รีวิวแพคคู่ สกินแคร์ตัวดัง ควรค่าแก่การลงทุน

Jeban.com เผยแพร่ 19 พ.ย. 2562 เวลา 17.00 น. • RV

เชื่อว่าลาแมร์เป็นแบรนด์ที่ใครๆ ต่างก็อยากลองใช้สักครั้งในชีวิต เราก็เช่นกันค่ะ และด้วยราคาที่แพงแสนแพงจึงเป็นอะไรที่ตัดใจซื้อยากมากๆ แต่ในที่สุดกิเลสที่พุ่งพล่านสะสมมาอย่างยาวนานก็ทำให้เราได้ลาแมร์มาครอบครองเข้าจนได้  5555 และในวันนี้ก็ถือเป็นจุดอิ่มตัวจากการที่เราซุ่มใช้มาหลายเดือนจนพร้อมมาเล่าให้เพื่อนๆ ได้ฟังกัน … ถ้าสรุปตรงนี้เลยจะดีมั้ยว่า "ควรค่าแก่การลงทุนมากเลยแกร๊" !!!!!!  
อย่ารอช้าเรามาเริ่มทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์สองชิ้นที่เราภูมิใจนำเสนอในวันนี้กันดีกว่าค่ะ ????

@(color:rgb(41,105,176);)

La Mer The Treatment Lotion & La Mer The Moisturizing Cool Gel Cream

จุดเริ่มต้นของลาแมร์ 
เริ่มต้นมาจาก ดร.แมกซ์ ฮูเบอร์ นักฟิสิกส์ด้านกระสวยอวกาศประสบอุบัติเหตุในห้องทดลอง เขาจึงศึกษาหาวิธีดูแลปรนนิบัติผิวหน้าด้วยตัวเอง ด้วยการทดลองกว่า 6,000 ครั้งในระยะเวลาถึง 12 ปีเต็ม ในที่สุดเขาได้ค้นพบน้ำสกัดเข้มข้น Miracle Broth™ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการช่วยฟื้นบำรุงผิว จึงนำมาเป็นส่วนผสมหลักในทุกๆผลิตภัณฑ์ของลาแมร์ ดร.แมกซ์ ฮูเบอร์ เชื่อว่าทะเลคือแหล่งทรัพยากรอันมหัศจรรย์ และสาหร่ายทะเลอย่างเช่นสาหร่ายซีเคลป์ที่เขาสนใจเป็นพิเศษมีความสามารถอย่างไม่จำกัดในการ ฟื้นบำรุงผิว และความทรงประสิทธิภาพในการกักเก็บความชุ่มชื้น สาหร่ายซีเคลป์ถูกเก็บเกี่ยวด้วยมือและเลือกใช้ส่วนผสมที่เรียบง่ายอย่างแร่ธาตุและส่วนผสมจากธรรมชาติต่างๆ มาผ่านกระบวนการหมักบ่มทางชีวภาพภายใต้การผสมผสานพลังแสงและเสียง เพื่อช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของส่วนผสมดังกล่าวในการมอบคุณค่าแห่งการ ฟื้นบำรุงผิว จนได้น้ำสกัดเข้มข้น Miracle Broth อันทรงประสิทธิภาพ
ขอขอบคุณที่มาจากแบรนด์ค่ะ

 La Mer The Treatment Lotion 
โลชั่นบำรุงผิวสูตรน้ำ มอบความมีชีวิตชีวาให้แก่ผิวด้วย Liquid Energy ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ซึมลงสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วยสารสกัด The Revitalizing Ferment ที่มีสาหร่าย Marine Algae และแร่ธาตุจากท้องทะเล จึงมีคุณสมบัติช่วยฟื้นบำรุงผิว มอบความชุ่มชื้นในทันทีที่ใช้ ช่วยปรับสภาพผิวให้สมดุล พร้อมปลอบประโลมผิว และเป็นการเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป นอกจากนี้ยังมอบการดูแลผิวให้เนียนนุ่ม เรียบเนียน และช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอ 

จากส่วนผสมอันทรงคุณค่าตำนานแห่งท้องทะเลสู่การค้นพบอันยิ่งใหญ่จนได้รับการขนานนามว่าเป็นสูตรลับเฉพาะของลาแมร์ เราจึงพบกับส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูผิว ดังนี้
Miracle Broth
เป็นส่วนผสมที่ให้ผลกับกระบวนการเสริมสร้างผิวใหม่ หรือช่วยการผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยนขั้นสุด ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่น ปลอบประโลมผิวทำให้ผิวดูเรียบเนียนเปล่งประกาย
Softening Waters
เป็นส่วนผสมระหว่างไมโครเจลจากสาหร่าย และไฮยาลูรอนิคช่วยให้ผิวชุ่มชื่นนุ่มเด้งมีชีวิตชีวา
Revitalizing Ferment
น้ำหมักจากสาหร่ายทะเลซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทะเลทรายซาเฮล ทวีปแอฟริกา สาหร่ายชนิดนี้สามารถปรับตัวตามสภาพแวดล้อมได้เป็นอย่างดี จึงมีคุณสมบัติในการรับมือกับสภาพอากาศอันแห้งแล้ง ช่วยมอบความชุ่มชื่นและความมีชีวิตชีวาให้แก่ผิว

ลักษณะของผลิตภัณฑ์เป็นโลชั่นเหลวใส มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ซึ่งเราชอบมากเพราะทำให้รู้สึกสดชื่นผ่อนคลายและปลุกผิวให้อยากตื่นมารับการบำรุง 555 (อันนี้เว่อร์ไปหน่อย) … ว่าแต่มีใครรู้สึกเหมือนเรามั้ย ??  ตัวโลชั่นเหลวใสก็จริงแต่ว่ามีความเข้มข้นและมีความหนืดเล็กๆ สังเกตจากภาพจะเห็นว่าโลชั่นค่อยๆ ไหลลงมา เมื่อใช้กับใบหน้าจะรู้สึกหนึบๆ ในแว้ปแรกเท่านั้นจากนั้นจะซึมเข้าสู่ผิวในทันทีโดยไม่ทิ้งความรู้สึกเหนอะหนะเลยค่ะ 

เปรียบเทียบให้เห็นกันชัดๆ อีกครั้ง หลังมือที่ใช้ลาแมร์ชุ่มชื่นมากขึ้น

วิธีใช้

หลังจากล้างหน้า หยดโลชั่นเล็กน้อย หยดลงบนปลายนิ้วหรือบนสำลี แต่โดยส่วนตัวเราใช้ 1-2 หยด หยดลงบนอุ้งมือ จากนั้นกดแตะลงบนผิวเบาๆ ต่อด้วยการบำรุงผิวด้วยเซรั่มและมอยเจอร์ไรเซอร์ในขั้นตอนต่อไปได้เลยค่ะ

อ่านต่อ กดเลย
รีวิวจากคอมมูนิตี้จีบัน : Junjaowkha
สอบถามข้อสงสัย คุย LINE@ กับ Jeban.com

ดูข่าวต้นฉบับ