ย้อนรอยนักแสดงที่เคยโดนจับคดียาเสพติด

สยามรัฐ อัพเดต 18 มิ.ย. 2562 เวลา 02.53 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2562 เวลา 02.53 น. • สยามรัฐออนไลน์
ย้อนรอยนักแสดงที่เคยโดนจับคดียาเสพติด

เป็นข่าวช็อกวงการบันเทิงไม่น้อยเมื่อเจ้าหน้าที่ ทำการจับกุม ปุกกี้ ปริศนา พรายแสง หรือที่รู้จักกันคือ “ปุ๊กกี้ ชาลาล่า” พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำและจัดทำบันทึกจับกุม ที่ สำนักงาน ป.ป.ส. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนจะส่งตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลาง ให้ พนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป วันนี้เราได้ย้อยรอยว่ามีดาราคนไหนบ้างที่เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติดบ้างเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าหากหลงทางผิดอาจจะทำให้เสียอนาคตได้ เรามาดูว่ามีใครกันบ้าง เริ่มจาก ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง อดีตศิลปินชื่อเสียงโด่งดังในระดับแถวหน้าของค่ายดัง ได้ถูกตำรวจบุกจับในขณะกำลังเสพกัญชาอยู่ที่คอนโดหรู เมื่อปี พ.ศ. 2540 ถึงแม้ตอนนั้นเขาจะยืดอกรับสารภาพ แต่ก็ถูกทางต้นสังกัดแบนไปพักใหญ่ๆ แต่ปัจจุบันเขาก็ได้กลับหวนคืนวงการอีกครั้ง พร้อมมีแฟนๆที่คิดถึงคอยสนับสนุนอย่างเต็มที่ น้ำฝน กุณณัฐฐ์ อดีตนางเอกช่องดัง นักแสดงสาวผิวสีน้ำผึ้ง เธอเคยถูกจับข้อหาผัวพันกับคดียาเสพติด เพราะโดนตรวจพบว่าปัสสาวะเป็นสีม่วง อนาคตของเธอต้องดับวูบ แต่ยังโชคดีที่เธอกลับตัวกลับใจเสียใหม่จนผู้ใหญ่ในวงการเห็น และให้โอกาสเธออีกครั้ง ปัจจุบันมีครอบครัวอบอุ่นใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อีกหนึ่งนักแสดงสาว จอยซ์ พรพรรณ อดีตสาวน้อยแห่งวงคู่หูดูโอ้ Triumph kingdom เธอถูกจับพร้อมแฟนหนุ่มในข้อหามียาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อการจำหน่าย จนเธอต้องถูกสั่งจำคุกถึง 8 ปีด้วยกัน แต่ทุกวันนี้เธอก็ออกมามีครอบครัวแสนสุขแล้ว หันหลังให้กับยาเสพติดอย่างถาวร มาต่อที่ นก เชิญยิ้ม เธอเป็นดาราตลกหญิงชื่อดัง ดูแล้วอนาคตน่าจะไปรุ่ง แต่กลับโดนโทษคดียาเสพย์ติดอีกถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกยังพอว่า แต่ครั้งที่ 2 สังคมไม่ได้ให้โอกาสเธออีกต่อไป โดยทั้ง 2 ครั้งเธอได้รับการประกันตัวทั้งหมด ถึงแม้จะออกมายอมรับผิด แต่ก็ไม่มีที่ยืนให้กับเธอในวงการบันเทิงอีกต่อไปแล้ว และสุดท้ายเอมี่ อาเมเรีย ที่ตกเป็นข่าวดังเมื่อตำรวจบุกรวบ เอมี่ อาเมเรีย จาคอป นางเอกธิดาวานร และอดีต Mistine ไทยแลนด์ ปี 2006 ขณะกำลังเสพยาไอซ์ในบ้านพัก หลังจากที่เธอเครียดเพราะไม่ดังเหมือนแต่ก่อน เป็นอีกคดีซึ่งน่าสลดและไม่น่าเชื่อ เพราะเธอเคยเป็นขวัญใจของใครหลายๆคน

ดูข่าวต้นฉบับ