รีวิวเที่ยวเองโอซาก้า ลายแทงที่กิน ที่เที่ยวครบ! 🍱และลุ้นบินฟรีไปโอซาก้า เพียงสั่งอาหารผ่าน LINE MAN ✈️

LINE MAN เผยแพร่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 13.00 น.

ปีนี้ไปเที่ยวเองมาทั่วโลกละ ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวเมืองยอดฮิตของประเทศยอดนิยม นั่นคือ โอซาก้า ญี่ปุ่น ซะหน่อย

ออกตัวก่อนเลยว่านี่คือครั้งแรกที่มาโอซาก้าเลย (คนอื่นเค้าเคยมากันเป็นล้านแล้วมั้ง 555) อยู่ใกล้บ้านเราแค่นี้แต่กว่าจะหาเวลามาได้ เจอโรคเลื่อน เอาไว้ก่อนๆ ตลอด ^^

ปลายปีแบบนี้เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นสบาย เหมาะเหม็งพอดีเป๊ะ เลยขอแวะมาเดินเล่น ช้อปปิ้ง และหาของกินอร่อยๆ ที่มีให้ลองเยอะมาก (บางร้านก็ไม่ไหวจะต่อคิว 555) เรียกว่ากินจนจุกกันไปข้าง

ใครเคยมาโอซาก้าแล้ว มาอีกได้น้า แต่ถ้ายังไม่เคยและอยากมากินเที่ยวแบบนี้ ต้องอ่านเลย ☺

LINE MAN เค้าร่วมกับ AIS Serenade มอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้า Serenade ที่สั่งอาหารผ่าน LINE MAN จะได้ลุ้น Serenade Exclusive Travel Package ซึ่งมี 3 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง โดย 3 เส้นทางที่ว่า ได้แก่ รางวัลที่ 1 โอซาก้า, รางวัลที่ 2 เซี่ยงไฮ้ และรางวัลที่ 3 ไทเป แพ็คเกจท่องเที่ยวนี้ออกแบบเพื่อลูกค้าเซเรเนดโดยเฉพาะเลย ให้ลูกค้าได้เที่ยวเองอย่างอิสระในสไตล์ของตัวเอง 4 วัน 3 คืน เลือกวันเดินทางเองได้ บิน Full Service พักโรงแรมดี จัดโปรแกรมเองได้ตามใจ แพ็คเกจนี้จัดให้ครบทั้งตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รถรับ-ส่งสนามบิน พร้อมแนะนำร้านดังที่ห้ามพลาดให้ด้วย ใครอ่านถึงตรงนี้แล้วสนใจ เข้าไปลงทะเบียนลุ้นรับสิทธิ์ และอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเลยที่ https://lin.ee/AulqGhL

ได้กินของอร่อยๆ สมใจ แล้วยังได้ลุ้นไปกินอาหารญี่ปุ่นต่อถึงถิ่นที่โอซาก้าด้วย!

วิธีการเดินทางในเมืองโอซาก้าก็ง่ายมาก หลักๆ ใช้รถไฟใต้ดิน โดยกดตู้ซื้อบัตร One-Day Pass ราคา 800 YEN (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ลดเหลือ 600 YEN) ใช้โดยสารรถไฟใต้ดิน รถราง รถเมล์ และ New Tram ได้ไม่จำกัดใน 1 วัน ยกเว้นรถไฟ JR และยังได้รับส่วนลดค่าเข้าชมปราสาทโอซาก้าอีกด้วย

แหล่งกินที่คึกคักทั้งกลางวันและกลางคืนคือถนน Dotonbori ที่มีร้านอาหารและขนมนับไม่ถ้วน ถ้านึกร้านไม่ออก มาเดินหาแถวนี้เลย เห็นร้านไหนดูดีก็จัดได้ตามสบายเลย

ร้านที่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์คือ Kani Doraku ที่มีป้ายรูปปูยักษ์หน้าร้าน และรูปปั้นตัวตลกตีกลอง Kuidaore Taro ด้านหน้าร้าน Cui-daore สร้างขึ้นเมื่อปี 1950 คนญี่ปุ่นรู้จักกันในนาม Kui-daore Ningyo

