ลองของ! ทดสอบทางไกลไปเชียงดาว SUV 7 ที่นั่ง MAZDA CX-8 2.5 SP

ไทยรัฐออนไลน์ - Auto อัพเดต 22 พ.ย. 2562 เวลา 03.32 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2562 เวลา 03.00 น.
ภาพไฮไลต์

Mazda CX-8 เกี่ยวอะไรกับ PPV - SUV ? ในวันทดสอบจากเชียงใหม่ไปเชียงราย วิศวกรของ Mazda แจ้งว่า CX-8 ไม่ได้เป็นคู่แข่งโดยตรงกับรถกระบะดัดแปลงที่เราเรียกกันว่า PPV เนื่องจากตลาดรถอเนกประสงค์ของประเทศไทยกำลังไปได้ดีและ Mazda เองก็มีผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าคนไทย การนำเอา CX-8 ที่ประกอบในมาเลเซียเข้ามาทำตลาดในไทยจึงเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับคนที่ชอบรถอเนกประสงค์โดยเฉพาะรถที่มีเบาะแบบ 7 ที่นั่ง การใช้ตัวถังแบบโมโนค็อกแทนที่จะเป็นแบบแชสซีออนเฟรมทำให้ CX-8 มีข้อได้เปรียบรถ PPV หลายจุด แต่สุดท้าย คนของ Mazda ก็แจ้งกับสื่อมวลชนว่าพวกเขาไม่คิดจะเอา CX-8 มาแข่งกับใคร! เนื่องจากความแตกต่างบนความคล้ายคลึงของรถอเนกประสงค์ที่มีขายในไทยนั้นไม่ได้ผูกขาดอยู่แค่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งเท่านั้น ความชอบที่หลากหลายจะทำให้ CX-8 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนไทยที่ชอบรถยนต์สไตล์นี้ 

หลังจากเปิดตัวในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 แค่ไม่ถึงอาทิตย์ Mazda Sales Thailand ก็เชิญสื่อมวลชนสายรถยนต์ขึ้นไปขับทดสอบ Mazda CX-8 ในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นการขับครั้งที่สองหลังจากเคยขับสั้นๆ ในโรงงาน Mazda ที่ฮิโรชิม่า ปกติค่าย Mazda มักจะเลือกเส้นทางที่จะโชว์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของรถยนต์ภายใต้แบรนด์ของตนเอง ครั้งนี้ก็เช่นกันที่ Mazda เลือกเส้นทางทดสอบ CX-8 จากเชียงใหม่ไปยังเชียงราย รวมระยะทางในการขับทดลองประสิทธิภาพของเอสยูวีรุ่นใหม่ไกลถึง 289 กิโลเมตร CX-8 คันทดสอบของผมในวันนี้ เป็นรถรุ่น 2.5 SP 2WD (ขับเคลื่อนล้อหน้า) พร้อมห้องโดยสารที่มีเบาะสามแถว 7 ที่นั่ง ราคาค่าตัวไม่ได้แพงมากมายอะไรและออกจะสูสีกับ PPV หรือกระบะดัดแปลง เจ้า CX-8 2.5 SP มีค่าตัว 1,699,000 บาท เปรียบเทียบกับราคาของรถอเนกประสงค์ที่มีขายในไทยให้เห็นกันจะจะไปเลยดีกว่า 

