ลุงวัยหลังเกษียณ ยอมถอดป้ายขู่โจร หลังตำรวจ ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ

Manager Online เผยแพร่ 14 พ.ย. 2562 เวลา 09.02 น. • MGR Online

อ่างทอง - ลุงวัยหลังเกษียณ ยอมถอดป้ายขู่โจร หลัง ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ รับฟังความอัดอั้นตันใจ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจออกตรวจเพื่อป้องกันเหตุให้บ่อยขึ้น

วันนี้(14 พ.ย.) พ.ต.อ.มนตรี คชาพรรธน์ ผกก.สถานีตำรวจภูธรเมืองอ่างทอง พร้อมด้วย พ.ต.ท.ทรงวุฒิ นาคมาลี รอง ผกก.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.อุทัย สุประดิษฐอาภรณ์ สวป.สภ.เมืองอ่างทอง พ.ต.ท.บุญสม ใบละมุด สว.สส.สภ.เมืองอ่างทอง เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ลงพื้นที่บริเวณริมถนนคันคลองชลประทาน หน้าบ้านเลขที่ 51/1 หมู่ที่ 3 ตำบลหัวไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง

เพื่อทำการตรวจสอบ และพูดคุยทำความเข้าใจกับ นาย สมเกียรติ ศิริภรณ์อนันต์ อายุ 62 ปี หลังติดป้ายฟิวเจอร์บอร์ด ที่มีขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1.20 เมตร โดยเขียนข้อความว่าไอ้หัวขโมยจัญไร ถ้าจับได้โทษ คือ 1.พิการ 2.ตาย ไอ้พวกส้นตีน ใครรู้มีรางวัลอย่างงาม ติดไว้กับเสาไฟฟ้า และอีก 1 ป้าย เขียนข้อความเหมือนกันใช้ไม้ปักไว้ริมถนน บริเวณสวนกล้วยน้ำว้าริมคลองชลประทาน ที่สุดอัดอั้นตันใจ

หลังโดนหัวขโมยแอบย่อเข้าไปลักของภายในบ้านหลายครั้ง มีความเสียหายนับหมื่นบาท รวมทั้งโดนขโมยกล้วยน้ำว้า และกล้วยหอม ไปหลายสิบเครือ รวมทั้งฟักทองที่ปลูกไว้ ซึ่งที่บ้านของตนเองนั้นโดนขโมยทั้งเครื่องตัดหญ้า 1 ตัว หินเจียร 2 ตัว ไดโว่สูบน้ำ 1 เครื่อง เครื่องตัดต้นไม้อีก 1 เครื่อง และยังโดนเจ้าหัวขโมยแอบย่องเข้าไปลักตัดกล้วยน้ำว้าในสวนและริมถนนไป จำนวน 12 เครือ กล้วยหอม 1 เครือ 12 หวี ผลฟักทองที่ปลูกไว้อีกเป็นจำนวนมาก

ด้าน พ.ต.อ.มนตรี กล่าวว่า ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง ได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้เสียหาย ตนเองจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมาตรวจเป็นระยะ และให้เพิ่มความถี่ในการออกตรวจตราให้มากขึ้น ในส่วนของเรื่องการสืบสวนหาตัวคนร้าย ทางผู้แจ้งยังไม่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งผู้แจ้งเข้าใจว่าในการเข้าแจ้งความอาจจะต้องใช้เวลาและขั้นตอนในการดำเนินการนาน และคนร้ายอาจจะได้รับโทษเพียงเล็กน้อย ซึ่งตนเองได้แนะนำผู้เสียหายว่าเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย หากผู้เสียหายเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะสามารถหาเบาะแสสืบสวนเอาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน

ทางด้าน นาย สมเกียรติ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาเยี่ยมเยียนตรวจสอบทรัพย์สินที่ถูกขโมยไป โดยมาให้ความมั่นใจกับตนเองว่าจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเพิ่มความเข้มข้นในการออกตรวจตรามากขึ้น และจะทำการติดตามทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปให้ได้ ส่วนตนเองรู้สึกดีขึ้นและอบอุ่นใจขึ้นที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจลงมาดูแล ที่ตนเองไม่ได้แจ้งความเพราะว่าเห็นเป็นคดีเพียงเล็กน้อย และไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต ในเมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่มาให้ความมั่นใจในชีวิตและทรัพย์สิน ตนเองจึงได้ตัดสินใจถอดป้ายทั้งหมดที่ติดเอาไว้ออกไป ซึ่งหวังว่าจะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