ร้องขอความเป็นธรรม กลุ่มผู้ซื้อรถ 'เชฟโรเลต' รวมตัวขอเงินคืน - ยกเลิกสัญญาซื้อขาย

เส้นทางเศรษฐี อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 08.49 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 08.21 น.
news_pic_25022020_chevrolet_1

*ร้องขอความเป็นธรรม กลุ่มผู้ซื้อรถ ‘เชฟโรเลต’ รวมตัวขอเงินคืน – ยกเลิกสัญญาซื้อขาย *

ความคืบหน้าล่าสุด จากกรณีที่ “เจนเนอรัล มอเตอร์ส” หรือ​ จีเอ็ม ประกาศปิดกิจการพร้อมยุติการจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลต ภายในปี 2563 และได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยลดราคารถยนต์ 50 เปอร์ เซ็นต์ ในรถรุ่นที่คงค้างในคลังสินค้านั้น โดยเฉพาะ All New Chevrolet Captiva ซึ่งมีราคาจัดโปรโมชั่นพิเศษ ดังนี้ CAPTIVA รุ่น LS 5 ที่นั่ง 499,000 บาท / CAPTIVA รุ่น LS 7 ที่นั่ง 510,000 บาท / CAPTIVA รุ่น LT 605,000 บาท และ CAPTIVA Premier 671,000 บาท จากราคาเดิมที่เกือบแตะหลักล้านในบางรุ่น

ล่าสุด เว็บไซต์มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค รายงานว่า จากการที่ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประ กาศปิดกิจการและยุติการจำหน่ายรถยนต์ ภายในปี 2563 และได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยลดรา คารถยนต์ 50 เปอร์เซ็นต์ ในรถรุ่นที่คงค้างในคลังสินค้านั้น

วันนี้ (25 กุมภาพันธ์ 2563) เวลา 10.30 น. กลุ่มผู้ซื้อรถยนต์เชฟโรเลต รุ่น ออลนิวส์ แคปติวา กว่า 100 ราย และ ตัวแทนมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เข้าเรียกร้องการดำเนินการชดเชยเยียวยา กรณีได้รับความเสียหายจากซื้อรถยนต์รุ่นดังกล่าวตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 ก่อนที่บริษัทจะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายลดราคารถยนต์รุ่นนี้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของราคาที่เคยจำหน่าย ทำให้กลุ่มผู้ซื้อรถยนต์ได้รับความเสียหายจากมูลค่ารถยนต์ที่ลดลงเป็นอย่างมาก ทั้งยังมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ยุติธรรมกับผู้บริโภค รวมถึงยังขัดต่อหลักธรรมาภิบาลของผู้ประกอบการอีกด้วย และแม้ว่าบริษัทอ้างว่าจะดูแลลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ไปก่อนหน้านี้แล้วตามสัญญาการรับประกันทุกประการ แต่การที่บริษัทยุติกิจการและย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทย จึงทำให้ไม่มีอะไรที่รับประกันได้ว่าบริษัทจะทำตามเงื่อนไขสัญญาได้ นอกจากนี้ยังรวมถึงมูลค่าของรถยนต์ที่ลดลงนั้น อาจส่งผลกระทบต่อการผ่อนชำระ ผลการต่อประกันภัย และการจำหน่ายรถต่อ

จากสาเหตุดังกล่าวจึงได้รวมตัวกันมาเรียกร้องกับบริษัท ให้ดำเนินการเยียวยาชดเชยค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนี้

หนึ่ง ให้บริษัทชดใช้ราคารถยนต์ที่ขาดหายไปตามจำนวนเงินที่บริษัทลดราคาให้ผู้ซื้อรายใหม่ โดยให้ครอบคลุมถึงผู้ซื้อรถยนต์รุ่นดังกล่าวตั้งแต่ที่มีการจำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทย

และ สอง หรือให้ยินยอมให้มีการยกเลิกสัญญาการซื้อขายดังกล่าว

 

ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค 

ดูข่าวต้นฉบับ