Mitsubishi Pajero Sport รุ่น 4WD GT-PREMIUM ราคา 1,599,000 บาท

Ford Everest Sport ราคา 1,469,000 บาท

Honda CR-V DT EL 4WD ราคา 1,699,000 บาท

Toyota Fortuner 2.8 TRD Sportivo 2WD ราคา 1,719,000 บาท

Isuzu MU-X 3.0 DA DVD ONYX 6AT 2WD ราคา 1,409,000 บาท

Chevrolet Trailblazer 2.5 4WD Z71 ราคา 1,490,000 บาท 

Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT ราคา 1,427,000 บาท

Mazda CX-8 ทั้งดีเซลและเบนซิน มีขนาดความยาว 4,900 มิลลิเมตร ยาวกว่า Mazda CX-5 พอสมควรเนื่องจากมีเบาะแถวที่สาม สัดส่วนความกว้างตัวถัง 1,840 มิลลิเมตร กว้างพอๆ กับ CX-5 และสูง 1,730 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อวัดจากดุมล้อหน้าไปหลัง 2,930 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า 1,595 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง 1,600 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 200 มิลลิเมตร รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.8 เมตร น้ำหนักรถทั้งคันอยู่ที่ 1,781 กิโลกรัม ถือว่ามีน้ำหนักตัวพอดิบพอดีไม่หนักมากจนเกินไป ด้วยความที่เป็นรถอเนกประสงค์ของครอบครัวขนาดใหญ่ที่ไปกันได้ถึง 7 คน ประกอบกับความหรูหราของงานตกแต่งภายใน (ที่คล้ายๆ CX-5) ตัวถังแบบโมโนค็อกทรงตัวในย่านความเร็วสูงได้ดีกว่าแบบแชสซีออนเฟรมที่อยู่ในรถ PPV บอสใหญ่ของ Mazda Sales Thailand แจ้งว่า คุณสามารถขับใช้งานมันได้ทั้งแบบออฟโรดและออนโรด หลังจากผมได้ลองขับครั้งที่สองในเชียงใหม่ ก็พบว่า CX-8 มีความน่าใช้งานจริง จากพื้นที่ของห้องโดยสาร การทรงตัว การถ่ายเทน้ำหนักและความแม่นยำของพวงมาลัย CX-8 เป็นรถอเนกประสงค์ที่เข้ามาเสียบตรงกลางระหว่าง CX-5 และ CX-9 (ที่ไม่มีขายในไทยเพราะราคาแรงเกินไป) ทุกสิ่งทุกอย่างของมันก็ดูสมบูรณ์แบบดียกเว้นอยากได้เบรกที่ใหญ่กว่านี้อีกนิดเพื่อความมั่นใจ เพราะลูกค้าคนไทยส่วนใหญ่ของ Mazda นั้นขับรถค่อนข้างเร็ว การมีเบรกที่ดีมีประสิทธิภาพเมื่อขับเร็วๆ บนเส้นทางภูเขาจะช่วยทำให้มั่นใจได้มากกว่า 

อุปกรณ์นับร้อยรายการของ CX-8 2.5SP ถ้าจะบรรยายสรรพคุณคงจะยืดยาวจนคนอ่านรำคาญ แต่อย่างน้อยที่สุด การได้ขับทดสอบบนเส้นทางภูเขาที่สูงชันของภาคเหนือด้วยระยะทางเกือบๆ 300 กิโลเมตรในหนึ่งวันเต็มๆ เปิดเผยจุดเด่นและจุดด้อยของรถรุ่นนี้เกือบจะหมดไส้หมดพุง ความจริงก็คือผมกำลังสนุกอยู่กับเอสยูวี 7 ที่นั่งประกอบในมาเลย์ของ Mazda ตำแหน่งคนขับจัดมาดีไม่ต้องปรับอะไรมากก็ลงตัว เป็นการจัดวางที่เชี่ยวชาญของค่ายรถที่เน้นการขับขี่ควบคุมมากเป็นพิเศษ เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศทำงานฉับไว กำลังไม่มากทำให้การเร่งแซงต้องกะระยะเผื่อเหลือเผื่อขาดให้ดีๆ ทำให้คิดถึงเครื่องเบนซิน 2.5 เทอร์โบที่ประจำการอยู่ใน CX-5 เวอร์ชั่นปรับปรุงที่กำลังขายอยู่ในขณะนี้ กลไกในด้านการตลาดที่ทับซ้อนกันทำให้ CX-5 ออกตัวลำบากจากการมาถึงของ CX-8 แต่คนที่รักการขับและมีครอบครัวเล็กๆ แค่ 3-4 คน CX-5 ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีโดยเฉพาะเครื่องยนต์เบนซินพลัง 230 แรงม้านั้นเหลือกำลังลากสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน 

