สาวใหญ่อุบลฯร้องผู้นำชุมชนไม่รับรองสิทธิรับเงินบริจาค 5,000 กรรมการชุมชนชี้ไม่อยู่บ้านมานานกว่า 10 ปี เพจดังแฉผู้นำชุมชนหักหัวคิวห้าร้อย

77kaoded เผยแพร่ 23 ก.ย 2562 เวลา 12.45 น. • 77 ข่าวเด็ด
สาวใหญ่อุบลฯร้องผู้นำชุมชนไม่รับรองสิทธิรับเงินบริจาค 5,000 กรรมการชุมชนชี้ไม่อยู่บ้านมานานกว่า 10 ปี เพจดังแฉผู้นำชุมชนหักหัวคิวห้าร้อย

อุบลราชธานี - สาวใหญ่เมืองอุบลฯ ร้องผู้นำชุมชนไม่ยอมรับรองสิทธิเหตุเพราะไม่มีคนอยู่บ้านมานานกว่า 10 ปี เป็นบ้านร้าง ด้านเจ้าตัวยันขอรับสิทธิตามทะเบียนบ้าน โซเชียลลือหนักผู้นำชุมชนบางคนหักหัวคิว

11.00 น (22 ก.ย.)ที่จุดอพยพชุมชนวัดกุดคูณ อำเภอเมืองอุบลราชธานี  นายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ นายเอกพันธ์ บันลือฤทธิ์ พร้อมด้วยดารานักแสดงตลก กล้วยเชิญยิ้ม ยาวลูกหยี่ เดินทางมามอบเงินบริจาคของคนไทยทั้งประเทศ จำนวน 5 ชุมชน 318 ครัวเรือน  เป็นจุดแรกก่อนจะเดินทางไปอีก 2 จุดในช่วง บ่ายวันนี้

สำหรับบรรยากาศภายในพื้นที่เป็นไปด้วยความอบอุ่นของจิตอาสา ภาคประชาชน ทหารที่มาคอยอำนวยความสะดวกและปรุงอาหารส่งศูนย์อพยพในพื้นที่อำเภอใกล้เคียง หลังจากที่นายบิณฑ์มาถึงได้มีการพบปะพูดคุยกับชาวบ้านถึงความอึดอัดที่ถูกกล่าวหาว่าเปิดบัญชีมาทำการฟอกเงิน เป็นไปไม่ได้ที่จะเพียงข้ามคืนที่จะมีเงินเข้ามามากมายหลายล้าน และอีกหลาหลายข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง ทั้งหมดสามารถที่จะตรวจสอบกับทางธนาคารได้มีสลิปการโอนเป็นแสนๆใบ ขณะนี้ความดีใจของตนก็ตามมาด้วยความทุกข์ แต่ความทุกข์ของตนก็หายไปด้วยความสำเร็จที่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ซึงเป็นเงินของพี่น้องประชาชนทั้งหมดและตนก็จะไม่ยอมให้เงินใครแม้แต่บาทเดียว

ขณะที่นางประภัสสร ผลรักษ์  อายุ 44 ปี ชาวบ้านชุมชนแสนตอ เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า บิดาของตนนายกวาง เหงี่ยน  อายุ อายุ 61 ปี มีบ้านพักอยู่ในชุมชนแสนตอเช่นเดียวกันกับคนอื่นแต่ได้ย่ายออกไปมีภรรยาใหม่ในอำเภอวารินชำราบ ซึ่งถูกน้ำท่วมเช่นกันแต่ก็ไม่ได้ของใช้สิทธิดังกล่าวในเขตอำเภอวารินชำราบ กลับมาใช้สิทธิขอรับเงินจำนวน 5,000 บาท ตามทะเบียนบ้านวันนี้ แต่ผู้นำชุมชนไม่ยอมรับรองให้เนื่องจากอ้างว่าไม่ได้อยู่ในชุมชนแล้ว จึงอยากจะมาสอบถามคุณบิณฑ์และทีมงานให้ชัดเจน ว่าตนมีสิทธิที่จะได้รับเงินหรือไม่

นางสาวเดือนเต็ม  ดวงศรี  ผู้นำชุมชนกุดแสนตอ  ชี้แจงว่าหลังจากที่ได้รับการติดต่อจากทีมงานของคุณบิณฑ์แล้วได้มีการเข้าไปประชุมเพื่อรับทราบกฎกติกาของการรับเงินช่วยเหลือจากเงินบริจาคครอบครัวละ 5,000 บาท แล้วพบว่าบ้านของนายกวาง  เหงี่ยน นั้นอดีตเคยพักอาศัยในชุมชนจริงแต่ได้ย้ายออกไปจากชุมชนได้หลายปีแล้ว บ้านหลังดังกล่าวจึงกลายเป็นบ้านร้างที่ไม่มีคนพักอาศัย แต่ก็ถูกน้ำท่วมจริง กรรมการชุมชนได้มีการพิจารณาร่วมกัน มีมติเป็นเอกฉันท์ที่จะไม่ให้ครอบครัวของนายกวาง  ซึ่งถ้าหากได้ ก็ไม่เป็นธรรมต่อคนอื่นและผู้นำชุมชนจะต้องรับผิดชอบด้วย

อย่างไรก็ตามสำหรับกรณ๊นี้ส่วนที่รับผิดชอบจะเข้ามาตรวจสอบร่วมกับผู้นำชุมชนอีกครั้งว่าจะได้รับสิทธิหรือไม่อย่างไรเนื่องจากมีหลักการที่ชัดเจนอยู่แล้ว

เมื่อช่วงค่ำวานเพจดังในอุบลได้มีการแชร์ข้อความถึงการไม่โปร่งใสของผู้นำชุมชนในบางพื้นที่ ในส่วนเรื่องการหักหัวคิวจากชาวบ้านรายละ 300-500 บาท เพื่อแลกกับการได้รับเงินบริจาค 5,000 บาท ประเด็นนี้นายเอกพันธ์ ได้ยอมรับว่ามีการกระทำดังกล่าวจริงเป็นการสมรวมกันระหว่างผู้ประสบภัยกับผู้นำชุมชนเองที่เกรงว่าจะไม่ได้รับเงิน ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมที่แย่มากที่ไปหักหัวคิวถามว่าเงิน 5,000 บาท มากไหมก็ไม่ถือว่ามากแต่ยังไปหักเงินชาวบ้านอีก ตอนนี้ทราบตัวผู้ที่ดำเนินการแล้วแต่ให้ทางราชการเป็นผู้ดำเนินการทีมงานไม่มีสิทธิที่จะไปจัดการอะไร  โดยต่อจากนี้ไปจะมีมาตรการที่เข้มขึ้นโดยการประสานไปยังนายอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล มีการตรวจสอบเข้มงวดในเรื่องนี้เพิ่มมากขึ้นอย่าให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของคนที่เห็นแก่ได้

อย่างไรก็ตามอยากจะฝากถึงผู้ที่คิดจะทำว่า มนุษย์คนเรามี รัก โลภ โกรธ หลง  ถ้าสามารถตัดสิ่งเหล่านั้ออกไปได้ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น และขอให้ผู้นำชุมชนมีจิตสำนึกที่ดี  นึกถึงชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเห็นใจอย่าไปเบียดเบียนเค้าเลย

เกียรติรัตน์ ชัยสกุลวงศ์ ข่าว

 

ดูข่าวต้นฉบับ