รักตัวเองให้เป็น - บอร์นเก้าสาม (เพจเท่าที่รู้)

TALK TODAY เผยแพร่ 03 ต.ค. 2562 เวลา 17.00 น. • บอร์นเก้าสาม (เพจเท่าที่รู้)
 

ไม่รู้เหมือนกันนะว่า คำว่า “รักตัวเอง” เริ่มฮิตกันขึ้นมาเมื่อไหร่  หรือว่ามันเกิดจากจุดอิ่มตัวของผลรวมความพยายามที่สูญเปล่าที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ ทั้งกับตัวเราเอง หรือได้ยิน หรือรับฟังมาจากคนใกล้ตัว หรือเป็นเรื่องที่เราเห็นผ่านตาบ่อย ๆ ของคนเหงาบนโลกออนไลน์ จนเราทุกคนเริ่มรู้สึกคล้าย ๆ กันว่า เอ๊ะ..นี่ (พวก) เรากำลังทำอะไรกันอยู่ 

เรารักคนที่เขาไม่ได้รักเรา  เราทุ่มเทให้กับคนที่ไม่ได้เห็นเราสำคัญ เราให้เวลากับคนที่ไม่เห็นค่า เรายอมรอคนที่เลือกเราเป็นตัวสำรอง เรายอมโดนหลอกทั้งที่ใคร ๆ ก็มองออกว่าจริง ๆ เป็นยังไง เราเป็นตัวเลือกให้เขาเสมอแม้เขาไม่เคยเลือกเราเลย เราวิ่งตามคนที่ไม่คิดจะหยุดรอ เอ๊ะ..นี่เรากำลังทำอะไรกันอยู่ 

เรารักคนอื่นมากจนเราเจ็บเอง จนคนรอบข้างเราเป็นกังวล จนเพื่อนฝูงเป็นห่วงเป็นใย  นั่นแหละ..จนมาถึงจุดหนึ่ง เราถึงได้รู้สึกว่านี่เรารักเขาซะจนกลายเป็นไม่รักตัวเอง เออ “รักตัวเอง” คนที่เราควรรักก่อนใคร แต่ดันเอาไว้สุดท้ายซะงั้น เมื่อนั้นคำว่า “รักตัวเอง” มันเลยเริ่มถูกพูดถึงกันขึ้นมาบ่อย ๆ …หรือเปล่านะ 

มีคำสอนของพระเยซูประโยคหนึ่ง ที่แม้คนไม่ได้เป็นคริสตชนอย่างผม ก็น่าจะเคยได้ยินกันมาบ้าง นั่นคือ “จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง”  

จริง ๆ คำสอนนี้ของพระเยซู นัยยะที่สำคัญ คือการบอกว่า ถ้าโดยปกติเรารักตัวเองอย่างไร ก็ให้เราแสดงความรัก ความเอื้ออาทร ความปรารถนาดีต่อคนอื่นอย่างนั้นเช่นกัน คือ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทำดีต่อกันและกัน โลกเราจะได้มีสิ่งดี ๆ และความสุข

แต่ในอีกนัยยะหนึ่งที่ซ่อนอยู่นั้น เราอาจจะมองเห็นอีกความหมายหนึ่งซึ่งสำคัญไม่แพ้กันเลย นั่นคือ 

“ถ้าเราไม่รักตัวเอง แล้วเราจะไปรักคนอื่นได้อย่างไร”

แล้วมันเป็นไปได้ยังไง ที่คนเราจะไม่รักตัวเอง? 

มันก็เป็นไปแล้วแหละครับ และน่าจะเป็นมาตลอดทุกยุคทุกสมัย เป็นกันมานานแล้ว เพียงแต่เราอาจจะไม่รู้ตัวกัน หรือไม่ก็รู้ตัวช้าเกินไป

จึงมีคำโบราณที่กล่าวเตือนไว้ว่า “ความรักทำให้คนตาบอด” 

เมื่อตาบอดก็ย่อมหลงทาง เดินชนสิ่งกีดขวาง ตกหลุมตกบ่อ เจ็บเนื้อเจ็บตัวกันไปตาม ๆ กัน เวลาเรารักใครมาก ๆ เรามักจะเข้าข้างคนที่เรารัก หรือไม่เราก็จะเข้าข้างตัวเอง แต่เรามักไม่เข้าข้างความจริง

ต่อให้เขานิสัยไม่ดีกับคนอื่นไปทั่ว เราก็จะคิดว่า “แต่เขาดีกับเรานะ”

ต่อให้เขาเจ้าชู้ เราก็จะคิดว่า “มันก็มีบ้าง คนอื่น ๆ ก็เป็นนะ เดี๋ยวก็คงเลิก”

ต่อให้เขาโกหก เราก็คิดว่า “เขาขอโทษแล้ว และบอกว่าจะไม่ทำอีก”

เวลาคนเราเอาตัวเองเข้าไปใกล้กับอะไรมาก ๆ เราย่อมมองไม่เห็นภาพรวม  บางทีใกล้ไป ก็มองไม่ชัด ไกลไปก็แทบไม่เห็นอะไร จมูกอยู่บนหน้าเราแท้ ๆ เรายังมองไม่เห็นมันเลย กระจกต่างหากที่ช่วยส่องให้เราเห็นชัด  

เพื่อนต่างหากที่มักเป็นคนบอกเรา เตือนเราว่า  “กลับมารักตัวเองเถอะ”

บางทีเราลืมไปนะครับว่า เราไม่มีทางรักคนอื่นได้ดีหรอก ถ้าขนาดตัวเราเอง เรายังไม่รักเลย

ถ้าเรารักคนอื่น แล้วตัวเราเจ็บปวด

ถ้าเรารักคนอื่น แล้วตัวเราไร้ค่า

ถ้าเรารักคนอื่น แล้วทำให้เราทำผิดศีลธรรม

ถ้าความรักของเรา มันทำร้ายคนอื่นที่เขามีเจ้าของอยู่แล้ว จนตัวเรากลับถูกดูถูกดูหมิ่น

ถ้าความรักของเรา ทำให้คนรอบตัวที่รักเรา พ่อแม่เพื่อนฝูงทุกข์ใจ ที่เห็นเราเศร้าเสียใจอยู่ทุกวัน

นั่นแหละ เรากำลังไม่รักตัวเอง และสุดท้ายเราก็จะไม่รับความรักกลับมาจากคน ๆ นั้นที่เราหวังหรอก เพราะเราเริ่มต้นผิด

กลับมาทำตัวเองให้มีคุณค่าก่อน รักตัวเองให้เป็น

รักตัวเองไม่ใช่การเห็นแก่ตัวเอง แต่รักตัวเองคือมอบสิ่งดีที่คู่ควรให้กับตัวเอง ใส่ใจกับการทำชีวิตตัวเองให้มีสุขภาพจิตที่ดี เป็นคนที่คนอื่นอยากอยู่ใกล้ ไม่ใช่เป็นคนที่วิ่งหาคนอื่นตลอดเวลา

ของดี ของมีค่า ของที่มันสง่างาม มีราคา  จะมีคนยอมจ่ายราคาเพื่อให้ได้มันมาเสมอ 

ดูแลตัวเอง จิตใจ ความคิดให้ดี  วันหนึ่งคนที่เหมาะสมและคู่ควรจะปรากฎตัวมาเองครับ 

กลับมารักตัวเองก่อน รักตัวเองให้เป็น แล้ววันหนึ่งจะมีคนรักเรา