สธ. ชี้ยังไม่ใช่เวลาดีใจ แม้ยอดผู้ป่วยลดลงอย่าวางใจ พลาดครั้งเดียวตัวเลขกลับมาพุ่งได้เสมอ

THE STANDARD อัพเดต 10 เม.ย. เวลา 09.35 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. เวลา 09.33 น. • thestandard.co
สธ. ชี้ยังไม่ใช่เวลาดีใจ แม้ยอดผู้ป่วยลดลงอย่าวางใจ พลาดครั้งเดียวตัวเลขกลับมาพุ่งได้เสมอ
สธ. ชี้ยังไม่ใช่เวลาดีใจ แม้ยอดผู้ป่วยลดลงอย่าวางใจ พลาดครั้งเดียวตัวเลขกลับมาพุ่งได้เสมอ

วันนี้ (10 เมษายน) นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวระหว่างแถลงความคืบหน้าสถานการณ์โรคโควิด-19 โดยระบุถึงตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ในประเทศตอนนี้จะลงมาที่หลักสิบ ว่ายังไม่ใช่ตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับทุกคน และยังไม่ใช่เวลาที่เราจะดีใจ แล้วผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ลง เพราะมาตรการที่ทำกันอยู่เป็นแค่การชะลอ และลดจำนวนผู้ป่วยลงเท่านั้น 

 

“เวลานี้ยังไม่ใช่เวลาที่เราจะมาดีใจ และจะผ่อนคลายมาตรการใดๆ ซึ่งต้องเรียนตามตรงว่ามาตรการที่ทำอยู่มันช่วยในการชลอ และลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลง ถ้าถามว่าพอใจหรือไม่ ผมคงตอบว่ายัง เพราะเราจะต้องลดจำนวนผู้ป่วยให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

“มาตรการหลายอย่างที่เป็นมาตรการขอความร่วมมือ ก็เพื่อให้ที่สาธารณะมีความแออัดน้อยลง ยังเป็นมาตรการที่สำคัญและจำเป็นที่จะต้องดำเนินการต่อไป ถ้าให้พูดตามทฤษฎีว่า เมื่อไรเราถึงจะวางใจได้ว่าเชื้อจะหมดไปจากพื้นที่แล้ว โดยทั่วไปเราจะใช้เวลา 1 หรือ 2 เท่าของจำนวนระยะฟักตัว แล้วเราไม่เจอผู้ป่วยรายใหม่ในระยะนั้นอีกเลย ฉะนั้นระยะเวลาที่เราจะสามารถสบายใจว่าเราไม่มีโรคแล้วก็คือ อย่างน้อย 14 วัน หลังจากเจอผู้ป่วยคนสุดท้าย เราถึงจะวางใจได้ว่า พื้นที่นั้นๆ ไม่มีโรคหลงเหลืออยู่แล้ว แต่ถ้าพบว่ามีโรคกลับมา ก็ต้องกลับมานับกันใหม่เช่นกัน

 

“ฉะนั้นอย่าเพิ่งประมาท อย่าเพิ่งวางใจ เพราะโรคนี้มีการแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่เราพลาดเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นเอง เราอย่าลืมเหตุการณ์ที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อ อย่าลืมการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างที่สนามมวย เพราะฉะนั้นเหตุการณ์พวกนี้แค่พลาดครั้งเดียว อาจทำให้ยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจำนวน 40-50 คน หรือร่วม 80 คน ในช่วงเวลาสั้นๆ”

 

“สิ่งที่อยากบอกคือ อยากให้ทุกคนใจเย็นๆ รอดูสถานการณ์ เพราะตอนนี้ทุกฝ่ายพยายามดูมาตรการว่า ถ้าสถานการณ์เริ่มดีขึ้นมากจนสามารถผ่อนคลายอะไรบางอย่างได้ เราจึงจะเริ่มผ่อนคลายอะไรลงได้บ้าง” นพ.ธนรักษ์ กล่าว

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

ดูข่าวต้นฉบับ