ล็อกดาวน์”เมลเบิร์น”กลายเป็นเมืองร้าง

new18 อัพเดต 06 ส.ค. เวลา 03.49 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. เวลา 01.10 น. • new18
ล็อกดาวน์”เมลเบิร์น”กลายเป็นเมืองร้าง
เมลเบิร์น เมืองใหญ่สุดอันดับ 2 ของออสเตรเลีย ในรัฐวิคตอเรีย ทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก กลายสภาพเป็นเมืองร้าง เมื่อวันพุธ (5 ส.ค.) หนึ่งวันก่อนเริ่มมาตรการปิดเมืองรอบ 2 แบบเข้มงวดที่สุดของประเทศเท่าที่เคยมีมา เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19

เมลเบิร์น เมืองใหญ่สุดอันดับ 2 ของออสเตรเลีย ในรัฐวิคตอเรีย ทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก กลายสภาพเป็นเมืองร้าง เมื่อวันพุธ (5 ส.ค.) หนึ่งวันก่อนเริ่มมาตรการปิดเมืองรอบ 2 แบบเข้มงวดที่สุดของประเทศเท่าที่เคยมีมา เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19

ย่านธุรกิจการค้าใจกลางเมลเบิร์น เมืองที่ได้รับนามฉายาว่า เมืองหลวงของคนมีสไตล์ (Hipster Capital) ของแดนจิงโจ้ เงียบเหงาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มปิด ก่อนถึงวันเริ่มมาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งจะทำให้ประชาชนคนทำงานกว่า 250,000 คน ต้องหยุดงานอยู่แต่ในบ้านโดยอัตโนมัติ ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง ทั้งทหารและตำรวจ ออกลาดตระเวนตามท้องถนนสายต่างๆ ของตัวเมือง เพื่อรับประกันว่าประชาชนจะปฏิบัติตามมาตรการป้องกันไวรัส เช่น การสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่นอกบ้าน ซึ่งตามรายงานข่าวระบุว่า ชาวออสเตรเลียส่วนใหญ่ฝ่าฝืน
รัฐวิคตอเรียซึ่งมีเมลเบิร์นเป็นเมืองเอก ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใหม่ 725 รายเมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นสถิติใหม่สูงสุดรายวัน ขณะที่ส่วนที่เหลือทั่วออสเตรเลีย ตรวจพบเพียงแค่ 14 รายในวันเดียวกัน

การปิดเมืองเมลเบิร์น ประชากร 5 ล้านคน และมีกิจกรรมเศรษฐกิจประมาณ 1 ใน 4 ของออสเตรเลีย สร้างความอลหม่านโกลาหลพอสมควร เว็บไซต์ของรัฐบาลรัฐวิคตอเรียล่มในวันพุธ เมื่อบรรดาพนักงานลูกจ้างกลุ่มธุรกิจที่จำเป็น ซึ่งถูกยกเว้นจากการล็อกดาวน์ พยายาม ยื่นขอใบอนุญาตทางออนไลน์ เพื่อให้สามารถออกจากบ้าน เดินทางไปทำงานได้ตามปกติ ตั้งแต่วันพฤหัสบดี.

ดูข่าวต้นฉบับ