สมดุลที่ดีแม้จะมีขนาดใหญ่ให้ CX-8 เป็นรถใหญ่ที่คล่องตัวใช้ได้ อย่างที่บอกว่าเรี่ยวแรงของเครื่องยนต์ 2.5 เบนซินนั้นน้อยไปนิดเนื่องจากเป็นเครื่องหายใจเองไม่ได้พึ่งพาระบบอัดอากาศ ทำให้สัมผัสด้านความดุดันใน CX-8 ไม่ปรากฏออกมาให้เห็น เป็นรถที่ขับแบบว่านอนสอนง่ายแม้คันจะใหญ่ อย่าแปลกใจว่ามันมีอาการโคลงตัวน้อยกว่า PPV SUV จากระบบควบคุมและรักษาเสถียรภาพ GVC ที่ใช้ ECU คอยควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์ในย่านความเร็วต่ำพร้อมการเซตช่วงล่างที่ลงตัว การตอบสนองที่คงเส้นคงวาของแชสซีและช่วงล่าง ความแม่นยำจับวางของพวงมาลัย ทำให้มันเป็นรถเอสยูวีราคา 1.69 ล้านที่กว้างและขับได้ดี เป็นตัวเลือกใหม่ในอันดับต้นๆ ของรถอเนกประสงค์ที่ขายในไทย หมายความว่ามันดีกว่าคู่แข่งไม่ใช่ที่กำลังแต่เป็นความสบายทั้งการควบคุมขับขี่หรือโดยสารที่เบาะแถวกลาง พูดถึงเบาะนั่งแสนสบายใน CX-8 ซึ่งออกแบบให้ปรับเอนได้ เมื่อพับเบาะทั้งแถวสองและสามให้ราบลงกับพื้นคุณจะขนของได้อย่างจุใจในความกว้างของพื้นที่ ส่วนเบาะแถวที่สามก็ยังคล้ายกับ SUV ทั่วๆ ไป จากพื้นที่วางเท้าที่เหลือน้อยลง เหมาะกับเด็กหรือคนตัวเล็กมากกว่าจะให้พี่โย่งหรือน้องอ้วนเข้าไปนั่ง ฝาท้ายไฟฟ้าก็ดีงามเพราะเปิดออกได้ในมุมกว้าง ทำงานเร็วและค่อนข้างเงียบ 

