สวย ‘เสี่ยงตาย’ แพทย์เตือนภัย ให้ ผึ้งต่อยปาก หวังเป็นรูปกระจับ อาจถึงเสียชีวิต

The Bangkok Insight อัพเดต 15 ส.ค. เวลา 07.50 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. เวลา 07.50 น. • The Bangkok Insight
สวย ‘เสี่ยงตาย’ แพทย์เตือนภัย ให้ ผึ้งต่อยปาก หวังเป็นรูปกระจับ อาจถึงเสียชีวิต

ผึ้งต่อยปาก เสี่ยงตาย แพทย์ผิวหนัง เตือนภัยสาวอยากมีปากรูปกระจับ ทำตามคลิปให้ผึ้งต่อย เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ถ้าถูกต่อยให้รีบเอาเหล็กไนออก ล้างแผล

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดี กรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีคลิปเผยแพร่ว่า มีผู้สอนทำปากรูปกระจับ ด้วยการเอาผึ้งมาต่อยนั้น ขอแนะนำว่า ผึ้งต่อยปาก เสี่ยงตาย อย่าทำโดยเด็ดขาด เพราะเหล็กในของผึ้งมีพิษ (venom)

ผึ้งต่อยปาก เสี่ยงตาย

ทั้งนี้ พิษของผึ้งประกอบด้วย โปรตีน, เปปไทด์, และสารอินทรีย์ อีกหลายชนิด เมื่อผึ้งต่อยเหยื่อ ด้วยเหล็กใน เหล็กใน จะเชื่อมต่อกับต่อมพิษ และอวัยวะภายใน เมื่อต่อย ทำให้เหยื่อเจ็บปวดมาก เกิดการแพ้ ปวด บวมบริเวณที่โดนผึ้งต่อย และอาจทำให้เกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรง (anaphylaxis) มีลักษณะเป็น ผื่นลมพิษทั้งตัว, ปากบวม และหายใจติดขัด อาจเสียชีวิตได้

ด้าน แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อผึ้งต่อย เหล็กใน จะติดคาผิวหนังหลังต่อย หลังจากนั้นผึ้งจะตาย เพราะต่อมพิษและอวัยวะภายใน ถูกดึงติดออกมากับเหล็กใน หลังถูกต่อย ควรรีบเอาเหล็กในออกไปโดยเร็วที่สุด เพราะกล้ามเนื้อที่อยู่ติดกับเหล็กในยังคงบีบตัวขับพิษเข้าสู่ผิวหนังต่อไป

อย่างไรก็ตาม ข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้นิ้ว หรือแหนบหนีบ ดึงเหล็กใน เพราะจะเป็นการบีบไล่พิษ เข้าสู่ผิวหนังมากขึ้น โดยวิธีกำจัดเหล็กในที่ปลอดภัย คือ ใช้ขอบทู่ ๆ ของบัตรเครดิต หรือสันใบมีด ทำมุมแหลมกับผิวหนัง จนเกือบขนานกับผิวหนัง แล้วขูดผิวหนังบริเวณที่มีเหล็กใน เป็นวิธีทำให้เหล็กใน หลุดออกมาจากผิวหนัง โดยมีโอกาสน้อย ที่พิษถูกขับออกมา

หลังโดนผึ้งต่อย อาการที่พบได้ทั่วไป คือ

  • รู้สึกคล้ายถูกเข็มแทง รู้สึกปวด ร้อน หรือคันบริเวณที่โดนต่อย

  • เกิดเป็นตุ่มบวมขึ้นมา ซึ่งมีจุดสีแดงอยู่ตรงกลางและมีผิวหนังสีขาวอยู่โดยรอบ

  • ความเจ็บปวดและตุ่มบวม จากการโดนผึ้งต่อยจะค่อย ๆ ดีขึ้น และหายไปในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

สำหรับ ผู้ที่โดนผึ้งต่อย จะเกิดอาการปวดแสบทันที ตามมาด้วยรอยต่อยบวมแดง และอาจเกิดผื่นลมพิษด้วย ปฏิกิริยานี้ จะดีขึ้นภายในหลายชั่วโมง ขณะที่ปฏิกิริยาที่รุนแรงกว่านี้ ก็อาจเกิดขึ้นได้ เช่น รอยต่อยบวมมาก และ บวมได้นานถึง 1 สัปดาห์ โดยปฏิกิริยาแพ้รุนแรง (anaphylaxis) พบได้ประมาณ 0.4% ถึง 3.0% มีรายงานเกิดอาการ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ หลังถูกผึ้งต่อย โดยไม่มีปฏิกิริยาแพ้รุนแรง

ขณะที่ การดูแลรักษาผึ้งต่อย ขึ้นกับความรุนแรงของผื่น ถ้าเป็นไม่รุนแรง แนะนำการล้างทำความสะอาดด้วย น้ำสบู่ ประคบน้ำแข็ง และอาจฉีดยาชาเฉพาะที่ เพื่อระงับปวด ยากินหรือยาฉีด อาจช่วยบรรเทาอาการคันและลมพิษ ส่วนการแพ้รุนแรง มีลักษณะเป็นผื่นลมพิษทั้งตัว, ปากบวม และหายใจติดขัด ควรรีบพาผู้ป่วยส่งห้องฉุกเฉิน

ทั้งนี้ ผู้ที่มีความเสี่ยง เกิดอาการรุนแรง จากการถูกผึ้งต่อย จะเป็นผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ ที่แพ้ เหล็กใน ของผึ้ง หรือ ผู้ที่ถูกผึ้งต่อยหลาย ๆ จุดในร่างกาย

ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า การป้องกันผึ้งต่อย ควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ รวงผึ้ง ผู้ที่เคยแพ้พิษ ควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ปลายขากางเกง อยู่ในรองเท้าบู้ท ไม่ให้ผึ้งแตกตื่นโดยไม่ใช้เครื่องจักร, เครื่องมือที่มีแรงสั่นสะเทือน ที่อาจทำให้ผึ้งตื่นตกใจ ห้ามปิดเปิดประตูหน้าต่างแรงๆ ใกล้รังของมัน

นอกจากนี้ ยังห้ามใช้สีทาบ้านที่มี isoamyl acetate ในบริเวณที่มีผึ้งทำรัง เพราะ isoamyl acetate เป็นส่วนหนึ่งของฟีโรโมน (pheromone) ที่อาจทำให้ผึ้งแตกตื่น ไม่ดึงดูดผึ้งโดยหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเหลือง และสีเข้ม หลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอม เพราะกลิ่นจากเครื่องสำอาง อาจดึงดูดผึ้ง

ส่วนการกำจัดรวงผึ้งอย่างถูกวิธี ควรใช้บริการของบริษัทกำจัดแมลง เพราะการกำจัดให้สิ้นซาก ต้องใช้ยาฆ่าแมลง ที่ออกฤทธิ์รวดเร็ว และยาวนาน การดำเนินการกำจัดเอง อาจทำให้ฝูงผึ้งแตกรัง ออกมาทำร้ายคน และสัตว์เลี้ยงได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