รีบถอนตัวก่อนจะสาย! กดดันตัวเองมากเกินไป ไม่ว่าใครก็ไม่มีความสุข - ห้องแนะแนว

LINE TODAY เผยแพร่ 19 ก.ย 2562 เวลา 17.00 น. • nawa.

วันก่อนมีโอกาสได้เข้าไปสำรวจเว็บบอร์ดบนเว็บไซต์ยอดฮิต ในขณะที่กำลังอ่านกระทู้แบบเพลิน ๆ อยู่ก็สังเกตได้ว่า หนึ่งในคำถามที่พบมากที่สุดคือเรื่องความกดดันในชีวิต ‘ทำยังไงดีคะ กดดันมากกลัวทำงานไม่ผ่านโปร’, ‘ที่บ้านกดดันให้แต่งงาน แต่ยังไม่พร้อม ทำอย่างไรดี’, ‘อยากมีรถขับครับ แต่เพิ่งได้งานทำ เงินเดือนเท่านี้จะผ่อนไหวไหม’ ฯลฯ สารพัดคำถามที่ถูกตั้งขึ้นจากความกดดันในใจของผู้โพสต์ ทำให้เราต้องกลับมามองตนเองว่าเราเคยได้รับความกดดันจากรอบตัวหรือกดดันตัวเองถึงขนาดนี้บ้างไหม ก็พบว่ามี และมากด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องความสัมพันธ์ หรือเรื่องการใช้ชีวิต ยิ่งสังคมทุกวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เร่งให้ชีวิตเราต้อง ‘พร้อม’ อยู่ตลอดเวลา

สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความกดดันมักจะมาพร้อมกับความคาดหวัง อยากให้เป็นอย่างนั้น อยากให้เป็นอย่างนี้ จนมันกลายเป็นความเครียดสะสมไปเรื่อย ๆ ไม่ทันตั้งตัว กลายเป็นว่าเราไม่มีความสุขในชีวิตเอาเสียเลย แท้จริงแล้วความกดดันเป็นความรู้สึกปกติเวลาที่เราต้องเผชิญหน้ากับสิ่งใหม่ที่ท้าทาย หรือไม่เคยทำมาก่อน มองเผิน ๆ อาจจะดูเป็นเรื่องไม่ดี แต่หากมองอีกด้านหนึ่ง ความกดดันในบางครั้งก็เป็นเรื่องที่ดี คือทำให้เรามีแรงผลักดันที่จะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ แต่ทั้งหมดนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของ ‘ความพอดี’ ไม่ตึงไม่หย่อน เพราะเมื่อชีวิตมีความกดดันมากเกินไป อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต สุขภาพกายได้

หากใครรู้สึกว่ากำลังประสบปัญหานี้อยู่ ลองมาดูวิธีเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยปรับความคิด ลดความกดดันที่มีอยู่ให้น้อยลง และมีความสุขมากขึ้นได้ค่ะ

1.ให้เวลาและใช้เวลา

รู้ไหมคะว่า เวลาอยู่ใต้ความกดดัน จะทำให้เราเร่งเร้าความคิดและการกระทำไปเสียหมดโดยที่ไม่รู้ตัว ประสิทธิภาพการคิดก็จะลดลงไปด้วย พอรีบ อะไร ๆ ก็มักไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ยิ่งรีบยิ่งรู้สึก(ไปเอง) ว่าเวลาไม่พอ หยุดพักสักนิด! ตั้งสติแล้วจัดระเบียบความคิดใหม่ จะช่วยให้เราจัดการเวลาที่มีเหลืออยู่ได้ดียิ่งขึ้น ลดโอกาสความผิดพลาด ลดอารมณ์ตึงเครียดได้ แล้วค่อย ๆ ใช้เวลาไปกับสิ่งนั้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ‘เพราะไม่ว่าอย่างไร เวลาในโลกนี้ก็มีเพียงพอสำหรับทุกคน หากรู้จักใช้มันให้เป็น’

2.ยอมรับความผิดพลาดให้ได้

ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ เป็นประโยคที่เราได้ยินกันมานักต่อนักแล้ว แต่มันมีประโยชน์มาก ๆ ที่จะเน้นย้ำไปเรื่อย ๆ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เพอร์เฟ็กต์ หนึ่งในความกดดันเกิดจากความคิดที่ว่าทุกอย่างจะต้องดีพร้อม แต่ความผิดพลาดก็ย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเวลา แม้ว่าเราจะตั้งใจทำสิ่งนั้นมากแค่ไหน โอกาสพลั้งมันก็ยังมี สิ่งจำเป็นคือเราต้องรู้จักยอมรับความผิดพลาดนั้น นำมาเป็นบทเรียนและแก้ไขเสียใหม่ในครั้งหน้า อย่ากลัวความล้มเหลว ความล้มเหลวต่างหากที่จะต้องกลัวเรา!