CX-8 เป็นรถที่เหมาะสำหรับนักขับทางไกล มันมีขนาดใหญ่จนคุณย่าคุณยายรู้สึกชอบและอยากมีส่วนร่วมในการเดินทางบ่อยครั้ง เข้าโค้งในเขตเชียงดาวได้คมโดยมีอาการโคลงตัวน้อยมากจากพวงมาลัยไฟฟ้าและช่วงล่างที่เซตมาลงตัว ยาง TOYO รับหน้าที่ในการยึดเกาะกับผิวถนน ห่อรัดอยู่บนล้ออัลลอย 19 นิ้ว ลวดลายของล้อคล้าย Lexus RX300 อย่างจงใจ ยาง 225/55R19 สอดรับกับการเก็บเสียงและการยึดเกาะถนนได้ดีพอประมาณ วิ่งได้อย่างเนียนและกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับการทำงานของช่วงล่าง นอกจากนี้ CX-8 ยังมีความนุ่มนวลเมื่อขับบนผิวถนนเรียบๆ ส่วนการขับเร็วต้องใช้ประสิทธิภาพหลายด้านที่เป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้ที่เข้ามาช่วยทำให้รู้สึกมั่นใจ หนึ่งในนั้นก็คือ แชสซี ช่วงล่างหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท หลังมัลติลิงค์ พวงมาลัยไฟฟ้า การบาลานซ์น้ำหนักและฝีไม้ลายมือในการปรับจูนไดนามิกซึ่งเป็นองคาพยพที่จะทำให้รถทุกคันที่ออกจากสายการผลิตของ Mazda Motor เป็นรถที่ขับสนุก ระบบกันสะเทือนไม่ได้ปรับให้แข็งเกินไปเหมือน CX-3 จังหวะการทำงานของซอฟต์แวร์ GVC ที่เข้ามาควบคุมเสถียรภาพในย่านความเร็วต่ำทำให้การลัดเลาะในเมืองมีความคล่องตัวใช้ได้และช่วยลดอาการโคลงเคลง พวงมาลัยมีชีวิตชีวาสื่อสารกับคนขับอย่างชัดเจนด้วยการเลี้ยวที่แม่นยำสูสีกับ CX-5 แม้ตัวจะยาวกว่า เป็นชุดบังคับเลี้ยวที่เที่ยงตรงไม่ว่าจะขับเร็วหรือช้า รวมถึงน้ำหนักที่พอดิบพอดีไปกับความเร็วในขณะนั้นๆ เป็นความจริงที่จะพูดว่า CX-8 2.5SP ก็มีดีพอๆกับเอสยูวีทั่วไปหากขับบนถนนเรียบและโล่ง แต่การนำมันไปลุยทางออฟโรดก็ควรที่จะคำนึงถึงความสามารถของมันด้วยเนื่องจากรุ่นนี้มีระบบขับเคลื่อนแค่ 2 ล้อหน้า ไม่ใช่รุ่นท็อปสุดที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อมาให้ใช้งานซึ่งมีราคาที่สูงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน  

สิ่งที่ดีก็คือ มันมีราคา 1,699,000 บาท โดยไม่มีออปชั่นบางอย่างของรุ่นสูงสุดที่ไม่ค่อยได้ใช้งานมากนัก อุปกรณ์เด่นๆ ของ CX-8 2.5SP ก็มีพวกเบาะหุ้มหนัง Nappa เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางที่ตำแหน่งคนขับและ 6 ทิศทางที่เบาะคนนั่ง หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ HUD head up display ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องแอร์เบาะแถวสองที่เป่าจนขาเย็นเฉียบ ระบบอุ่นเบาะ (แทนที่จะเป็นเบาะติดแอร์เหมือน Lexus) อันนี้ไม่รู้จะติดมาให้ทำไมเพราะประเทศไทยนั้นร้อนแสนสาหัส ส่วนหน้าจอมอนิเตอร์กลางขนาด 7 นิ้วก็เล็กเกินไป สำหรับปุ่มควบคุม Center Commander ใช้งานได้ง่ายและเร็ว ออกแบบคล้ายปุ่ม MMI ของ Audi ใช้ควบคุมและปรับตั้งระบบต่างๆผ่านหน้าจอขนาดเล็กแค่ 7 นิ้วที่ไม่ค่อยจะเหมาะสมกับขนาดของห้องโดยสาร CX-8 ยังเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือในระบบบลูทูธได้อย่างรวดเร็ว เครื่องเสียงติดรถพร้อมลำโพง 6 ตัวมีเสียงที่พอฟังได้แต่กำลังขับยังน้อยไปนิด ในส่วนของกล้องมองหลัง 360 องศาเหมาะสมกันดีจากขนาดของตัวรถที่ต้องใช้กล้องช่วยในการมองเมื่อจะถอยเข้าออกจากพื้นที่คับแคบ เซนเซอร์ช่วยกะระยะด้านหน้า 4 ด้านหลังอีก 4 ช่วยแจ้งเตือนการขับเข้าไปใกล้กับสิ่งกีดขวางได้ดี 

