รอง ผบ.ตร. “สุชาติ ธีระสวัสดิ์” แถลงจับยาเสพติด 3 คดี ยึดของกลาง ‘ไอซ์’ กว่า 1 ตัน ‘ยาบ้า’ 4 หมื่นเม็ด ‘กัญชา’ 1 กิโลกรัม

สวพ.FM91 อัพเดต 13 พ.ย. 2562 เวลา 05.27 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2562 เวลา 05.27 น.
รอง ผบ.ตร. “สุชาติ ธีระสวัสดิ์” แถลงจับยาเสพติด 3 คดี ยึดของกลาง ‘ไอซ์’ กว่า 1 ตัน ‘ยาบ้า’ 4 หมื่นเม็ด ‘กัญชา’ 1 กิโลกรัม

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พร้อมเจ้าหน้าที่  แถลงข่าวจับกุม ยาเสพติด 3 คดี ผู้ต้องหา 7 คน ของกลาง ไอซ์ น้ำหนัก 1,008 กิโลกรัม, ยาบ้า จำนวน 40,000 เม็ด และกัญชา 1 กิโลกรัม รวมมูลค่ากว่า 360,000,000 บาท
 
โดยคดีแรก ตำรวจชุดจับกุมปราบปราบยาเสพติด ติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติด ที่บริเวณหน้าตลาดเขาทราย แยกเขาทราย-ทับคล้อ จ.พิจิตร หลังสืบทราบ ว่า มีผู้รับงานขนและลำเลียงยาเสพติดจากนายทุนพ่อค้ายาเสพติด ทางพื้นที่ภาคเหนือตอนบนไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้เส้นทาง จังหวัดเชียงราย-พะเยา-แพร่-สุโขทัย-อุตรดิตร-พิษณุโลก และนครสวรรค์ ในการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนกลางของประเทศ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งติดตามสกัดกั้นจับกุมตัวผู้ต้องหาจนสามารถจับกุมตัวได้ ผู้ต้องหา 3 คน  ประกอบด้วย นายเกรียงไกร เพชรจันทรังษี, นายวรชุน แซ่ว่าง, นายคม แซ่หลี ตรวจยึดของกลาง ยาไอซ์ น้ำหนัก 1,000 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ยสีเหลือง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวและสอบปากคำ เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า ใช้รถยนต์คันแรกในการนำทาง สำรวจเส้นทาง และคุ้มกัน ส่วนรถคันที่สองใช้ในการลำเลียงยาเสพติด จึงแจ้งข้อกล่าวหา และส่งผู้ต้องหาพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย
 
ส่วนคดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับยาไอซ์ น้ำหนัก 8 กิโลกรัม ได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า มีการลักลอบส่งยาเสพติดออกนอกประเทศทางพัสดุภัณฑ์ 2 รายการ สำแดงสินค้าที่ฝากส่งประเภทนาฬิกาแขวนผนัง ทั้งนี้พัสดุดังกล่าว มีน้ำหนักผิดปกติ เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า กรอบนาฬิกามีท่อเหล็กซึ่งถูกดัดแปลงขึ้น ภายในบรรจุไอซ์  เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันยึดตรวจสอบก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
 
นอกจากนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยังได้ติดตามบุคคลพ้นโทษ หรืออยู่ระหว่างการดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติด  โดยพบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ มีการติดการติดต่อกับผู้ต้องขังในพื้นที่ภาพอีสาน และภาพเหนือ ซึ่งมีพฤติกรรมการใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยโดยไม่ประกอบอาชีพ กระทั่งพบพฤติกรรม ผู้ต้องหา มักจะเดินทางข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อติดต่อสั่งซื้อยาเสพติดมาจำหน่ายผ่านโซเชียล โดยล่าสุดพบว่า เดินทางไปยังจังหวัดนครพนม ตำรวจจึงสืบสวนติดตามจนสามารถจับผู้ต้องหาได้ 2 คนที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมของกลางยาบ้า 40,000 เม็ด

ดูข่าวต้นฉบับ