ออกจากถนน Dotonbori ไปไม่กี่เมตรมีร้านทาโกะยากิเจ้าออริจินอลชื่อ Akaoni ที่มีตัวปีศาจแดงอยู่หน้าร้าน (ใน google map คือ Dotombori Akaoni) คนไม่เยอะเพราะไม่ได้อยู่บนถนนเส้นหลัก

ทาโกะยากิราดซอสหวานคือสูตรดั้งเดิม แต่ถ้าชอบเผ็ดหน่อยก็เลือกซอสสไปซี่ได้ ราคา 8 ชิ้น 600 เยน และ 12 ชิ้น 850 เยน

อีกอย่างที่ควรลองคือ Chappu Chappu ซุปออริจินอลของโอซาก้า เป็นซุปสไตล์คันไซแท้ๆ ชามละ 600 เยน

ร้านเปิด 11 โมงเช้า ถึง 3 หรือ 4 ทุ่ม แล้วแต่วัน

แลนด์มาร์คของโอซาก้าที่คงไม่มีใครพลาด

Osaka-jo หรือปราสาทโอซาก้าซึ่งอยู่ในสวนสาธารณะ Osakajo-koen โดดเด่นที่หอคอยปราสาทที่เรียกว่า Tenshukaku

ปราสาทเปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 09.00-17.00 น. (วันที่ 28 ธ.ค.-1 ม.ค. ปิด) ค่าเข้าชมสำหรับผู้ที่อายุเกิน 15 ปี ราคา 600 เยน

นั่งรถไฟใต้ดินสายสีเขียว Chuo ไปที่สถานี Tanimachi 4-chome หรือ Morinomiya แล้วเดินอีกประมาณ 15-20 นาทีก็จะถึงปราสาท

เปลี่ยนโหมดมาเป็นช้อปปิ้งบ้าง

โอซาก้าขึ้นชื่อเรื่องแหล่งช้อปปิ้งอยู่แล้ว โดยย่านหลักๆ ที่อยากแนะนำคือ

1. Umeda บริเวณรอบๆ สถานีรถไฟ Osaka มีห้างดังอย่าง Hankyu Umeda ที่เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1929 เป็นห้างแห่งแรกในโลกที่อยู่ติดกับสถานีรถไฟ แบ่งเป็นตึกสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย สินค้าเป็นแบรนด์เนมไฮเอนด์สำหรับขาช้อปกระเป๋าหนัก อีกห้างคือ Grand Front Osaka ขายแบรนด์ของญี่ปุ่นเองและแบรนด์ดังของโลกที่ราคากลางๆ

2. Shinsaibashi-Suji ถนนคนเดินตรงสะพาน Ebisu ที่อัดแน่นทั้งร้านค้าแฟชั่นและของกระจุกกระจิก วัยรุ่นหนุ่มสาวเพียบ ตอนหัวค่ำนี่แทบขี่คอกันเดิน 555

3. Ebisu Bashi-Suji ช้อปปิ้งสตรีทไม่ไกลจาก Shinsaibashi-Suji และถนน Dotonbori ขายเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ทั้งแบรนด์เนมและยี่ห้อของที่นี่ อารมณ์เหมือนเดินดูของตรงสยามสแควร์ร้อนบ้านเราเลย

4. America-mura ย่านฮิปแหล่งรวมวัยรุ่นอีกแห่ง ร้านแถวนี้เป็นสตรีทแบรนด์ ร้านอาหาร และคาเฟ่ เป็นแหล่งแสงสีเสียงยามค่ำคืนที่คึกคักไม่ธรรมดา

Orange Street ย่านฮิปๆ ที่มีช็อปเสื้อผ้าแฟชั่นของญี่ปุ่น คาเฟ่ ร้านเค้ก ร้านเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ

วันที่ไปค่อนข้างเงียบ สงสัยไปเย็นวันธรรมดา ถ้ามาเย็นวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ น่าจะคึกคักกว่านี้

มาญี่ปุ่นต้องโดนราเมงสิ

แถว Dotonbori มีร้านราเมงหลายร้าน แต่ร้านที่ควรลองก็คือ Kiou (ใน google map คือ Kyushu Ramen Kio Dotombori) ร้านราเมงคิวชูที่อยากกินต้องต่อคิวนานหน่อย สั่งเมนูออริจินัลตามชื่อร้านมาซดให้ฟินกันไปเลย