CX-8 ที่นำเข้ามาจากโรงงาน Mazda ในมาเลเซียมีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบ ทั้งดีเซล 2.2 ลิตร 190 แรงม้ากับ 450 นิวตันเมตร และคันทดสอบที่เป็นเครื่องยนต์รุ่นเบนซินแถวเรียง 4 สูบ 2.5 ลิตรไม่มีระบบอัดอากาศซึ่งมีเรี่ยวแรงแค่ 194 แรงม้ากับแรงบิดจิ๋วๆ ที่ 258 นิวตันเมตรในย่าน 4,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ 2.5 ลิตรของ CX-8 คันทดสอบ มีปริมาตรความจุกระบอกสูบ 2,488 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 89.0 มิลลิเมตร ช่วงชักยาว 100 มิลลิเมตร จ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ไดเรคอินเจคชั่น อัตราส่วนกำลังอัด 13.0:1 รองรับเชื้อเพลิง E10 E20 และออกเทน 95 มาตรฐานมลพิษ EURO-4 ส่วนระบบส่งกำลังใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด ไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์มาให้แต่ใช้วิธีผลักคันเกียร์มาทางขวาในตำแหน่งแมนวลเพื่อชิพเกียร์เอง ส่วนระบบเบรกที่อยากให้ใหญ่กว่านี้ด้านหน้าและหลังเป็นแบบดิสเบรก ด้านหน้าจานดิสแบบมีช่องระบายความร้อน พวงมาลัยไฟฟ้า EPAS electric power assisted steering ระบบรองรับด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ ล้ออัลลอยขอบ 19 นิ้ว ขนาด 19x7 ยาง TOYO 225/55R19 ความจุถังเชื้อเพลิง 72 ลิตร อัตราสิ้นเปลืองเคลมมาจากโรงงาน 13.2 กิโลเมตรต่อลิตร ขับจริงๆ ทำได้ 11.2 กิโลเมตรต่อลิตรบนทางราบและ 9.7 กิโลเมตรต่อลิตรบนเส้นทางภูเขา 

ไม่มีข้อติติงมากนักสำหรับการขับบนเส้นทางเรียบๆ ระหว่างเชียงใหม่ไปเชียงรายที่เต็มไปด้วยเนินเขาสูงชันและทางโค้งที่คดเคี้ยว CX-8 ใช้แพลตฟอร์มเดียวกับ CX-5 วิ่งได้เนียนตา หากอยากขับเร็วขึ้นก็กดสวิตช์ในโหมด SPORT การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์ก็จะรวดเร็วขึ้น เกียร์ 6 สปีดลากรอบในตำแหน่งเกียร์ที่เทแรงบิดได้ดีบนเส้นทางภูเขา โปรแกรมการทำงานของ SPORT MODE ก็ง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน ใช้สำหรับการเร่งความเร็วเพื่อแซงรถช้า แต่ถ้าอยากขับแบบปกติ ปลดโหมด SPORT ทิ้งไป คุณก็จะได้อัตราสิ้นเปลืองที่ดีขึ้น เครื่องเบนซิน 2.5 ลิตร ไม่มีเทอร์โบก็ไม่ได้ตะกละตะกลามอะไรมากนักและใช้เชื้อเพลิงเท่าที่จำเป็นเมื่อขับแบบเรื่อยๆ อัตราสิ้นเปลืองบนทางราบทำได้ 11.2 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าสมน้ำสมเนื้อกับขนาดของตัวถัง เมื่อขับเร็วๆ บนเส้นทางภูเขาทำได้ที่ 9.7 กิโลเมตรต่อลิตรในโหมด SPORT ก็พอรับได้ไม่กินจุอย่างที่คิดเอาไว้แต่แรก

