ล่องใต้ลง “นราธิวาส” สุดสยามฝั่งตะวันออกที่ “ตากใบ”

Manager Online เผยแพร่ 06 ส.ค. เวลา 12.24 น. • MGR Online

หากพูดถึงเมืองที่อยู่ใต้สุดแดนสยาม ก็เป็นอันเข้าใจตรงกันว่าคือ อ.เบตง จ.ยะลา

ส่วนเมืองที่จะชวนไปเที่ยวนี้ ก็เป็นเมืองที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทยทางฝั่งตะวันออก มีเขตแดนติดกับรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย นั่นก็คือ “อ.ตากใบ” จ.นราธิวาส แต่ก่อนจะลงใต้สุดสยามไปถึงตากใบ ขอแวะเที่ยวในตัวเมือง “นราธิวาส” เสียก่อน

การเดินทางมายังนราธิวาสที่ง่ายสุดๆ ก็คือการนั่งเครื่องบินมาลงที่ “ท่าอากาศยานนราธิวาส” แล้วก็นั่งรถเที่ยวต่อได้เลย

เมื่อมาถึงนราธิวาสแล้วก็เอาฤกษ์เอาชัยด้วยการไปสักการะ “พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล” ประดิษฐานอยู่บนยอดเขา ที่ “พุทธอุทยานวัดเขากง” (อ.เมือง จ.นราธิวาส) เป็นพระพุทธรูปสีทองอร่ามปางปฐมเทศนาขัดสมาธิเพชร ประทับนั่งกลางแจ้งดูโดดเด่นเปี่ยมศรัทธาอยู่บนเนินเขา ศิลปะแบบสกุลช่างอินเดียตอนใต้ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก องค์พระสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กประดับโมเสคสีทอง หน้าตักกว้าง 15 เมตร สูง 24 เมตร นับเป็นพระพุทธรูปกลางแจ้งที่มีความงดงามและและมีขนาดใหญ่ในภาคใต้

ต่อจากนั้นก็แวะมาสักการะ “องค์พระศรีคเณศ พระพิฆเนศ ณ นราธิวาส” (อ.เมือง จ.นราธิวาส) ที่เป็นพระพิฆเนศองค์โตกับรูปร่างสรีระอันอ่อนช้อย วิจิตร ตระการตา จนได้ชื่อว่าเป็น “พระพิฆเนศกลางแจ้งองค์ใหญ่ที่งดงามที่สุดในเมืองไทย”

สำหรับองค์พระศรีคเณศ เป็นพระพิฆเนศมีขนาดหน้าตักกว้าง 7 เมตร สูง 16 เมตร มี 4 กร พระหัตถ์ขวาบนถือดอกบัว พระหัตถ์ขวาล่างแสดงท่าประทานพร พระหัตถ์ซ้ายบนถือปรศุ (ขวาน) พระหัตถ์ซ้ายล่างถือชามขนมโมทกะ ประทับนั่งในท่าลลิตาสนะ สวมศิลาภรณ์มงกุฎประดับโมเสคแก้วหลากสี มีการผสมผสานระหว่างศิลปะไทยกับอินเดีย โดยรูปแบบถนิมพิมพาภรณ์ใช้แบบไทยประดับโมเสคแก้วหลากสี รูปแบบพัสตราภรณ์ใช้ลักษณะนุ่งแบบอินเดีย

ผู้ที่มาไหว้องค์พระพิฆเนศสามารถขอพรได้ตามประสงค์ โดยมีความเชื่อว่าถ้าไปพูดบอกป้องหูหนูข้างซ้าย(ตัวที่ตั้งอยู่หน้าองค์พระพิฆเนศ) แล้วอธิษฐานจะสมหวัง

ที่ตั้งอยู่กันก็คือ “ศาลเจ้าโก้วเล้งจี่” เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของเมืองนราธิวาส สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2458 พร้อมๆ กับการตั้งเมืองนราธิวาส (เปลี่ยนชื่อเมือง) องค์ศาลเจ้าด้านนอก(ผนังด้านนอก) ตกแต่งด้วยงานปูนปั้นนูนต่ำอันสวยงาม ละเมียด เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิถีวัฒนธรรมประเพณีจีน ตามตำนานพงศาวดารจีน

