ราคาทองลุ้นโอกาสพุ่งแตะ 3,000 ดอลลาร์ เริ่มต้นลงทุนด้วยเงิน 1 บาท

Wealthy Thai อัพเดต 13 มิ.ย. เวลา 02.52 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. เวลา 02.52 น. • wealthythai
ราคาทองลุ้นโอกาสพุ่งแตะ 3,000 ดอลลาร์ เริ่มต้นลงทุนด้วยเงิน 1 บาท
ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกที่ลุกลามมาจากวิกฤติ COVID-19 ทุกประเทศได้ออกมาตรการกระตุ้นมูลค่ามหาศาล ทั้งในด้านการเงินและการคลังเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ส่งผลให้พื้นฐานราคาทองคำยังแข็งแกร่งหนุนราคาให้ทะยานต่อได้ จากปัจจุบันเคลื่อนไหวยืนเหนือระดับ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์

ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกที่ลุกลามมาจากวิกฤติ COVID-19 ทุกประเทศได้ออกมาตรการกระตุ้นมูลค่ามหาศาล ทั้งในด้านการเงินและการคลังเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ส่งผลให้พื้นฐานราคาทองคำยังแข็งแกร่งหนุนราคาให้ทะยานต่อได้ จากปัจจุบันเคลื่อนไหวยืนเหนือระดับ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์

 

ล่าสุด Bank of America (BofA) ออกรายงานชื่อ “The Fed can’t print gold” โดย BofA ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองคำในระยะเวลา 18 เดือน  ขึ้นสู่ระดับ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ จากก่อนหน้าที่ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ มากกว่าสถิติสูงสุดตลอดกาล (All Time High) เดิมที่เคยทำไว้ที่ระดับมากกว่า 1,927 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ เมื่อปี 2554 ยิ่งเย้ายวนเพิ่มความน่าสนใจการลงทุนทองคำให้มากขึ้นจากเดิมที่เป็นสินทรัพย์ยอดฮิตอยู่แล้ว ซึ่งมือใหม่อาจจะเริ่มอยากมีพอร์ตทองคำติดมือไว้ ส่วนมือเก๋าก็เพิ่มพอร์ตมากขึ้น

             

นอกจากการลงทุนในทองจริงหรือทองฟิวเจอร์ส การลงทุนใน “กองทุนทองคำ” เป็นอีกทางเลือกในการลงทุนที่เริ่มลงทุนได้ง่าย ๆ และใช้เงินลงทุนน้อย น้อยจนขั้นต่ำแค่ 1 บาท ก็สามารถลงทุนได้

             

แค่ 1 บาท!!! ใช่แล้ว…ไม่ได้อ่านผิดแต่อย่างใด หลายคนอาจจะคิดว่าการซื้อกองทุนต้องซื้อขั้นต่ำ 500 หรือ 1,000 บาทขึ้นไปเท่านั้น แต่ขณะนี้บางกองทุนของบางบลจ.ได้มีการปรับมูลค่าสั่งซื้อขั้นต่ำครั้งแรกเพียง 1 บาท ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีกองทุนทองคำด้วย วันนี้ Wealthy Thai รวบรวมข้อมูลนำมาฝากกัน

 

ข้อควรรู้ก่อนซื้อกองทุน

 

ประโยคสุดคลาสสิก การลงทุนมีความเสี่ยง… การลงทุนในกองทุนก็เช่นเดียวกัน โดยระดับความเสี่ยงของกองทุน หมายถึง โอกาสการขาดทุนเงินต้นที่เรานำไปลงทุน ระดับความเสี่ยงยิ่งสูงโอกาสขาดทุนยิ่งมากขึ้น  แบ่งออกเป็น 9 ระดับ ตั้งแต่ระดับ 1-2 เสี่ยงต่ำ ระดับ 3-4 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ ระดับ 5 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง ระดับ 6-7 เสี่ยงสูง และระดับ 8 เสี่ยงสูงมาก ส่วนระดับ 8+ เสี่ยงสูงมากอย่างมีนัยสำคัญ ควรมีการทำแบบทดสอบความเสี่ยงและเลือกลงทุนตามความเสี่ยงที่รับได้

 

ของมันไม่ฟรี ต้องมีค่าธรรมเนียม

             

การลงทุนในกองทุน จะมีการคิดค่าธรรมเนียม หรือบางบลจ.อาจจะมีการยกเว้นบางกรณีให้กับลูกค้าก็ได้ ซึ่งค่าธรรมเนียมหลัก ๆ ที่เรียกเก็บจากลูกค้า ได้แก่ ค่าธรรมเนียมการขาย ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก เหล่านี้คิดอย่างละไม่เกิน 0.535% ของมูลค่าซื้อขาย ส่วนค่าธรรมเนียมการโอน คิด 10 บาท ต่อ 1,000 หน่วยลงทุน เป็นต้น สำหรับ การซื้อขายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ควรจะมีการพิจารณาค่าธรรมเนียมเหล่านี้ประกอบด้วย

             

เป็นเจ้าของทองในราคา 1 บาท

             

เริ่มต้นจากบลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) มีกองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ (ชนิดสะสมมูลค่า) หรือ SCBGOLD ค่าความเสี่ยงระดับ 8 เปิดมาตั้งแต่ปี 2554 จุดเด่นคือ มูลค่าสั่งซื้อขั้นต่ำครั้งแรกเพียง 1 บาท เรียกว่ามี “บาทเดียว” ก็สามารถซื้อได้ หากอยากจะซื้อเพิ่มมูลค่าสั่งซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไปก็ 1 บาทเช่นกัน หรือหากอยากจะซื้อมากกว่า 1 บาทก็ทำได้ เวลาซื้อขาย 08.30 -15.30 น.

