สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ทรงเปิดนิทรรศการศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต”

Manager Online เผยแพร่ 10 ต.ค. 2562 เวลา 07.45 น. • MGR Online

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงานนิทรรศการศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ ๕๐ ปี กลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย ตลอดจนทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์ โดยมี กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กรรมการและที่ปรึกษา กลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย พร้อมคณะผู้บริหารและเหล่าศิลปินร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ ริเวอร์มิวเซียม แบงค็อก ไอคอนสยาม กรุงเทพฯกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร กรรมการและที่ปรึกษา กลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทโตชิบาประเทศไทย ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมา ๕๐ ปี บนพันธกิจ ‘นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต’ เพื่อคนไทย โดยไม่เพียงแค่การจัดหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการแก่ผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และยังสนับสนุนการพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนด้านทุนการศึกษาและอุปกรณ์ การดูแลสิ่งแวดล้อม อาทิ ปลูกป่า ปลูกปะการัง ปล่อยสัตว์คืนสู่ธรรมชาติ รวมถึงด้านศิลปะ ซึ่งล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างคนในชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะเป็นตัวช่วยดึงตัวตนและช่วยขัดเกลาจิตใจให้มีความอ่อนโยนตลอดจนการสร้างสมาธิและมีความสงบ จึงเป็นที่มาของการริเริ่มโครงการประกวดศิลปกรรม ‘นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต’ ขึ้นในปี ๒๕๓๒ เมื่อครั้งเฉลิมฉลองครบรอบ ๒๐ ปีการก่อตั้งบริษัทในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์ศิลปะทุกระดับอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศิลปินและวงการศิลปะให้ก้าวหน้ากว้างขวางออกไปในทุกท้องที่”

และเนื่องในปี ๒๕๖๒ นี้ ซึ่งเป็นปีครบรอบ ๕๐ ปีการก่อตั้งธุรกิจในประเทศไทย กลุ่มบริษัท โตชิบา ประเทศไทย จึงได้ถือโอกาสจัดนิทรรศการศิลปกรรม ‘นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต’ ขึ้นที่ริเวอร์มิวเซียม แบงค็อก ไอคอนสยาม ระหว่าง ๒๘ กันยายน - ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ โดยจะทำการจัดแสดงภาพฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ได้ทรงพระราชทานเป็นสัญลักษณ์การเปิดงานประกวดศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ทุกครั้ง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ เป็นต้นมา จำนวนรวม ๑๒ ภาพ เพื่อเป็นการเผยแพร่พระปรีชาสามารถสู่สาธารณชน ทั้งยังมีภาพผลงานจากกรรมการผู้ตัดสินการประกวดตลอดระยะเวลา ๓๐ ปี ซึ่งล้วนแต่เป็นศิลปินระดับประเทศ อาทิ อาจารย์สวัสดิ์ ตันติสุขอาจารย์ประเทือง เอมเจริญ ศาสตราจารย์ชลูด นิ่มเสมอ ศาสตรเมธีเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้นำภาพที่ชนะการประกวดทั้งประเภทยอดเยี่ยมและดีเด่นตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ เป็นต้นมา มาจัดแสดง เพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของศิลปะร่วมสมัยและความสามารถของศิลปินรุ่นใหม่ของประเทศไทยในแต่ละช่วงเวลา“นิทรรศการครั้งนี้ คือการตอกย้ำจุดยืนและความเชื่อมั่นของกลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย เราจึงใช้สัญลักษณ์ในการจัดงานเป็น ‘อิฐแดง’ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด บนถนนวิภาวดีรังสิต ที่ก่อสร้างด้วยอิฐแดง ซึ่งท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ เคยกล่าวไว้ว่า ‘อิฐแดงสร้างมาจากดินไทย เป็นดินที่สร้างชาติมาแต่ครั้งประวัติศาสตร์ มีความเป็นไทยและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว คนทุกคนก็มีคุณค่าเท่ากับอิฐแดงทุกก้อน’ เพราะไม่ว่าใครทำงานหน้าที่ใด ในตำแหน่งอะไร ล้วนแต่มีคุณค่าเท่ากันทั้งสิ้น กลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทยก็เป็นเสมือนอิฐหนึ่งก้อนของสังคมไทย เช่นเดียวกับการประกวดศิลปกรรม ‘นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต’ ที่เป็นอิฐอีกก้อนของวงการศิลปะไทย” นางกอบกาญจน์กล่าวต่อ