ชามที่เห็นราคาเบาๆ 750 เยน + ไข่ต้มเพิ่มอีก 130 เยน รวมเบ็ดเสร็จมื้อนี้ประมาณ 250 บาท

ร้านโอโคโนมิยากิหรือพิซซ่าญี่ปุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยแคบๆ ไม่ไกลจากถนน Dotonbori นี้มีชื่อว่า Okaru หน้าร้านไม่มีป้ายชื่อภาษาอังกฤษ ให้สังเกตโคมไฟสีขาวที่มีตัวอักษรสีแดงเอา

ร้านนี้คนญี่ปุ่นบอกว่ารสชาติดีไม่ต่างจากร้าน Mizuno แต่ไม่ต้องต่อคิวยาว ไปถึงก็เข้าร้านได้เลย

ถ้าไปคนเดียวสั่งแบบ Superfine 950 เยนก็พอ เค้าจะให้เลือกว่าจะใส่อะไร 2 อย่าง เช่น หมู กุ้ง ปลาหมึก ซึ่งมีราคากำกับอยู่ แต่จริงๆ จ่ายแค่ 950 เยน นั่นแหละ

ร้านทาโกะยากิชื่อดังอีกแห่งของโอซาก้านี้ชื่อว่า Kougaryu เปิดมากว่า 40 ปีแล้ว ร้านอยู่ในย่าน America-mura หาง่าย ออกทางออก 7 ของสถานีรถไฟใต้ดิน Shinsaibashi แล้วเดินอีก 350 เมตรก็ถึงแล้ว ป้ายใหญ่โตมโหฬาร

เจ้านี้ราคาถูกกว่า Akaoni คือ 10 ลูก 450 เยน แต่รู้สึกว่าอร่อยไม่เท่าของอคาโอนิครับ

Shitenno-ji หรือวัดชิเท็นโนจิเป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่นมีอายุกว่า 1,400 ปี สร้างขึ้นเมื่อปี 593 โดยเจ้าชายโชโตกุซึ่งส่งเสริมพุทธศาสนาอย่างยิ่ง

รอบๆ อาณาบริเวณวัดเดินชมได้ฟรี ส่วนด้านในวัดและสวน Gokuraku-jodo ต้องเสียค่าเข้า 300 เยน

ลานหน้าวัดมีตลาดนัดขายของกิน ของใช้ ของมือสองอีก เปิดถึงประมาณ 4 โมงเย็น

ถ้าอยู่แถว Namba ให้ลองเดินมากินทงคัตสึที่ร้าน Oretachi no Curry-ya ข้าวหมูทอดแกงกะหรี่ของเค้าเด็ดจริง มีเมนูภาษาอังกฤษบอกว่าอะไรคือหมายเลขอะไร แล้วกดตู้เลือกเบอร์ที่ต้องการ ถามพนักงานได้ พูดภาษาอังกฤษได้ครับ

ถ้าจำไม่ผิด จานที่เห็นนี้ราคา 850 เยนเอง ใหญ่เบ้อเร่อเลย

ถ้าไปแถว Umeda แล้วอยากหาของกินราคาย่อมเยา แนะนำให้เข้าดงร้านอาหารใต้ทางรถไฟ ใกล้ทางเข้าหลักของห้าง Hankyu Umeda ตึกผู้หญิง ตรงนั้นร้านอาหารเพียบ

ร้านที่อยากบอกต่อคือ Kamon เมนู Duck Soba ชามละ 850 เยน น้ำซุปเข้มข้นแต่เค็มไปนิด พอกินกับเส้นโซบะก็ลงตัวพอดี ถ้าไปกินที่อื่นต้องจ่ายแพงกว่านี้

ถ้าอยากกินซูชิราคาไม่แรง ไม่ต้องจองคิว หาไม่ยาก ร้าน Daikisuisan ที่ถนน Dotonbori ก็เป็นตัวเลือกที่ใช้ได้เลย จานนึงราคาตั้งแต่ 100-700 เยน หยิบจานแซลมอนโอโทโร่ราคาแพงสุดมากินซะ ฟิน! แต่ซูชิหน้าอื่นๆ ก็ธรรมดานะ ไม่ได้อร่อยมากมาย แต่เมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มครับ