บนถนนลาดยางหรือทางปูน CR-V 7 ที่นั่ง และ CX-8 วิ่งได้เนียนสูสีกันมาก รถทั้งสองรุ่นก็มีสมรรถนะที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน แต่สำหรับการขับบนทางที่คดเคี้ยวขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ผมกลับชอบ CX-8 มากกว่า และดูจะมีอะไรที่น่าสนใจกว่ารถคู่แข่งจากพื้นที่ภายในที่โล่งโปร่งสบาย ทางที่ออกจากไร่โกหลักในไชยปราการไปยังร้านเจ๊เหมยสุกี้ยูนานอ่างขางนั้นโหดร้ายใช้ได้ จากโค้งมุมแคบที่วกไปวนมารอบๆ หุบเขาของดอยอ่างขาง มันช่วยทำให้คนขับรู้สึกสนุกในการบังคับเลี้ยวที่เฉียบคมแต่คนนั่งอาจวิงเวียนกบาล เนื่องจากรถจะเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาตลอดเส้นทาง แน่นอนว่า CX-8 ไม่ได้มีแค่ช่วงล่างและพวงมาลัยที่ดี การถ่ายเทมวลน้ำหนักในโค้งก็ยังดีตามไปด้วย พวงมาลัยตึงไม้ตึงมือในโหมด SPORT และผ่อนคลายน้ำหนักลงมาอีกนิดในโหมดปกติกลืนกินเส้นทางลาดยางที่สูงชันของอำเภอไชยปราการได้เป็นอย่างดี ลูกค้าส่วนใหญ่ที่เลือกซื้อรถแบบนี้มักมีครอบครัวขนาดใหญ่ที่ชอบไปไหนมาไหนด้วยกันเยอะๆ และเป็นคนที่รักการขับรถเป็นชีวิตจิตใจ คุณอาจคิดว่ารถนั้นดีจริงแต่ศูนย์บริการของ Mazda ยังไม่ดีตามไปด้วยนั่นก็เป็นเรื่องจริง แต่ไม่ใช่ทุกศูนย์ของ Mazda จะเป็นแบบนั้นกันซะทั้งหมด งานบริการที่ดีกับการขับที่โดดเด่นจะยิ่งทำให้ Mazda ขายรถได้มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อขายเยอะขึ้นก็ต้องมีการปรับรายละเอียดที่เกี่ยวเนื่องกับงานบริการหลังการขายตามไปด้วยมันถึงจะโดนใจลูกค้าไทยมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ความปลอดภัยที่ถือเป็นหัวใจหลักของการใช้รถ Mazda CX-8 ติดตั้ง Mazda i activsense มาให้ใช้งาน เช่น ระบบเบรก ABS / EBD / BA ระบบควบคุมเสถียรภาพ และการทรงตัวของรถ DSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง G-Vectoring Control ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน HLA ระบบไฟฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน ESS
ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา ABSM : Advanced Blind Spot Monitoring ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA : Rear Cross Traffic Alert ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย) กล้องมองภาพขณะถอยจอด ระบบแสดงภาพ 360 องศา กุญแจ Immobilizer สัญญาณกันขโมย Burglar Alarm ระบบล็อก และ ปลดล็อกประตูอัตโนมัติ Auto Door Lock

