   โดย เก๋ ธัญญพัทธ์ วรวงษ์สถิตย์, CFA, CFP®   

ดูข่าวต้นฉบับ