สั่งเด้งน.อ.พ้นนรข. ลงดาบธำรงวินัย ปมคลิปโจ๋เปิดเพลงดังกวนชาวบ้าน กร่างใส่ตร.

Khaosod อัพเดต 10 ส.ค. เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. เวลา 08.33 น.
นอ1

สั่งเด้งน.อ.พ้นนรข. ลงดาบธำรงวินัย ปมคลิปโจ๋เปิดเพลงดังกวนชาวบ้าน กร่างใส่ตร.

จากกรณีที่โลกโซเชียลมีการแชร์คลิปเหตุการณ์ กลุ่มวัยรุ่นเปิดเพลงในรถเสียงดังรบกวนชาวบ้าน ไม่พอใจตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครพนม ที่เข้าไปตักเตือนเพื่อให้ลดเสียงเพลง จนเกิดการทะเลาะวิวาทกับตำรวจ ขณะนั้นหนุ่มใหญ่รายหนึ่งในกลุ่มวัยรุ่น ระบุว่าเป็นทหารเรือยศ "นาวาเอก" สังกัดนรข.นครพนม และเป็นเจ้าของรถ แสดงท่าทีไม่พอใจ จะเข้ามาทำร้ายเจ้าหน้าที่

เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว วันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เวลาประมาณ 00.30 น. วัยที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยก่อนเกิดเหตุ ตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครพนม ออกปฏิบัติตรวจสถานบันเทิงในพื้นที่ว่า มีการปิดร้านตรงตามเวลา ตามมาตรการของศบค.ที่กำหนดหรือไม่ และเพื่อป้องกันเหตุร้ายหลังจากร้านปิดให้บริการ

เมื่อไปถึงพบว่าร้านปิดให้บริการเรียบร้อย แต่พบว่ามีลูกค้าบางส่วนยืนอออยู่หน้าร้าน มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินไปเปิดเครื่องเสียงรถเก๋ง ฮอนด้า รุ่นซีวิค สีดำ ป้ายทะเบียน กง 9900 นครพนม เสียงดังมากอันอาจเป็นการรบกวนผู้อื่นที่พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง ตำรวจจึงได้เข้าไปบอกให้เบาเสียงลง ทำให้กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวไม่พอใจ จนเกิดเหตุการณ์ตามคลิปที่มีการแชร์ต่อและวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียล

ขณะที่ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ทางตำรวจสายตรวจ สภ.เมืองนครพนม มีหลักฐานตามคลิปที่ปรากฏและเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นฐาน ทำร้านร่างกายเจ้าพนักงาน เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ออกหมายเรียกกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุ มารับทราบข้อหา หากยังไม่เข้าพบเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการออกหมายจับต่อไป

ด้าน พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองทัพเรือขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ประกอบทางหน่วยต้นสังกัดได้เร่งดำเนินการตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นข้าราชการกองทัพเรือจริง ทราบชื่อคือ น.อ.เขมณชาติ ศรีศรวล ตำแหน่ง รองเสนาธิการกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าธุรการและกำลังพล หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง

โดยในขณะนี้มีคำสั่งให้พ้นจากหน้าที่นรข. พร้อมทั้งมีหนังสือเรียกตัวกลับหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อเข้ารับการธำรงวินัย จากนั้นจะดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งหากพบว่ากระทำความผิดจริงจะได้ลงโทษทางวินัยต่อไป

 

ดูข่าวต้นฉบับ