มาดูร้านที่ miss กันบ้าง เดินไปถึงหน้าร้านแล้วคนต่อคิวอื้อ ไม่ไหวจะรอ ก็อดไปตามระเบียบ หรือบางร้านก็ไม่ไหวจะกินแล้วเพราะยังอิ่มไม่หาย 555

ร้านแรกคือ Mizuno ร้านโอโคโนมิยากิชื่อดังใกล้ถนน Dotonbori มาตอนเย็น 2 วัน คนรอคิวยาวล้วนๆ

ร้านต่อมา Sukiyaki Nabemono Nabeya อยู่นอกเขตกลางเมืองโอซาก้าไปหน่อย ยืนต่อคิวอยู่ครึ่งชั่วโมงยังไม่มีวี่แววว่าคนจะออกจากร้าน ข้างหน้ามีคนต่ออีกเป็นสิบ ขอตัวลาไปกินร้านอื่นดีกว่า

ร้านสุดท้าย Kinryu Ramen ราเมงมังกรแดงเจ้าดัง แถว Dotonbori มี 2 สาขา เลือกได้ตามสะดวกเลย

ทริปนี้พักที่ karaksa hotel Osaka Namba โรงแรมดีไซน์มินิมอลเรียบง่ายแบบญี่ปุ่น ทำเลดีมากอยู่ในย่าน America-mura ใกล้ Orange Street สะดวกในการเดินทางไปไหนมาไหนในเมืองและไปสนามบิน

เดินราว 600 เมตรก็ถึงสถานีรถไฟ JR Namba และสถานีรถ Limousine Bus ชื่อ Namba OCAT ที่นั่งมาจากสนามบินคันไซประมาณ 50 นาที

เดินประมาณ 5 นาทีถึงสถานีรถไฟด่วน Nankai จากสนามบินชื่อ Namba Nankai, ถนน Dotonbori และสถานีรถไฟใต้ดิน Shinsaibashi และ Namba

ห้องไม่เล็กไม่ใหญ่ มีแอร์และฮีตเตอร์ ห้องส้วมกับห้องอาบน้ำแยกกัน โถส้วมญี่ปุ่นคือสุดยอดส้วมด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ ในการชำระล้างและระบบทำความอุ่นตอนนั่งทำธุระ

ที่ชอบมากคือตั้งแต่บ่ายสอง - สามทุ่ม สามารถดื่มเครื่องดื่ม เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำส้ม ได้ตามสบายเลย

แพ็คเกจเที่ยวโอซาก้า 4 วัน 3 คืน ของ Serenade นี้ดีจริงๆ ครับ มีคนจัดการเตรียมให้ทุกอย่าง แต่ไม่ต้องเดินตามธงไปกันหลายสิบคน แวะเที่ยวแป๊บๆ ก็ย้ายที่แล้ว

ทริปนี้อยากอยู่ที่ไหนนานก็ได้ อยากกินอะไรก็เลือกเองได้ตามใจ เหมือนได้เที่ยวเองในแบบที่เราต้องการเลยแหละ ☺

ลูกค้าเซเรเนดที่สนใจ อย่ารอช้านะ เพียงสั่งอาหารผ่าน LINE MAN ยอดคำสั่งซื้อ 200 บาทขึ้นไป (ไม่รวมค่าจัดส่ง) รับ 1 สิทธิ์ลุ้น Serenade Exclusive Travel Package ไปกิน เที่ยว ช้อป ตามใจตามสไตล์ของตัวเอง 4 วัน 3 คืน ที่ โอซาก้า, เซี่ยงไฮ้ หรือ ไทเป

พิเศษสุดๆ ถ้าทำคำสั่งซื้อที่ 6 เป็นต้นไป รับสิทธิ์เพิ่ม 3 เท่าในทุกๆ ออเดอร์

เข้าไปลงทะเบียนได้ที่ https://lin.ee/AulqGhL

และสั่งอาหารบน LINE MAN ได้ที่ https://lineman.onelink.me/1N3T/d6656651

เครดิต: บทความจาก Facebook Page เที่ยวเอง https://www.facebook.com/tieweng/