กลุ่มบริษัทฯ เริ่มต้นอย่างจริงจังด้วยการสนับสนุนงานสัมมนาทัศนศิลป์ศึกษาแห่งชาติ ที่จัดโดยคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับทบวงมหาวิทยาลัย (ปัจจุบันคือ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา) ซึ่งเป็นงานสัมมนากำหนดทิศทางหลักของการพัฒนางานทางด้านทัศนศิลป์ในระดับอุดมศึกษา ตลอดจนเพื่อให้บุคลากรของสถาบันทางด้านศิลปะได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกันอย่างกว้างขวาง อันจะก่อให้เกิดการพัฒนาในด้านการสอนศิลปะในระดับอุดมศึกษาและการพัฒนาทางด้านศิลปะต่อไป

จากนั้นจึงได้ริเริ่มจัดการประกวดศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ขึ้น ในปี ๒๕๓๒ โดยมีหัวข้อที่เปิดกว้างตามชื่องาน (นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต) และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีผลงานส่งเข้ามาประกวดจากทั่วประเทศถึง ๑,๐๙๕ ชิ้นงาน และเพิ่มมากขึ้นในทุกๆ ปี ภาพที่ชนะการประกวดได้ถูกนำไปจัดแสดงนิทรรศการที่หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ต่อมาได้ย้ายไปจัดที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ เป็นต้นมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ เสด็จพระราชดำเนินเปิดนิทรรศการศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” พร้อมทั้งทรงพระราชทานเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะรางวัล และได้ทรงพระราชทานภาพฝีพระหัตถ์เป็นสัญลักษณ์การเปิดงานทุกครั้ง ซึ่งนับเป็นสิริมงคลและพระมหากรุณาธิคุณต่อครอบครัวโตชิบา ประเทศไทย เป็นอย่างมาก

“ทุกวันนี้ สังคมไทยให้ความสำคัญกับงานศิลปะมากขึ้น เราได้เห็นงานศิลปะถูกนำไปใช้เพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจการท่องเที่ยว ถูกใช้ในการบำบัดรักษาผู้ป่วย มีจำนวนหอศิลป์และแกลลอรี่เพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศ โดยส่วนตัวเชื่อว่าวงการศิลปะไทยจะได้รับการพัฒนาและส่งเสริมมากยิ่งขึ้นจากทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้เกิดศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่สามารถก้าวไปสู่เวทีระดับโลกมากขึ้น และในอนาคตจะมีหอศิลป์ขนาดใหญ่ รวมถึงการจัดแสดงผลงานศิลปะกระจายไปในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้คนไทยได้ใช้เวลากับงานศิลปะกันมากขึ้น โดยเฉพาะเยาวชน ก็จะได้มีโอกาสแสดงความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และความเป็นตัวเองผ่านงานศิลปะมากขึ้น กลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย ตระหนักอยู่เสมอถึงหน้าที่ของการเป็นบริษัทที่รับผิดชอบต่อสังคม เพราะเชื่อมั่นว่าศิลปะไม่จำเป็นต้องรุ่งเรืองเฉพาะเมื่อสังคมผาสุกเท่านั้น แต่จะต้องดำรงรักษาจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์เอาไว้ไม่ว่าสถานการณ์ใด ดังนั้นเจตนารมณ์ในการ ‘นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต’ ของโตชิบาจะยังเด่นชัดไม่เปลี่ยนแปลง” กอบกาญจน์ กล่าวทิ้งท้ายขอเชิญร่วมชมพระปรีชาสามารถด้านศิลปะของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และผลงานศิลปะจากเหล่าศิลปินชื่อดังของประเทศไทย ในนิทรรศการศิลปกรรม “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” จัดโดยกลุ่มบริษัท โตชิบา ประเทศไทย ระหว่างวันที่ ๒๘ กันยายน - ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ – ๒๒.๐๐ น. ณ ริเวอร์มิวเซียม แบงค็อก ชั้น ๘ ไอคอนสยาม (ลิฟท์ล็อบบี้ C) ไม่มีค่าใช้จ่าย

ดูข่าวต้นฉบับ