สาวญี่ปุ่นกับการ “แต่งงานคนเดียว” แบบไม่ง้อผู้ชาย - เพจ Eak SummerSnow

TOP PICK TODAY เผยแพร่ 11 ก.ย เวลา 18.20 น. • เพจ Eak SummerSnow

ปัจจุบันสถิติการแต่งงานของคนญี่ปุ่นถือว่าลดลงกว่าในอดีตค่อนข้างมากนะครับ สาเหตุก็มีหลายอย่างประกอบกัน อย่างแรกก็คือการที่จำนวนประชากรวัยหนุ่มสาวในญี่ปุ่นลดน้อยลง และก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ขณะเดียวกันหนุ่มสาวในวัยแต่งงานก็หันมาอยู่เป็นโสดกันมากขึ้น ส่วนคู่รักที่พร้อมจะแต่งงาน ก็เลือกที่จะอยู่กันแบบไม่แต่งงานมากขึ้น เนื่องจากค่านิยมการอยู่ก่อนแต่งหรือการอยู่ด้วยกันโดยไม่ต้องแต่งงานที่เพิ่มมากขึ้น เปลี่ยนไปตามยุคสมัย

นอกจากนี้ การที่ผู้หญิงเริ่มมีบทบาทในสังคมญี่ปุ่นมากขึ้น ก็ทำให้การแต่งงานนั้นลดน้อยลงเช่นเดียวกัน เพราะเดิมค่านิยมญี่ปุ่น ผู้หญิงเมื่อแต่งงานก็มักจะถูกขอให้ลาออกจากงานเพื่อเป็นแม่บ้าน แต่ในปัจจุบันผู้หญิงที่ทำงานก็มีมากขึ้น แล้วก็ทำได้ดีไม่แพ้ผู้ชาย ดังนั้นการจะให้ลาออกมาเพื่อเป็นแม่บ้านจึงกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับบางคน 

การแต่งงานจึงไม่ใช่สิ่งที่พวกเธอมองหาอีกต่อไป จนมีศัพท์ที่ว่า アラフォー (Around 40) ซึ่งเป็นศัพท์เฉพาะที่ใช้เรียกผู้หญิงที่อยู่ระหว่างวัยใกล้ ๆ 40 โดยภาพพจน์ของผู้หญิง アラフォー ก็มักจะเป็นผู้หญิงเก่ง เป็นผู้หญิงทำงาน อาจจะเป็นประธานบริษัท หรือเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง โดยไม่ต้องมีสามี ซึ่งนั่นก็ทำให้เห็นว่าการที่ผู้หญิงอยู่เป็นโสดก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกแล้วในยุคปัจจุบัน

แม้ว่าความต้องการที่จะแต่งงานของคนญี่ปุ่นจะลดน้อยลง แต่ลึก ๆ แล้ว ผู้หญิงบางคนที่แม้จะบอกว่าไม่อยากแต่งงาน แต่ก็อาจจะยังมีบางมุมในหัวใจที่มีความรู้สึกว่าอยากจะใส่ชุดเจ้าสาวสักครั้งในชีวิต นั่นก็เลยเป็นที่มาของการ Solo Wedding หรือการแต่งงานคนเดียวแบบไม่ง้อผู้ชาย ไม่ต้องง้อเจ้าบ่าว แต่ก็สามารถมีงานแต่งงานเหมือนที่เคยฝันเอาไว้ได้ 

การ Solo Wedding ในญี่ปุ่น เป็นบริการเสริมของบริษัทหนึ่งในญี่ปุ่นที่ให้ผู้ใช้บริการสามารถแต่งชุดเจ้าสาวถ่ายรูปงานแต่งงานได้ด้วยตัวคนเดียว โดยมีผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำพิธี การแต่งหน้า การจัดดอกไม้ เหมือนมีพิธีจริง ๆ ซึ่งสามารถเพิ่มการพักผ่อนโรงแรมหรือจัดงานจัดเลี้ยงด้วยก็ได้ตามที่ต้องการ 

บริการแบบนี้ก็เป็นกระแสในญี่ปุ่นเมื่อหลายปีมาแล้ว แล้วผู้จัดก็บอกว่าที่ผ่านมาก็มีคนสนใจมาใช้บริการ Solo Wedding มากพอสมควรเลย โดยครึ่งหนึ่งจะเป็นสาว ๆ ที่ยังไม่เคยแต่งงานหรือไม่คิดจะแต่งงาน แต่ก็อยากจะมีโมเมนต์แบบว่าเป็นเจ้าสาวบ้าง แต่อีกครึ่งหนึ่งก็จะเป็นกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุในระดับนึงที่ผ่านการแต่งงานมาแล้ว หรือผ่านการหย่าร้างมาแล้ว รวมถึงคนที่แต่งงานมาแล้วแต่ไม่เคยได้สวมชุดเจ้าสาวหรือมีงานแต่งงานที่ไม่ได้ดั่งใจ ก็มาใช้บริการ Solo Wedding เหมือนกัน

