สาว 29 ปี ถูกแทงดับปริศนา ที่แท้แม่เป็นคนฆ่า?

อีจัน อัพเดต 03 มิ.ย. เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. เวลา 05.09 น. • อีจัน
สาว 29 ปี ถูกแทงดับปริศนา ที่แท้แม่เป็นคนฆ่า?
จากเหตุการณ์สลดสาวหลังจาก น.ส.ชลธิชา &#…

จากเหตุการณ์สลดสาวหลังจาก น.ส.ชลธิชา จินดาวงค์ อายุ 29 ปี อยู่ ชาว ต.บ้านลำนาว อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ถูกคนร้ายใช้ไขควงแทงเสียชีวิตในบ้านเมื่อวันที่ 11 เม.ย.63 ที่ผ่านมา โดยนายอนันต์ จินดาวงศ์ และนางประทีป จินดาวงศ์ พ่อกับแม่ของ น.ส.ชลธิชา แจ้งกับตำรวจว่าได้ออกไปกรีดยางพารา ส่วน น.ส.ชลธิชา อยู่บ้านตามลำพัง ถูกคนร้ายงัดประตูบ้านบุกเข้ามาฆ่าชิงทรัพย์นั้น

ล่าสุดวันนี้ 3 มิ.ย. 2563 พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช สั่งการให้เร่งสืบสวนสอบสวนพร้อมลงตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่มาตลอดในระยะเกือบ 2 เดือน โดยมีชุดสืบสวน สภ.บางขัน ชุดสืบสวนจังหวัด และสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 รวบรวมข้อมูลหลักฐานต่างๆ จนได้หลักฐานชัดเจนว่า คนร้ายคือนางประทีป จินดาวงศ์ อายุ 54 ปี แม่บังเกิดเกล้าของ น.ส.ชลธิชานั่นเองที่เป็นคนลงมือฆ่าลูกสาวตัวเองอย่างเลือดเย็น

ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.บางขัน ได้นำหลักฐานไปเสนอต่อศาลจังหวัดทุ่งสง เพื่อขอออกหมายจับนางประทีป ศาลได้อนุมัติหมายจับเลขที่ 143/2563 ลงวันที่ 29 พ.ค.63 ออกหมายจับนางประทีปในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และเมื่อวานนี้ (2 มิ.ย.63) ได้เข้าทำการจับกุมตัวนางประทีป ได้ที่บ้าน ก่อนนำไปสอบปากคำ เบื้องต้นนางประทีปให้การปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นกับการตายของลูกแต่อย่างใด จึงใช้หลักทรัพย์ 200,000 บาท ประกันตัวออกไป

พ.ต.อ.สมพร พฤศวานิช ผกก.สภ.บางขัน เผยว่าได้ทำการสืบสวนสอบสวนนางประทีป พบว่ามีพิรุธหลายอย่าง ผิดกับวิสัยของแม่ที่ต้องสูญเสียลูก ควรติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง แต่เท่าที่ดูพฤติกรรมของครอบครัวนี้ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆ ที่ลูกถูกฆ่าตาย ซึ่งแม้นางประทีป จะให้การปฏิเสธ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานต่างๆ ที่ชัดเจน มั่นใจว่าจะสามารถดำเนินคดีแม่ใจเหี้ยมรายนี้ได้แน่นอน โดยข้อพิรุธที่เก็บหลักฐานชิ้นสำคัญได้คือไขควงที่ใช้ก่อเหตุเป็นของในบ้าน และร่องรอยงัดแงะก็งัดมาจากภายใน ไม่ได้งัดด้านนอก แล้ววางแผนว่าเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ ส่วนจะมีบุคคลอื่นร่วมหรือไม่นั้นยังต้องสอบสวนด้วย และสาเหตุที่ญาติใกล้ชิดเห็นตรงกับพนักงานสอบสวน พบว่ามาจากความขัดแย้งเรื่องทรัพย์สินภายในครอบครัว ขั้นตอนต่อไปจะรวบรวมพยานหลักฐานส่งอัยการเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