'สมคิด' สั่ง 'กรุงไทย-ออมสิน' แก้หนี้ข้าราชการ 

กรุงเทพธุรกิจ เผยแพร่ 23 ม.ค. 2563 เวลา 07.00 น.

รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ร่วมกับ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางเข้าไปตรวจเยี่ยม พร้อมมอบนโยบายการทำงานแก่ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน)(KTB) วานนี้ (22 ม.ค.)

นายสมคิด กล่าวว่า ขอให้ธนาคารกรุงไทยร่วมกับธนาคารของรัฐ โดยเฉพาะธนาคารออมสินช่วยลดภาระหนี้สินของข้าราชการ โดยเข้าไปช่วยปรับโครงสร้างหนี้ และลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งปัญหาหนี้สินข้าราชการนี้ เป็นนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ช่วยดำเนินการไว้นานแล้ว เพราะภาระหนี้สินข้าราชการนั้น ถือเป็นภาระหนักและมีระยะเวลาการชำระหนี้นาน ดังนั้น ทั้งสองหน่วยงานดังกล่าวจะต้องเร่งศึกษาแนวทางและแก้ไขโดยเร็ว

"หนี้ข้าราชการ เป็นหนี้ค่อนข้างระยะยาว ก็ได้ฝากไว้ และเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีฝากไว้นานแล้วว่า ภาระค่อนข้างหนักจะให้อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนได้หรือไม่ ส่วนใหญ่ข้าราชการเป็นลูกค้าของกรุงไทยและธนาคารออมสินอยู่แล้ว ก็จะมีการศึกษาร่วมกัน เรื่องนี้ควรต้องเห็นโดยเร็ว"

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ธนาคารกรุงไทยร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอี ในช่วงเศรษฐกิจที่ตึงตัว หากดำเนินการได้นอกจากจะได้ประโยชน์กับทางผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแล้ว ยังจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจไทยด้วย

ขณะเดียวกันยังขอให้ธนาคารกรุงไทยช่วยเป็นเสาหลักที่จะสะท้อนข้อมูลว่า อะไรเป็นอะไร เพราะเป็นแบงก์ใหญ่อันดับหนึ่งประเทศไทย ฉะนั้น เสียงของเรามีความหมายว่า ความเป็นจริงประเทศไทยเป็นอย่างไร ถ้าแบงก์อื่นขึ้นดอกเบี้ยทุกแบงก์ แต่เราลดแบงก์อื่นก็จะลดลงมา

"นอกจากเรื่องปรับโครงสร้างหนี้ข้าราชการแล้ว ยังอยากให้กรุงไทยเข้าไปช่วยดูแลเอสเอ็มอี เรายังมองว่ากรุงไทยจะเป็นเสาหลักให้คนไทยเข้าถึงดิจิทัลได้ดีขึ้นด้วย โดยภาครัฐมีแนวทางที่จะให้ทุกหน่วยงานเชื่อมโยงกัน ซึ่งที่ผ่านมาเราพยายามหาแนวทางมาโดยตลอด แต่เมื่อมาเห็นของกรุงไทยแล้ว เราเชื่อว่าจะใช้เครื่องมือของกรุงไทยดำเนินการได้ โดยจะยืมกรุงไทยเป็นตัวกลางดำเนินการ และหากเชื่อมโยงกันได้จะช่วยลดต้นทุนได้มาก"

ด้านนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารจะหารือร่วมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือกลุ่มลูกหนี้ข้าราชการอย่างเร่งด่วน ส่วนเรื่องการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกค้านั้น พร้อมนำไปพิจารณา แต่ปัจจุบันเรื่องอัตราดอกเบี้ยทั้งMLRและMRRธนาคารมีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีอยู่แล้ว

ส่วนการปล่อยสินเชื่อในปีนี้ยอมรับว่า จะเติบโตแค่3-5%ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง โดยในปีนี้ ธนาคารกรุงไทยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวยรวมในประเทศ (จีดีพี) จะเติบโตได้2.8%เช่นเดียวกับสำนักอื่นๆที่คาดว่าจีดีพีจะเติบโต2.7-2.8%โดยการขยายตัวสินเชื่อจะมาจากกลุ่มในประเทศ เช่น การค้าปลีก กลุ่มค้าขายออนไลน์ เกษตรแปรรูป กลุ่มสุขภาพ และกลุ่มภาคการผลิตในรูปแบบซัพพลายเชนเป็นต้น ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)คาดว่าจะใกล้เคียงปีก่อน ขณะที่กลุ่มการลงทุนภาคเอกชนยังคงชะลอตัว

ดูข่าวต้นฉบับ