อย่างไรก็ตามคุณ Yukiko Inoue เจ้าของบริษัทที่คิดการ Solo Wedding ก็ออกมายอมรับว่า แม้เจตนาของบริษัทต้องการที่จะทำให้ผู้หญิงมีความสุข แต่บางครั้งทางบริษัทก็ได้รับความรู้สึกว่าคนภายนอกที่มองเข้ามามักจะคิดว่าคนที่มาใช้บริการเป็นผู้คนที่สิ้นหวังกับชีวิต ไม่มีหวังได้แต่งงานแล้วถึงได้มาใช้บริการแบบนี้ ซึ่งก็สร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ใช้บริการบ้างเหมือนกัน 

เขาก็สังเกตเห็นว่าตัวผู้ที่มาใช้บริการนั้นแม้จะมีรอยยิ้มและได้รับความพึงพอใจในการได้แต่งงานคนเดียว แต่ลึก ๆ แล้วเขาเหล่านั้นก็มีความรู้สึกเศร้าอยู่ในใจ เพราะสุดท้ายแล้วการแต่งงานคนเดียวก็ไม่อาจจะเติมเต็มความว่างเปล่าในจิตใจที่ขาดหายไปได้ นั่นทำให้การ Solo Wedding ต้องยุติการให้บริการลงในญี่ปุ่นในที่สุด และเปลี่ยนให้เป็นการทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ผู้หญิงสามารถทำคนเดียวได้อย่างสนุกสนานและลดความเหงา ทำให้มีความสุขกับชีวิตโสด เช่น การทำทัวร์ให้ผู้หญิงสามารถเที่ยวคนเดียวได้แทน

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการเอื้ออำนวยให้ทำกิจกรรมคนเดียวมากนะครับ เราสามารถทำกิจกรรม เช่น การเที่ยวคนเดียว กินข้าวคนเดียว กินเนื้อย่างคนเดียว ร้องคาราโอเกะคนเดียว หรือแม้แต่ไปตั้งแคมป์คนเดียวได้อย่างอิสระโดยไม่รู้สึกแปลกแยก 

อย่างถ้าเป็นบ้านเราไปนั่งกินหมูกระทะหรือไปกินบุฟเฟต์คนเดียวก็อาจจะรู้สึกเขิน ๆ บ้าง อาจจะกลัวโต๊ะข้าง ๆ นินทาบ้าง แถมบางร้านพอมาคนเดียวไม่ยอมเปิดเตาให้อีก ไม่ก็โดนเก็บเงินเพิ่มไปอีกต่างหาก แต่ในญี่ปุ่นมีร้านที่รองรับในการทำกิจกรรมเหล่านี้โดยเฉพาะ นั่นก็อาจจะเป็นเพราะไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นที่เป็นสังคมตัวใครตัวมันมากกว่าบ้านเรานั่นเอง

ทั้งนี้ทั้งนั้น การทำอะไรคนเดียวไม่ใช่สิ่งแปลกประหลาดหรือผิดบาปที่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ หรืออายสายตาคนอื่นแต่อย่างใดนะครับ ถ้าเรามีความสุขที่จะทำก็ทำไปเถอะ เมื่อได้ลองทำอะไรคนเดียวแล้วเราก็อาจจะพบว่ามันมีความอิสระและสบายใจไปอีกแบบและเหมือนได้ค้นพบโลกใบใหม่ก็เป็นได้ และในด้านความรักก็เช่นกัน การอยู่ตัวคนเดียวหรืออยู่เป็นโสดมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร เพราะเราก็สามารถที่จะมีความสุขได้ในแบบของเราเช่นกัน

อ้างอิงข่าวจาก bbc,cercatravel

ติดตามบทความใหม่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้และเรื่องแปลก ๆ ของประเทศญี่ปุ่นทาง LINE TODAY: TOP PICK TODAY จากผมได้ทุกวันเสาร์นะครับ

ช่องทางการติดตามเพิ่มเติม

Facebook :Eak SummerSnow

Youtube : Eak SummerSnow