'ศาลแพ่ง' นัดอ่านคำพิพากษา แม่ 'ชัยภูมิ ป่าแส' ฟ้องเรียกค่าเสียหายกองทัพบก ปมทหารวิสามัญ

ไทยโพสต์ อัพเดต 06 ส.ค. เวลา 13.23 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. เวลา 13.20 น. • ไทยโพสต์

6 ส.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 4-5 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา ศาลแพ่งนัดสืบพยานโจทก์ 1 ปาก ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด และสืบพยานจำเลย 4 ปาก ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในสถานที่เกิดเหตุจำนวน 3 นาย และนายทหารพระธรรมนูญ 1 จนเสร็จสิ้น ศาลจึงนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 26 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00 น. ณ ศาลแพ่ง

สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 นายชัยภูมิ ป่าแส ชาติพันธุ์ลาหู่เยาวชนนักกิจกรรมทางสังคม พร้อมเพื่อนหนึ่งคน ขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจบ้านรินหลวง ถูกเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำอยู่ที่ด่านตรวจค้นยานพาหนะ เจ้าหน้าที่กล่าวอ้างว่า ชัยภูมิพยายามขัดขืนและทำร้ายเจ้าหน้าที่ด้วยอาวุธมีดและระเบิดขว้างสังหาร เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงนายชัยภูมิฯ จนเสียชีวิต โดยภายหลังระบุว่ากระทำไปเพื่อป้องกันตนเอง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอ้างว่าพบยาบ้าเป็นจำนวน 2,800 เม็ดซ่อนอยู่ในช่องกรองอากาศของรถยนต์ของชัยภูมิอีกด้วย

ต่อมา ศาลจังหวัดเชียงใหม่มีคำสั่งเรื่องการชันสูตรพลิกศพนายชัยภูมิฯ ว่า “พฤติการณ์ที่ตายคือ ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืน เอ็ม 16 ยิง กระสุนเข้าที่ต้นแขนซ้ายด้านนอกทะลุต้นแขนซ้ายด้านใน และกระสุนแตกเข้าไปในลำตัวบริเวณสีข้างด้านซ้ายเหนือราวนม กระสุนปืนทำลายเส้นเลือดใหญ่หัวใจและปอดจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย”

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 นางนาปอย ป่าแส แม่ของนายชัยภูมิ ป่าแส ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ.2591/2562 ซึ่งการสืบพยานเมื่อวันที่ 4 และ 5 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมานั้น ฝ่ายโจทก์ได้นำเสนอพยานหลักฐานเพื่อให้ศาลเห็นข้อพิรุธของเจ้าหน้าที่หลายประการที่ชี้ได้ว่านายชัยภูมิไม่ได้ต่อสู้ขัดขวางและไม่มีสิ่งผิดกฎหมายและระเบิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด โดยคดีนี้แม่ของผู้ตาย ได้รับความช่วยเหลือด้านกฎหมายจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม Protection International และสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.) เพื่อให้ครอบครัวของนายชัยภูมิฯ ได้เข้าถึงความยุติธรรมอย่างเต็มที่อีกด้วย

หลังสืบพยานเสร็จทนายความโจทก์แถลงขอยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีภายใน 1 เดือน ส่วนพนักงานอัยการซึ่งเป็นทนายความจำเลยแถลงไม่ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดี ศาลอนุญาต

การวิสามัญฆาตกรรมกลุ่มชาติพันธุ์ มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่แถบชายแดนของไทย สาเหตุหนึ่งเนื่องจากชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์มักตกเป็นเหยื่อของอคติและการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติโดยจะถูกตีตราเหมารวมว่าเป็นพวกค้าหรือขนส่งยาเสพติด ทำให้ประชาชนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์จะถูกเจ้าหน้าที่รัฐวิสามัญฆาตกรรมด้วยข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เช่นเดียวกันกับกรณีของนายชัยภูมิบ่อยครั้ง

ในช่วงเกิดเหตุการณ์วิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแสดังกล่าว ยังมีอีกกรณีที่คล้ายคลึงกันอย่างมากเช่น เกิดขึ้นในพื้นที่การดูแลด่านบ้านรินหลวง คือกรณีของนายอาเบหรืออะเบ แซ่หมู่ ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารในด่านบ้านรินหลวงยิงเสียชีวิต ด้วยข้ออ้างต่อสู้ขัดขืนเจ้าหน้าที่และมีระเบิดไว้ในครอบครองเช่นเดียวกัน

แต่คดีดังกล่าวเมื่อมารดาของนายอาเบฟ้องกองทัพบก ศาลได้พิพากษาว่าที่เจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่า นายอะเบผู้ตายได้ล้วงระเบิดจากย่ามจะขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหาร ก็พบว่าตามบันทึกการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือ ไม่ปรากฏลายพิมพ์นิ้วมือแฝงหรือฝ่ามือแฝงของนายอะเบ ที่ระเบิดตามอ้าง ทั้งยังพบว่าลักษณะที่ปรากฏหรือตำแหน่งที่พบระเบิดนั้นผิดธรรมชาติเนื่องจากนายอาเบตกจากรถ ดังนั้นวัตถุระเบิดไม่น่าตกอยู่ใกล้มือของนายอะเบ ศาลจึงได้มีคำพิพากษาให้กองทัพบกชดใช้ค่าเสียหายให้แก่มารดาของนายอะเบ โดยคดีดังกล่าวได้ถึงที่สุดแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