ลุย “หุ้น”...เลือกทางที่ใช่ให้เหมาะกับตัวเอง!!!

Wealthy Thai อัพเดต 30 พ.ค. เวลา 02.52 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. เวลา 02.52 น. • wealthythai
ลุย “หุ้น”...เลือกทางที่ใช่ให้เหมาะกับตัวเอง!!!
การลงทุนใน “หุ้น” ถือเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความน่าสนใจไม่น้อย ด้วยผลตอบแทนที่สุดแสนจะน่าดึงดูด และล่อตาล่อใจใครหลาย จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นแหล่งกอบโกยเงินชั้นดีในปัจจุบัน

 

การลงทุนใน “หุ้น” ถือเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความน่าสนใจไม่น้อย ด้วยผลตอบแทนที่สุดแสนจะน่าดึงดูด และล่อตาล่อใจใครหลาย จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นแหล่งกอบโกยเงินชั้นดีในปัจจุบัน

ซึ่งการกอบโกยผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น อาจจะเป็นวิธีที่ง่ายดายสำหรับ เซียน กูรู เกจิ ต่างนานาๆ แต่สำหรับมือใหม่อาจจะถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก

ด้วยจำนวนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกว่า 700 บริษัท จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในมุมมองมือใหม่ ที่จะต้องนั่งศึกษาข้อมูลบริษัททั้งหมด

 

จึงทำให้การพึ่งเครื่องมือทางการเงิน อย่าง “กองทุนรวมหุ้น” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ แต่อาจจะทำให้เกิดคำถามได้ว่า “ลงทุนหุ้นด้วยตนเอง” กับ “ลงทุนในกองทุนรวมหุ้น” นั้นต่างกันอย่างไร

 

ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากแชร์ข้อมูลในการลงทุนทั้ง 2 แบบ มีอะไรบ้างและต่างกันอย่างไร เพื่อเป็นตัวเลือกหรือตัวช่วยให้แก่นักลงทุนผู้ที่สนใจ

 

‘ข้อดี’ และ ‘ข้อเสีย’…มีแตกต่างกันไป

 

โดย “การลงทุนด้วยตนเอง” นั้น เราจะมีอิสระภาพในการลงทุน โดยสามารถคัดสรรหุ้นรายตัวได้ตามใจต้องการ เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในการลงทุน รวมถึงการซื้อขายในช่วงใดก็ได้ ตามผลตอบแทนที่วางไว้ ซึ่งจะหมายถึงโอกาสทำกำไรที่สูงด้วยเช่นกัน

 

แต่ใช่ว่าการลงทุนด้วยตนเองจะไม่มีข้อเสียเลย เพราะอย่างที่บอกไว้ข้างต้น เราต้องติดตามข่าวสารข้อมูลบริษัทอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นงบการเงิน ความเคลื่อนไหวของบริษัท เป็นต้น จึงทำให้ผู้ลงทุนต้องแบกความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง

 

 

สำหรับ “การลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้น” จะมีการอุดจุดด้อยการลงทุนหุ้นด้วยตัวเอง อย่างการควบคุมความเสี่ยง โดยการดึงผู้เชี่ยวชาญอย่าง ‘ผู้จัดการกองทุน’ มาบริหารจัดการ และการจำกัดและควบคุมความเสี่ยงให้ผู้ลงทุน

 

โดย ‘กองทุนรวมหุ้น’ จะพยายามบริหารเพื่อให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ดี และพยายามที่จะเอาชนะผลตอบแทนของตลาดให้กับผู้ลงทุนในระยะยาว พร้อมทั้งมีตัวเลือกหลากหลายอย่าง การเลือกลงทุนหุ้นได้ทั้งในรูปแบบดัชนี, สไตล์, ขนาดหุ้น หรือกลุ่มอุตสาหกรรม ตามความต้องการของผู้ลงทุน

 

นอกจากนี้การลงทุนใน “กองทุนรวมหุ้น” ยังให้สิทธิประโยชน์อีกมากมาย อย่างสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยกองทุนรวมหุ้นบางประเภท อย่าง ‘กองทุนรวมเพื่อการออมชนิดพิเศษ (SSFX)’ ,‘กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)’ และ ‘กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)’ ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น ที่สามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้

 

แต่ก็อย่างไรตาม การลงทุนใน“กองทุนรวมหุ้น” นั้น ก็ยังเงื่อนไขอย่างการใช้เงินลงทุนขั้นต่ำ เป็นปัญหาให้นักลงทุนอยู่บ้าง ที่มีความสนใจบางกองทุนของบางบลจ. แต่มีการระบุจำนวนลงทุนขั้นต่ำไว้สูง เช่น 10,000 บาท แต่ปัจจุบันก็มีบางบลจ.ที่สามารถลงทุนขั้นต่ำด้วยเงินเพียง ‘1 บาท’ เท่านั้น ตรงนี้นักลงทุนสามารถค้นหาข้อมูลหรือดูจากหนังสือชี้ชวนของกองทุนรวมหุ้นนั้นๆ ได้

 

สุดท้ายนักลงทุนอย่างเราๆ อาจจะต้องเป็นผู้ตัดสินใจเองว่า การลงทุนในรูปแบบไหนที่จะสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ต้องเผชิญ และการลงทุนแบบไหนที่จะตอบโจทย์เราได้เหมาะสมที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