ภายในศาลเจ้าประดิษฐานองค์พระและเทพเจ้าต่างๆกว่า 20 องค์ อาทิ องค์พระยูไลฮุกโจ้ว, องค์เจ้าแม่กวนอิมพันมือ, องค์เจ้าแม่โต๊ะโม๊ะ, องค์เจ้าแม่ทับทิม, องค์เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว,องค์เทพเจ้ากวนอู, องค์พระอรหันต์จี้กงฮัวฮุก เป็นต้น

ส่วนผนังภายในมีงานภาพเขียนสีกับงานปูนปั้นสดรูปเทพรูปพระอรหันต์อันสวยงามน่ายล ปั้นในปี 2505 บนหลังมีช่วงเปิดโล่งให้แสงธรรมชาติสาดส่องลงมา

ศาลเจ้าโก้วเล้งจี่เป็นศาสนาสถานในวัฒนธรรมจีนที่ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญคู่บ้านคู่เมืองนรา ที่โดดเด่นทั้งด้านความศักดิ์สิทธิ์และความสวยงาม ซึ่งจะมีคนเดินทางมากราบขอพรอยู่เป็นประจำ

ที่นราธิวาส มีพื้นที่อยู่ติดกับฝั่งอ่าวไทย ทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นชายหาดอยู่หลายแห่ง หนึ่งในนั้นก็คือ “อ่าวมะนาว” ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติอ่าวมะนาว-เขาตันหยง (อ.เมือง จ.นราธิวาส)

ที่นี่เป็นชายหาดที่ยาวต่อเนื่องมาจากชายทะเลฝั่งตะวันออกของ จ.ปัตตานี เป็นโค้งอ่าวเชื่อมต่อกันยาว 4 กิโลเมตร มีโขดหินสลับกับโค้งชายหาดเป็นระยะ มีพื้นที่ให้มาพักผ่อน เล่นน้ำทะเลได้เนื่องจากน้ำไม่ลึก หาดมีลักษณะค่อยๆ ลาดลงไปในทะเล และที่ริมหาดมีสวนรุกขชาติ มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายหาด ระยะทางราว 1 กิโลเมตร ที่จะสามารถพบพันธุ์ไม้ต่างๆ ได้ รวมถึงยังมีทิวสนร่มรื่นให้นั่งพักผ่อนได้

เที่ยวในเมืองกันไปหลายที่แล้วก็ได้เวลาล่องลงไปใต้สุดแดนสยามทางฝั่งตะวันออก ที่ “ตากใบ”

“ตากใบ” นั้นเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยมาอย่างยาวนาน มีความสำคัญอย่างมากในช่วงรัชกาลที่ ๕ จากเหตุการณ์ที่ไทยสูญเสียดินแดนบางส่วนให้อังกฤษ เดิมนั้นตากใบอยู่ในการปกครองของเมืองกลันตัน (ซึ่งเดิมอยู่ภายใต้การปกครองของไทย) ต่อมาอังกฤษที่ปกครองมลายู พยายามจะผนวกดินแดนส่วนของอำเภอตากใบเข้าไปอยู่ภายใต้การปกครองด้วย แต่ทางไทยยืนยันว่าเมืองนราธิวาสมาจนถึงตากใบนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทยมาตั้งแต่โบราณ โดยอ้างพื้นที่ของวัดชลธาราสิงเห ซึ่งเป็นวัดที่ชาวไทยสร้างขึ้นมานับร้อยปีแล้ว จากนั้นจึงมีการตกลงอาณาเขตระหว่างไทยกับมลายู โดยกำหนดแม่น้ำสุไหงโกลกเป็นเส้นกั้นอาณาเขต ทำให้ตากใบอยู่ภายใต้การปกครองของไทยในที่สุด

และพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างมากในครั้งนั้นก็คือ “วัดชลธาราสิงเห” (อ.ตากใบ จ.นราธิวาส) เป็นหนึ่งในวัดงามแห่งดินแดนด้ามขวานที่ถูกยกให้เป็นอันซีนไทยแลนด์ ภายในวัดมีบรรยากาศร่มรื่น มีอาคารโบราณสถานสถาปัตยกรรมท้องถิ่นภาคใต้ ที่สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างสวยงามทรงเสน่ห์อยู่หลากหลาย อาทิ กุฏิเจ้าอาวาส(หลังเก่า) วิหารพระนอน หอพระนารายณ์ หอระฆัง ศาลาโถง ศาลาท่าน้ำ เป็นต้น

ขณะที่ไฮไลท์สำคัญของวัดแห่งนี้ก็คือ “พระอุโบสถ” หลังงามที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ภายในมีภาพจิตกรรมฝาผนังอันงดงามวิจิตร เขียนโดยพระภิกษุชาวสงขลา เป็นภาพพุทธประวัติที่สอดแทรกเรื่องราววิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตได้อย่างน่าสนใจยิ่ง

ที่วัดแห่งนี้ยังมี “พิพิธภัณฑ์วัดชลธาราสิงเห” จัดแสดงศิลปวัตถุน่าสนใจต่างๆ พร้อมทั้งบอกเล่าอดีตความเป็นมาของอำเภอตากใบ รวมถึงจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการเสียดินแดนในยุคล่าอาณานิคม ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ทางสยามได้หยิบยกเอาพระพุทธศาสนา โบราณสถาน และงานพุทธศิลป์อันโดดเด่นของวัดชลธาราสิงเหมาเป็นข้อต่อรองเพื่อแสดงสิทธิในการปักปันเขตแดน ทำให้อังกฤษยอมรับเหตุผล นั่นจึงทำให้วัดชลธาราสิงเห มีอีกหนึ่งชื่อเรียกขานว่า “วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย”

จากวัดชลธาราฯ มาอีกไม่ไกล จะพบกับ “สะพานเกาะยาว” หากใครที่เดินทางมาที่นี่ จะได้สัมผัสวิถีประมงพื้นบ้านอันแสนเรียบง่ายบนเกาะยาว เกาะเล็กๆ ที่เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ด้วย “สะพานคอย 100 ปี” มีความยาว 345 เมตร ซึ่งทอดผ่านแม่น้ำตากใบไปยังเกาะยาว มีทั้งสะพานไม้ (คนเดิน) และสะพานปูน (รถมอเตอร์ไซค์วิ่ง)

ด้วยบรรยากาศอันสงบ มีหาดทรายละเอียดสีน้ำตาลในบางมุมของเกาะ ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ รวมทั้งได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ประกอบอาชีพประมงและสวนมะพร้าว ที่หน้าหาดเกาะยาวสามารถชมวิวทิวทัศน์ของแนวหาดทรายยาวขาวเนียนที่ทอดตัวกว้างไกลได้อย่างสวยงาม อีกทั้งยังมีจุดให้ไฮไลท์เป็นเนินทรายติดตั้งเสาธงชาติขนาดใหญ่ ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปคู่กับเสาธงชาติแห่งนี้กันเป็นจำนวนมาก

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของที่เที่ยวใน จ.นราธิวาส ช่วงนี้ได้เวลาเที่ยวในเมืองไทย อย่าลืมล่องลงใต้มาให้สุดแดนสยามที่เมืองนราธิวาส มาเที่ยวสนุกๆ ชิมของอร่อย พักผ่อนสบายๆ กันได้

* * * * * * * * * * * * * *

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการท่องเที่ยวใน จ.นราธิวาส ได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนราธิวาส (ดูแลพื้นที่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) โทร. 0-7354-2343 Facebook : TAT Narathiwat ททท.สำนักงานนราธิวาส

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่Youtube :Travel MGR

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