สายสะดือพันคอ อันตรายที่ทำให้ทารกเสียชีวิตตอนคลอด

Motherhood.co.th เผยแพร่ 14 ก.ค. เวลา 07.30 น. • Motherhood.co.th Blog
สายสะดือพันคอ อันตรายที่ทำให้ทารกเสียชีวิตตอนคลอด

สายสะดือพันคอ อันตรายที่ทำให้ทารกเสียชีวิตตอนคลอด

คุณพ่อคุณแม่อาจจะเคยได้ยินเรื่องของ "สายสะดือพันคอ" ที่เป็นอันตรายจนส่วผลให้ทารกเสียชีวิตระหว่างคลอดกันมาบ้างแล้วนะคะ แต่คงสงสัยกันใช่ไหมละคะว่าสายสะดือจะไปพันคอทารกได้อย่างไร เราจะสังเกตเองได้หรือไม่ว่าสายสะดือกำลังพันคอทารกอยู่ มาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้กันค่ะ

ทำความรู้จักสายสะดือให้มากขึ้น

รกเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนอาหารและออกซิเจนระหว่างแม่และทารกในครรภ์ โดยรกจะติดอยู่กับผนังด้านในของมดลูกและมีสายสะดือเป็นตัวเชื่อมระหว่างรกกับตัวทารก สายสะดือมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-2 เซนติเมตร และมีความยาวประมาณ 50 เซนติเมตร แต่ในบางคนก็สั้นกว่านั้น ขณะที่บางคนอาจยาวได้ถึง 100 เซนติเมตร

หากสายสะดือเล็กและยาว เมื่อเด็กดิ้นขยับจึงไปพันคอได้

ซึ่งในทารกแต่ละรายก็ยังมีความแตกต่างของสายสะดือได้ ดังนี้

  • สายสะดือที่เชื่อมต่อระหว่างสะดือของทารกกับรกก็จะขดไปขดมา ปะปนอยู่รอบ ๆ ตัวเด็ก
  • ทารกที่มีสายสะดือยาวจะมีความเสี่ยงในการเกิดสายสะดือพันคอทารกได้มากกว่าทารกที่มีสายสะดือสั้น
  • ทารกตัวใหญ่หรืออ้วนมักมีสายสะดืออ้วนตามไปด้วย ส่วนทารกที่ตัวค่อนข้างเล็ก สายสะดือก็จะเล็กตาม ทารกที่มีสายสะดืออ้วนมักไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสายสะดือพันคอ แต่ทารกที่มีสายสะดือเล็กจะมีโอกาสที่สายสะดือพันคอได้มากกว่า

สายสะดือพันคอทารกอันตรายอย่างไร

สายสะดือพันคอทารก (Nuchal cord) เป็นเหตุให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์บ่อยที่สุดเมื่อตั้งครรภ์ได้ประมาณ 20-32 สัปดาห์ ที่พบได้บ่อยในช่วงนี้เพราะเป็นช่วงที่ทารกในครรภ์ดิ้นมากที่สุด โดยทารกจะดิ้นมากถึง 264 ครั้งต่อวัน ตัวของทารกจะลอยไปมาพลิกไปได้ทุกทิศทางและมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงครรภ์อ่อน  ขนาดตัวทารกยังไม่ใหญ่มากนัก เมื่อทารกยิ่งดิ้นพลิกตัวไปมาจะทำให้สายสะดือไปพันกับคอทารกได้ การที่สายสะดือพันคอทารกไม่ได้ทำให้ทารกเสียชีวิตทุกคนเพราะบางทีสายสะดือก็พันแค่หลวม ๆ พอพลิกไปมาก็หลุดแแห แต่ถ้าพลิกไปมาแล้วสายสะดือพันคอทารกแน่นเกินไป จะทำให้สายสะดือเกิดการกดทับจนไม่สามารถส่งไปเลี้ยงตัวทารกและจะทำให้ทารกเสียชีวิตได้

การที่สายสะดือพันคอทารกในครรภ์นั้นจัดว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่ส่วนใหญ่ไม่อาจทราบได้ตั้งแต่ก่อนคลอด ถ้าเกิดเหตุการณ์สายสะดือพันคอทารกคุณแม่มักจะไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ลูกดิ้นน้อยลงหรือหยุดดิ้น ในกรณีที่สายสะดือพันคอจนทารกเสียชีวิตก็เป็นเรื่องที่คาดเดาไม่ได้เช่นกัน หาทางป้องกันล่วงหน้าก็ไม่ได้ เช่น ถ้าอัลตร้าซาวด์ดูวันนี้ไม่ทัน พรุ่งนี้รกก็อาจจะพันคอจนทำให้ทารกเสียชีวิต แต่แพทย์อาจคาดเดาได้จากการตรวจพบความผิดปกติของอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ ทางคุณพ่อคุณแม่จึงต้องสังเกตการดิ้นของทารกในครรภ์ด้วยอีกทางหนึ่ง

การตรวจครรภ์สม่ำเสมอสามารถเช็คการดิ้นของทารกและดูสายสะดือได้

ตรวจพบแล้วทำอย่างไร ?

  • การที่สายสะดือพันคอทารกในครรภ์มักไม่ก่อให้เกิดปัญหาอะไร แต่เมื่อถึงช่วงใกล้คลอดหรือเจ็บครรภ์คลอด มดลูกจะพยายามบีบตัวดันให้ทารกเคลื่อนลงต่ำสู่ช่องคลอดให้เร็วขึ้น
  • อาจเกิดภาวะพร่องออกซิเจนในทารกรายที่สายสะดือพันคอทารกจนแน่น ทำให้หลอดเลือดที่ในสายสะดือถูกกดทับ เลือดจึงไม่สามารถไหลผ่านได้อย่างสะดวก ทำให้ทารกได้รับออกซิเจนน้อยลงกว่าเดิม
  • แพทย์สามารถคาดเดาได้จากการตรวจพบความผิดปกติของอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์เมื่อพบว่ามีสายสะดือพันคอแล้ว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องผ่าคลอดทันทีเสมอไป แพทย์จะผ่าคลอดในกรณีที่สายสะดือพันคอแล้วดึงรั้งแน่น จนทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงสมองและส่งผลทำให้เด็กขาดออกซิเจน
  • การวินิจฉัยสายสะดือพันคอทำได้โดยการตรวจอัลตราซาวนด์ หากพบว่ามีสายสะดือพันคอ อาจต้องไปตรวจครรภ์ถี่ขึ้น และสังเกตการดิ้นของทารกอยู่เสมอ
  • คุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของลูกน้อยในครรภ์อยู่เสมอ หากพบว่าลูกดิ้นน้อยลงให้รีบไปพบแพทย์

เมื่อคุณแม่รู้อย่างนี้แล้ว ก็ควรรีบไปฝากครรภ์ตั้งแต่รู้ว่าท้องเลยนะคะ เพื่อให้แพทย์ตรวจและให้คำแนะนำต่าง ๆ ในการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง รวมถึงคำแนะนำในการตรวจเช็คความปลอดภัยของทารก เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