CX-8 ทุกรุ่นให้ระบบไฟอัตโนมัติเป็นอุปกรณ์มาตรฐานซึ่งถือว่าดีงาม  ไฟหน้า Adaptive LED ใช้หลอดไฟ LED 12 หลอดในโคมไฟหน้าแต่ละข้าง ช่วยเพิ่มมุมมองบนถนนที่ไม่มีแสงไฟส่องสว่าง ระบบไฟอัตโนมัติของ CX-8 ประกอบด้วยไฟสูงที่ปรับปรุงให้ลดแสงจ้า ไฟต่ำปรับใหม่ให้ทำงานในช่วงกว้างครอบคลุมส่วนหน้าทั้งหมด ระบบไฟ Adaptive ยังมีโหมดขับขี่ด้วยความเร็วสูง ไฟ LED จะเปลี่ยนมุมการส่องสว่างให้สอดคล้องกับความเร็วและเส้นทางโดยเฉพาะบนถนนต่างจังหวัดที่มืดมิด เมื่อใช้ความเร็วเกิน 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง Adaptive LED ของ CX-8 จะเริ่มต้นการทำงานโดยยกไฟสูงอย่างต่อเนื่อง หากมีรถแล่นสวนมาระบบไฟอัตโนมัติจะทำการเบี่ยงเบนทิศทางและลำแสงเพื่อไม่ให้ไปรบกวนสายตาของรถคันอื่น ทำให้ง่ายต่อการมองเห็นเมื่อต้องใช้ความเร็วในตอนกลางคืนบนถนนที่มีหรือไม่มีไฟส่องทาง 

CX-8 ขับสนุก นั่งสบาย มีพื้นที่มากพอสำหรับครอบครัวทั้งเล็กและใหญ่ เป็นรถที่ขับง่ายได้อย่างน่าประทับใจบนเส้นทางภูเขา หากไม่แน่จริง Mazda Sales Thailand คงไม่พามาขับขึ้นลงดอยสูงชันที่ค่อนข้างอันตรายแบบนี้ แชสซีของมันทำงานตรงไปตรงมา ทำให้จับอาการได้ง่ายในย่านความเร็วสูง ถ่ายน้ำหนักขณะเบรกและเข้าโค้งได้ดี มีอาการโคลงไม่มากเมื่อขับบนผิวถนนที่ไม่เรียบ เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพแค่พออาศัย ไม่ได้แรงอย่างที่อยากได้ เนื่องจากลองขับแค่ 2.5 เบนซินที่มีแรงบิดแค่ 258 นิวตันเมตร ไม่ได้มีโอกาสไปลอง 2.2 ดีเซลที่มีแรงบิดเยอะกว่ามากถึง 450 นิวตันเมตร Mazda CX-8 ยังมีระบบต่างๆ ที่คอยประคับประคองช่วยเหลือคนขับ เวลาที่เกิดคะนองขึ้นมาแล้วหวดหนักๆ ก็ยังมีอาการที่รับได้แม้จะมีขนาดใหญ่โต และสุดท้าย เปลือกตัวถังที่สวยงามที่ทำให้ Mazda ภาคภูมิใจในทีมดีไซน์ ความสวยของ CX-8 ทำให้เจ้าของมีอารมณ์และความรู้สึกร่วม ไม่ว่าจะจอดอยู่นิ่งๆ หรือวิ่งเต็มสปีด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของยานยนต์สไตล์อเนกประสงค์ของครอบครัวขนาดใหญ่ ที่พอได้ลองขับแล้วจะรู้สึกประทับใจ ขอเพียงแค่ความคงทนของชิ้นส่วน และการบริการที่เป็นหนึ่งเดียวในการดูแลเอาใจใส่ลูกค้า เจ้า CX-8 ก็จะเป็นรถที่น่าใช้งานมาก เพราะเกือบทุกอย่างของมันเหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน. 

Mazda CX-8 รุ่นและราคา
เครื่องยนต์เบนซิน
Mazda CX-8 2.5 S 2WD 1,599,000 บาท (7 ที่นั่ง)
Mazda CX-8 2.5 SP 2WD 1,699,000 บาท (7 ที่นั่ง) คันทดสอบ
เครื่องยนต์ดีเซล

Mazda CX-8 2.2 XDL 2WD 1,899,000 บาท (7 ที่นั่ง)
Mazda CX-8 2.2 XDL Exclusive 4WD 2,069,000 บาท (6 ที่นั่ง)
Mazda CX-8 รับประกันคุณภาพตัวรถนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ฟรีค่าแรงเช็กระยะนาน 5 ปี หรือ 10 ครั้ง ต่อระยะทาง 100,000 กิโลเมตร

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