ศึกศักดิ์ศรี !

สยามรัฐ อัพเดต 22 ต.ค. 2562 เวลา 17.10 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2562 เวลา 17.10 น. • สยามรัฐออนไลน์
	ศึกศักดิ์ศรี !

การเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จ.นครปฐม วันนี้ 23 ต.ค. แม้จะเป็นการเลือกตั้งซ่อมเพียงเขตเดียว แต่ทว่ามีความหมาย อย่างมาก เพราะนี่คือการวัดกำลังกันระหว่าง "ฝ่ายค้าน" กับ "รัฐบาล" เมื่อ พรรคอนาคตใหม่นั้นไม่เพียงแต่จะต้อง "รักษาแชมป์" เอาไว้ให้ได้เท่านั้น แต่การเลือกตั้งซ่อม เขต5 นครปฐม รอบนี้ ยังเป็นการพิสูจน์ "ความนิยม" ของ "รัฐบาล" ด้วยว่า มีความขลัง และแข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหน

โดยผ่านตัวผู้สมัครของ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในการเลือกตั้งส.ส. เมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 ที่ผ่านมา "สุรชัย อนุตธโต" ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 รองจาก "แชมป์เก่า" อย่าง "จุมพิตา จันทรขจร" อดีตส.ส.ที่ต้องลาออก เนื่องจากประสบอุบัติเหตุจนล่าสุด พรรคต้องส่ง "ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร" สามี ของจุมพิตา ลงมาเลือกตั้ง ในครั้งนี้

การลงพื้นที่หาเสียงของพรรคอนาคตใหม่ ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความเข้มข้น โดยเฉพาะการจุดประเด็นที่ว่าด้วยการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น ด้วยการเชิญชวนพี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ ลงคะแนนเลือกคนของพรรคอนาคตใหม่ เพื่อเพิ่มเสียงให้กับ "7 พรรคฝ่ายค้าน"

บีบให้ฝ่ายรัฐบาล ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ด้วยการเป็น "รัฐบาลเสียงข้างน้อย" ต่อไป !

ศึกเลือกตั้งเขต5 นครปฐม ครั้งนี้ ดูเหมือนว่าพรรคอนาคตใหม่เอง ถือเดิมพันที่สูงกว่าคู่แข่ง อีกทั้งยังต้องแบกรับ "แรงกดดัน" อย่างมาก

ทั้งในฐานะ แชมป์เก่า ทั้งในฐานะที่พรรคต้องเรียกความเชื่อมั่น ความแข็งแกร่งให้กลับคืนมาโดยเร็ว หลังจากที่ต้องเผชิญกับปัญหา "งูเห่า" จนทำให้พรรคทั้งร้าว และใกล้จะเละ อย่างที่เห็น

ดังนั้นหากชัยชนะในเขต 5 นครปฐม รอบนี้ จึงเป็นเสมือนตัวชี้วัด ทั้งศึกใน ศึกนอก สำหรับอนาคตใหม่ไปในคราวเดียวกัน

ขณะที่มองกลับมายังพรรคประชาธิปัตย์เอง แม้ผู้สมัครของพรรค คือ สุรชัย จะมีคะแนนเดิม เป็นอันดับสอง แต่ปรากฎว่ารอบนี้ กลับต้องมาเจอกับ "บ้านใหญ่" คือ "เผดิมชัย สะสมทรัพย์" จากพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ลงมาสู้ศึก แก้มือด้วยตัวเอง

พรรคชาติไทยพัฒนา ยอม "เสียมารยาท" ส่งคนมาลงชิงเก้าอี้ส.ส.กับพรรคประชาธิปัตย์ ที่รั้งคะแนนอันดับสอง และยังเป็น "พรรคร่วมรัฐบาล" ชนิดที่ว่า "ใครดีใครอยู่" จนเกิดเป็น ศึกข้ามพรรคกันมาแล้วก่อนหน้านี้

ว่ากันว่ารอบนี้ เผดิมชัย จะไม่ยอมพลาดเป็นครั้งที่สอง ซ้ำรอยความปราชัยในการเลือกตั้งเมื่อ 24มี.ค.ที่ผ่านมาอีกต่อไป

ดังนั้นจึงกลายเป็นว่า ฝ่ายรัฐบาลก็เจอกับโจทย์ข้อยาก นั่นคือการ "แย่งคะแนนกันเอง" ระหว่างผู้สมัครประชาธิปัตย์กับชาติไทยพัฒนา

ส่วนพรรคอนาคตใหม่เอง ต้องแบกรับแรงกดดันในทุกทาง โดยเฉพาะ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรค จะต้องรักษาเก้าอี้ตัวนี้เอาไว้ให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ในการเลือกตั้งซ่อมที่จะตามมาอีก 3 เขตเลือกตั้ง จะเกิดแรงเสียดทาน ส่งผลในทางลบต่ออนาคตใหม่ ไปโดยปริยาย !

ดูข่าวต้นฉบับ