ระเบิดช็อคโลก! ที่ท่าเรือเลบานอน (คลิป)

ฐานเศรษฐกิจ อัพเดต 05 ส.ค. เวลา 03.34 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. เวลา 22.54 น. • Thansettakij
ระเบิดช็อคโลก! ที่ท่าเรือเลบานอน (คลิป)

 

วานนี้ (4 ส.ค.) เวลาประมาณ 22.40 น. ตามเวลาในประเทศไทย เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่บริเวณท่าเรือในกรุงเบรุต เมืองหลวงของประเทศเลบานอน ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่รับรู้ได้ในวงกว้างไปทั่วเมืองเบรุต และทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวอาคาร รวมทั้งบานกระจกที่แตกร้าวแม้ในเขตชานเมือง มีรายงานผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก 

 

นายโมฮัมเหมด ฟาห์มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการภายในประเทศของเลบานอน เปิดเผยว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุของการระเบิดครั้งนี้ แต่ดูเหมือนว่าจุดต้นเหตุการระเบิดจะมาจากคลังสินค้าที่ใช้เก็บสารแอมโมเนียมไนเตรทในบริเวณท่าเรือ  

 

นายฮัสซัน ไดแอบ นายกรัฐมนตรีเลบานอน แถลงการณ์ว่า เรื่องนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

#PrayForLebanon ทั่วโลกส่งกำลังใจ “เลบานอน”

ต้นตอระเบิดใหญ่ "เลบานอน"

 

ทั้งนี้ มีรายงานว่าแรงระเบิดอย่างรุนแรงส่งผลให้อาคารบ้านเรือน ยานพาหนะ เสียหายจำนวนมาก สำนักข่าวอัลจาเซรา ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 63 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บเกือบ ๆ 3,000 คน ความโกลาหลเกิดขึ้นทั่วทั้งเมืองหลวงเบรุต โดยข่าวระบุว่าโรงพยาบาลหลายแห่งเนืองแน่นไปด้วยผู้บาดเจ็บ และรายที่ไม่เป็นอะไรมาก ได้รับการปฏิเสธเนื่องจากทั้งสถานที่และเจ้าหน้าที่มีไม่เพียงพอที่จะรองรับผู้ที่มาขอเข้าใช้บริการ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด และจำเป็นต้องบอกให้ผู้ได้รับบาดเจ็บ ไปใช้บริการที่โรงพยาบาลอื่นแทน แม้กระทั่งร้านขายยา ต้องกลายเป็นที่พึ่งของผู้คนเพื่อระบายความแออัดออกจากโรงพยาบาล

 

สถานีโทรทัศน์ประกาศขอรับบริจาคโลหิต และประกาศรายชื่อผู้ที่สูญหายหลังเกิดเหตุระเบิดดังกล่าว โดยส่วนหนึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในท่าเรือ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงชุดแรก ๆ ที่รุดเข้าไปในที่เกิดเหตุก่อนที่จะเกิดการระเบิดตามมา  

 

นายฮาหมัด ฮัสซัน รัฐมนตรีสาธารณสุขเลบานอน ได้กล่าวขอความช่วยเหลือจากนานาประเทศ ขณะที่หลายประเทศทั้งในโลกตะวันตกและในตะวันออกกลาง ได้ตอบรับว่ายินดีให้ความช่วยเหลือเลบานอน

 

ข้อมูลอ้างอิง

Dozens killed as huge explosion rips through Lebanon's Beirut

Huge explosion rocks Beirut, injuring thousands across Lebanese capital

ดูข่าวต้นฉบับ