 

กองทุนนี้จะลงทุนในกองทุน SPDR เป็นหลัก โดยกองทุน SPDR หรือ Gold Trust จัดตั้งและจัดการโดย World Gold Trust Service, LLC ที่ถือหุ้นโดย World Gold Council องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ภายใต้กฏหมายของสวิสเซอร์แลนด์ และมีนโยบายลงทุนมุ่งเน้นลงทุนในทองคำแท่งเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำหักด้วย ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกองทุน กองทุนนี้ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value – NAV ) อยู่ที่ 1,192 ล้านบาท

             

นอกกองทุนทองคำ ยังมี SCBAM ยังมีกองทุนอื่นที่ซื้อได้ในราคา 1 บาท อาทิ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ซีเล็คท์อิควิตี้ ฟันด์ (ชนิดจ่ายเงินปันผล) หรือ SCBSE ความเสี่ยงระดับ 6 และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET50 INDEX (ชนิดสะสมมูลค่า) หรือ SCBSET50 ความเสี่ยงระดับ 6 ส่วน บลจ.อื่นที่ซื้อได้ในราคา 1 บาท อาทิ บลจ. กสิกรไทย จำกัด มีกองทุนที่สามารถซื้อได้ในราคา 1 บาท ได้แก่ กองทุนเปิดเค เซ็ท 50 หรือ K-SET50 ความเสี่ยงระดับ 6

 

ได้ทั้งทอง ได้ทั้งปันผล

 

ส่วนกองทุนทองคำ ของบลจ. กสิกรไทย ที่แนะนำได้แก่ กองทุนเปิดเค โกลด์ หรือ K-GOLD กำหนดมูลค่าสั่งซื้อขั้นต่ำครั้งแรกที่ 500 บาท ครั้งถัดไป 500 บาท ความเสี่ยงสูงมากระดับ 8 เปิดมาตั้งแต่ปี 2551 มี NAV อยู่ที่ 10,295 ล้านบาท ลงทุนในกองทุนนี้จะลงทุนในกองทุน SPDR เป็นหลัก หากลงทุนตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบันจะได้ผลตอบแทน 13.75% และหากพิจารณาข้อมูลย้อยหลัง ช่วงที่ผ่านมา 1 ปี อัตราผลตอบแทนที่ 32.29% 3 ปี อัตราผลตอบแทนที่ 7.96% และ 5 ปี อัตราผลตอบแทนที่ 6.22% ทั้งนี้มีจุดเด่น คือ นโยบายจ่ายปันผล ไม่เกินปีละ 4 ครั้ง รอบการพิจารณาปันผล​ทุกสิ้นเดือนมีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคมของทุกปี เวลาซื้อขาย เวลา 8.30 - 15.30 น.

 

กองทุนทองซื้อขายง่ายเหมือนหุ้น

 

อีกหนึ่งทางเลือกคือ กองทุนเปิดธนชาตอีทีเอฟทองคำแท่ง (TGOLDETF) เป็นกองทุนมีนโยบายสร้างผลตอบแทนที่อ้างอิงโดยตรงกับความเคลื่อนไหวของราคาทองคำแท่งในต่างประเทศ ลงทุนในกองคำแท่ง 99.99% เป็นหลัก ความเสี่ยงสูงมากระดับ 8 เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2555  ข้อที่ต้องพิจารณาคือ ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและไม่มีการจ่ายเงินปันผล

 

 

ทั้งนี้เป็นกองทุนทองคำที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รองรับความต้องการของนักลงทุนที่มีการ ซื้อ-ขาย กองทุนทองคำแบบเรียลไทม์ สามารถซื้อได้ตามเวลาทำการของตลท. ตามราคาอ้างอิง ขั้นต่ำ 100 หน่วย เหมือนการซื้อหุ้น ทำให้ทราบกำไรและขาดทุนทันที ไม่จำเป็นต้องรอราคา NAV ต่อหน่วย ณ สิ้นวันเหมือนกองทุนทั่วไป ขณะนี้มี NAV อยู่ที่ 167 ล้านบาท ราคาล่าสุด ณ วันที่ 30 เม.ย. 2563 อยู่ที่ ราคาขาย 4.94 บาท หาต้องการซื้อขึ้นต่ำ 100 หน่วย ต้องใช้เงิน 494 บาท ด้านผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 18.85% ส่วนผลตอบแทนย้อนหลังช่วง 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี อยู่ที่ 34.77%, 6.69% และ 6.36% ตามลำดับ

 

เห็นมั้ยว่าแค่ 1 บาทก็เริ่มลงทุนได้ หากมีวินัยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เชื่อว่า 1 บาทในวันนี้จะงอกเงยเป็นล้านบาทในอนาคตข้างหน้าแน่นอน…

 

ดูข่าวต้นฉบับ