สรรพสามิตยัน เก็บค่าธรรมเนียมรถเก่าทำยาก

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 10.13 น.

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิตเปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งประเทศไทยจะเข้าหารือกับกรมสรรพสามิตในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ เพื่อเสนอมาตรการกระตุ้นผู้บริโภคในการซื้อรถยนต์คันใหม่ ด้วยการเสนอให้กรมสรรพสามิตจัดตั้งกองทุนเพื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียมกับรถยนต์เก่าที่ยังใช้งานว่า กรมพร้อมรับฟังข้อเสนอต่างๆ ของภาคเอกชนอย่างเต็มที่ แต่ยอมรับในทางปฎิบัติสามารถดำเนินการได้ยาก เนื่องจากกรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีรถยนต์จากราคาหน้าโรงงานเพียงแค่ครั้งเดียว ไม่สามารถจัดเก็บระหว่างปีที่ผู้บริโภคใช้รถยนต์ได้ ซึ่งไม่ตรงกับหน้าที่หลักของกรมที่จัดเก็บภาษีดังกล่าวเลย

ขณะเดียวกันยังมองว่า กลไกในการกระตุ้นให้เกิดเปลี่ยนใช้รถยนต์ใหม่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทดแทนรถยนต์เก่านั้น เป็นหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกที่ปกติดำเนินการผ่านการจัดเก็บภาษีป้ายรถยนต์ ที่ปรับเพิ่มภาษีตามการใช้งานของอายุของรถยนต์อยู่แล้ว

 

"กรมสรรพสามิตไม่มีหน้าที่ในการเก็บภาษีระหว่างทาง ที่ยิบย่อยแบบนี้ ดังนั้นหากกรมปรับขึ้นภาษีรถยนต์ก็ไม่ได้ช่วยให้คนโล๊ะรถเก่าแล้วซื้อรถใหม่มากขึ้นได้ มันเป็นเรื่องของหน่วยงานอื่น แต่เราก็ไม่ได้ปิดทาง พร้อมรับฟังข้อเสนอของภาคเอกชน ซึ่งเราก็จะชี้แจงให้ฟังว่าหน้าที่ของเราคืออะไร"นายพชรกล่าว

ส่วนแผนการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2563 (ต.ค.62-ก.ย.63) ตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ที่ 642,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีงบประมาณ 2562 โดยเป็นการจัดเก็บภาษีรถยนต์ 1.38 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 ที่จัดเก็บได้ประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งขณะนี้กรมยังมั่นใจจะจัดเก็บภาษีรถยนต์ ได้ตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะการปรับเปลี่ยนรถยนต์เก่ามาเป็นรถยนต์ใหม่ เกิดขึ้นทุกๆ ปี เป็นเรื่องปกติตามนวัตกรรมรถยนต์ที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง 

ด้านนางสาวรัชฎา วานิชกร ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิชาการภาษี ในฐานะรองโฆษกกรมสรรพสามิตกล่าวว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถเก่า เป็นเพียงแนวคิดของเอกชน และยังไม่มีในทางปฏิบัติ แต่เห็นตรงกันอย่างหนึ่งคือ ปัจจุบันมีซากรถยนต์เก่าใช้แล้วถูกทิ้งอยู่เป็นจำนวนมาก และมีแนวโน้มที่จะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต หากมีระบบการจัดการดังกล่าว  ก็จะสามารถนำชิ้นส่วนและเศษเหล็กไปใช้ทำประโยชน์ได้ รวมทั้งช่วยลดปริมาณซากรถยนต์เก่าที่มีการจอดทิ้งไว้ในที่สาธารณะ  ซึ่งหลายประเทศได้มีการดำเนินการแล้ว 

ดังนั้นกรมสรรพสามิต จึงจำเป็นต้องศึกษาผลกระทบของข้อเสนอดังกล่าวอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสียและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องไม่สร้างภาระให้ประชาชนมากเกินไป และต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะมีมาตรการหรือการดำเนินการใด ๆ 

ทั้งนี้ปัจจุบัน กรมฯ จัดเก็บภาษีเฉพาะรถยนต์ใหม่  ที่ผลิตจากโรงอุตสาหกรรม หรือนำเข้าจากต่างประเทศ  โดยจัดเก็บภาษีตามหลักสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดอัตราภาษีตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสนับสนุนการใช้รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้เกิดการประหยัดพลังงาน และลดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว

ก่อนหน้านี้ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า ยอดขายรถยนต์ตลอดทั้งปี 2562 นี้ อาจติดลบประมาณ 2.5% เมื่อเทียบกับปี 2561 หรือ ประมาณ 1,015,000 คัน หลังธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กดกันการกำกับสินเชื่อบริโภคตั้งแต่ช่วงกลางปี และแนวโน้มในปีหน้า อาจทรงตัว หรือ ติดลบถึง 5% คิดเป็นตัวเลขยอดขาย 960,000-1,015,000 คัน

สำหรับความคืบหน้าการพิจารณาการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันไอพ่นนั้น ล่าสุด กรมสรรพสามิตยังไม่ได้รับแจ้งจากผู้ประกอบการสายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอส)ว่าจะเข้ามาพบ เพื่อเสนอแนวทางการส่งเสริมประโยชน์เพื่อสังคมในวงกว้าง แลกกับการปรับลดภาษีดังกล่าวให้ ซึ่งคาดว่าคงอยู่ระหว่างการพิจารณาของผู้ประกอบการอยู่

ดูข่าวต้นฉบับ