3.วางแผน ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้

การวางแผนเป็นขั้นตอนที่ทำไม่ง่ายนัก แต่เชื่อเถอะว่าหากมีแผนการแล้วทุกอย่างจะง่ายขึ้น เริ่มต้นจากเรียงลำดับความสำคัญของแต่ละเรื่อง อะไรควรจัดการก่อน อะไรพักไว้ก่อนได้ อะไรที่ต้องทำเดี๋ยวนั้น แล้วมันจะทำให้ชีวิตคุณมีระเบียบมากขึ้น และทางที่ดีควรมีแผนสำรองไว้ด้วยเช่นกัน เพราะอาจไม่เป็นไปอย่างที่คิดเสมอไป

นอกจากนี้ในการจัดการอะไรก็ตาม ขอให้โฟกัสกับขั้นตอนระหว่างการทำมากกว่าผลลัพธ์ที่จะได้รับ จะช่วยลดความกดดันได้ดี เพราะคุณจะไม่คาดหวังกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้ามากเท่ากับการมีความสุขอยู่กับสิ่งที่ทำ ณ เวลานี้ จำไว้ว่าอย่าตีตนไปก่อนไข้ แต่จงอยู่กับปัจจุบัน และทำสิ่งนั้นให้เต็มที่ ผลลัพธ์เป็นยังไงก็ไม่สำคัญแล้วค่ะ

4.ไม่ต้องเปรียบเทียบ

สิ่งสำคัญที่เรามักเจอเมื่ออยู่ในภาวะกดดัน คือการเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น ทำไมเขาถึงประสบความสำเร็จแล้ว แล้วเราล่ะ? นี่ไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ คุณต้องเลิกสนใจชีวิต(ดี ๆ) ของคนอื่น การที่เรามัวแต่คิดว่าชีวิตคนโน้นคนนี้ช่างเพอร์เฟ็กต์ เป็นเรื่องที่เสียเวลาและเปล่าประโยชน์ จงภูมิใจในตัวเอง เพราะในช่วงเวลาที่เรารู้สึกเครียดและกดดัน จะเป็นช่วงเดียวกับที่เรารู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเองไป ไม่ต้องเอาชีวิตคนอื่นเป็นบรรทัดฐาน เราต้องสร้างภูมิคุ้มกันและเชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้ แล้วพยายามทำทุกอย่างให้สุดความสามารถที่เรามีก็เพียงพอแล้วค่ะ

5.ให้รางวัลตัวเองบ้าง

เมื่ให้โอกาสตัวเองผ่อนคลายบ้าง หาสิ่งที่ชอบทำสักครู่ ไม่ว่าจะเป็นดื่มกาแฟ ฟังเพลง ช็อปปิง เล่นเกม อะไรก็ตามที่จะทำให้มีความสุขเล็ก ๆ ทำเถอะค่ะ อย่างน้อยก็ช่วยเติมพลังกายพลังใจได้ การให้กำลังใจตัวเองเป็นเรื่องสำคัญมาก ในขณะที่ตอนนี้กำลังกดดัน ให้ลองมองกลับหลังดูบ้าง มองย้อนไปเพื่อให้รู้ว่าเรามาไกลแค่ไหนแล้ว อย่ามัวแต่มองหนทางข้างหน้าเพียงอย่างเดียว ทำแบบนี้ก็จะช่วยสร้างแรงใจให้ฮึดสู้ได้อีกครั้งค่ะ

ความกดดันแม้จะเป็นเพียงความรู้สึกที่จับต้องไม่ได้ แต่แปลกนะคะ ที่เรากลับรู้สึกว่ามันหนักเหลือเกินที่จะแบกรับมันไว้ หากคุณได้อ่านบทความนี้จบแล้ว คอลัมน์ห้องแนะแนวอยากให้ทุกคนได้ผ่อนคลายตัวเอง ปล่อยวางความกดดันนั้นลง แม้จะเป็นเวลาแค่ชั่วคราวก็ยังดี ลองสำรวจตัวเองกันดูนะคะว่าเรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้หรือเปล่า หากรู้ตัวแล้วควรแล้วรีบดึงตัวเองกลับมา ทำตัวเองให้มีความสุขดีกว่าค่ะ