สาวกอนค.ร่วมลุ้นปม“ธนาธร”ถือหุ้นสื่อ“รอด-ไม่รอด”

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 20 พ.ย. 2562 เวลา 06.26 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ ( 20 พฤศจิกายน) บรรยากาศหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาซึ่งมีกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ทยอยเดินทางมาให้กำลังใจ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าประจำตามจุดต่างๆทั่วอาคารเอ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และบริเวณโดยรอบ ขณะที่บรรดาสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศก็เดินทางมาปักหลักรอรายงานข่าว โดยคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้เริ่มประชุมเพื่อแถลงคำวินิจฉัยส่วนตนในเวลา 10.00 น แล้ว

 

ทั้งนี้ ในเวลา เวลา 14.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต.) ขอให้วินิจฉัยว่า สมาชิกภาพส.ส.ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 ( 6) ประกอบมาตรา  98 ( 3) หรือไม่ จากเหตุถือครองหุ้นสื่อ บริษัท วี- ลัค มีเดีย จำกัด ขณะลงสมัครรับเลือกตั้ง 

 

สำหรับคดีนี้ กกต. ได้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 16 พ.ค. โดยศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องไว้วินิจฉัยและสั่งให้นายธนาธร หยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ตั้งแต่วันที่  23 พ.ค.  ซึ่งในกระบวนการพิจารณาคดีเมื่อวันที่  18 ต.ค. ศาลได้เรียกพยานเข้าไต่สวนจำนวน 10 ปาก ทั้งนายธนาธร  ผู้ถูกฟ้องคดี นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดา และนางรวิพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ ภรรยา  โดยนายธนาธร ยืนยันว่า มีการเซ็นโอนหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดีย จำกัด จำนวน 675,000 หุ้น ให้กับนางสมพร มารดา ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 ดังนั้น ขณะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในวันที่ 6 ก.พ. 62  จึงเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งการนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันนี้ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยสหภาพยุโรป สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยสถานเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทยและสถานเอกอัครราชทูต สหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทยติดต่อขอส่งตัวแทนเข้ารับฟังการอ่านคำวินิจฉัย

 

อย่างไรก็ดี หากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้มีมติว่า นายธนาธร มีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้งก็จะมีผลให้นายธนาธร ต้องพ้นจากการเป็นส.ส.ทันที และหลังจากนั้นทางกกต.ก็จะมีการดำเนินการในคดีอาญาตามมาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. กรณีที่นายธนาธร รู้อยู่แล้วว่า ตนเองเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. แต่ยังคงใช้สิทธิลงสมัครซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 -200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