ร.ต.อ.ถูกเปลี่ยนสายงาน ปลิดชีพตัวเองหน้าเสาธงโรงพัก

PPTV HD 36 อัพเดต 21 ก.ย 2562 เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2562 เวลา 02.53 น.
 ร.ต.อ.ถูกเปลี่ยนสายงาน ปลิดชีพตัวเองหน้าเสาธงโรงพัก
นายตำรวจระดับ รองสารวัตรปรายปราม แต่งเครื่องแบบเต็มยศ คว้าปืนจ่อยิงหน้าอกตัวเองกระสุนทะลุหัวใจร่างล้มคาลานหน้าโรงพัก เมียเผยเครียดและกังวล หลังถูกสั่งย้ายจากฝ่ายปราบปรามไปอยู่ฝ่ายสอบสวน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> วัยรุ่นเปิดเพลงเสียงดัง เตือนไม่ฟังใช้ปืนยิงหัวเสียชีวิตคาที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง >> ตร.ยะลาเครียดยิงเพื่อนสนิทดับ ก่อนยิงตัวตาม

เมื่อวันที่ (21 ก.ย. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้า สภ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเพชร ร.ต.อ.สุพจน์ สุขเกษม อายุ 45 ปี รอง สว.สอบสวน ได้ยิงตัวเองบริเวณหน้าเสาธงชาติ ห่างจากบันไดขึ้น-ลงสถานีตำรวจ ประมาณ 5 เมตร สภาพศพอยู่ในชุดเครื่องแบบ นอนหงาย บริเวณหน้าอกซ้ายตรงหัวใจมีเลือดไหลนองออกมา นอนหายใจระรินๆ ใกล้กันพบปืนพกขนาด 9 มม. ถูกยิงออกไปแล้ว 1 นัด

ก่อนที่เพื่อนตำรวจจะรีบนำร่างที่ยังมีลมหายใจส่งโรงพยาบาลปางศิลาทอง ที่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 12 กิโลเมตร ใช้ทีมแพทย์พยายามปั้มหัวใจช่วยเหลือกันนานกว่า 1 ชั่วโมง แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เพราะกระสุนทะลุหัวใจ ทำให้ ร.ต.อ.สุพจน์ เสียชีวิต ท่ามกลางเพื่อนๆเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ไปเฝ้าติดตามความคืบหน้าการรักษา

จากการสอบถามเพื่อนๆร่วมงานเล่ากันว่า สาเหตุที่ ร.ต.อ.สุพจน์ คิดสั้นยิงตัวเองตายครั้งนี้ น่าจะเป็นเพราะถูกเปลี่ยนสายงานจากงานป้องกันและปราบปราม ไปอยู่สายงานสอบสวน ซึ่งเป็นงานที่ไม่ถนัด และเกิดภาวะเครียดกับงาน ซึ่งหลังไปอบรมพนักงานสอบสวน กลับมาก็ไม่ค่อยจะพูดจากับใคร

ขณะที่ นางชลธิชา สุขเกษม ภรรยา ร.ต.อ.สุพจน์ เปิดเผยว่า เห็นสามี ผิดปกติมาหลายวัน ถามคำก็ตอบคำ ไม่ค่อยพูดค่อยจา ซึ่งปกติสามีตนเป็นคนรักครอบครัว สนุกสนานร่าเริง มีอัธยาศัยดี ทั้งกับเพื่อนๆร่วมงาน ถึงแม้จะเป็นคนพูดน้อย แต่หลังจากมีคำสั่งให้เปลี่ยนสายงานจากสายปราบปรามมาเป็นสายสอบสวน ก็เปลี่ยนเป็นคนละคน ชอบบ่นให้ฟังว่าเป็นงานที่ไม่ถนัด ต้องมาเริ่มต้นใหม่ ทั้งพิมพ์ดีดก็ไม่ค่อยเป็น อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจทิ้งตนกับลูกๆอีก 3 คน ที่กำลังเรียนอยู่ไป

ส่วนที่ชลบุรี ตำรวจ สภ.บ่อทอง รับแจ้งว่ามีช้างป่าบุกเข้าไปภายในวัดบุญญาวาส กระทืบชาวบ้านเสียชีวิต  1 ราย ทราบชื่อ คือนายขวัญศรีเงิน โรจน์พัฒนาทรัพย์ อายุ 55 ปี เสียชีวิตอยู่ในป่าด้านหลังวัด  เบื้องต้นไม่สามารถที่จะเข้าไปเอาร่างผู้เสียชีวิตออกมาได้ เพราะว่าช้างป่ายืนคร่อมร่างผู้เสียชีวิตเอาไว้ไม่ให้ใครเข้าใกล้   

เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานอนุรักษ์พื้นที่ 2 มาช่วยผลักดันช้างป่าออกไปบริเวณนอกพื้นที่ของวัด  ก่อนที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิจะช่วยนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาจากจุดเกิดเหตุ ขณะนี้ช้างก็ยังเดินวนเวียนอยู่ป่าหลังวัด

จากการสอบสวนทราบว่าช้างตัวดังกล่าวได้พังกำแพงวัดเข้ามาตั้งแต่ช่วงเช้า ทางพระและญาติโยมได้เข้าไปไล่ออกจากวัดมาครั้งหนึ่งแล้ว ก่อนเกิดเหตุช่วงหลังเที่ยง ผู้ตายทำงานอยู่เห็นช้างพังกำแพงเข้ามาอีก จึงเข้าไปไล่ ปรากฏว่าช้างเกิดโมโหไล่กระทืบนายขวัญศรีเงิน จนเสียชีวิตดังกล่าว

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