ยอดผลิตหน้ากากอนามัยพุ่ง 4.2 ล้านชิ้น/วัน ต่ออายุห้ามส่งออกอีก 6 เดือน

ไทยรัฐออนไลน์ - Economics อัพเดต 08 ก.ค. เวลา 04.35 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. เวลา 04.35 น.
ภาพไฮไลต์

กรมการค้าภายใน เผย มีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยตั้งใหม่เพิ่มขึ้น มียอดผลิตรวมวันละ 4.2 ล้านชิ้น ครม.มีมติให้รับซื้อส่วนเกินขายต่อ สายการบิน สตม. ทอท. พร้อมต่ออายุห้ามส่งออกอีก 6 เดือน
         
นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้การผลิตหน้ากากอนามัยของไทยมีปริมาณเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่วันละประมาณ 4.2 ล้านชิ้น เพราะมีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยตั้งใหม่เพิ่มขึ้นหลายราย ล่าสุด มีโรงงานที่ผลิตได้มาตรฐานและขายให้กับรัฐบาลรวม 16 ราย โดยรัฐรับซื้อวันละ 3 ล้านชิ้น จัดสรรให้กระทรวงสาธารณสุข 1.8 ล้านชิ้น และกระทรวงมหาดไทย 1.2 ล้านชิ้น ซึ่งได้รับแจ้งจากกระทรวงสาธารณสุขว่า มีสต๊อกเก็บไว้ใช้เกิน 1 เดือนแล้ว ส่วนจังหวัดต่างๆ ที่ได้รับจัดสรรจากกระทรวงมหาดไทย ก็มีสต๊อกไว้มาก ทำให้หน่วยงานที่จำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัยไม่มีปัญหาการขาดแคลน
 
สำหรับหน้ากากอนามัยส่วนเกินที่มีการผลิตเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้กรมการค้าภายใน หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมบัญชีกลาง กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข หาแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม โดยเห็นตรงกันว่ารัฐจะรับซื้อหน้ากากอนามัยส่วนเกินไว้ทั้งหมด เพื่อนำมาขายต่อให้กับหน่วยงานที่มีความจำเป็นต้องใช้ในราคาต้นทุน เช่น การบินไทย, สายการบินต่างๆ, สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (ทอท.) เป็นต้น เพื่อรองรับการคลายล็อกดาวน์ที่เปิดให้มีการเริ่มบินภายในประเทศ และเริ่มที่จะเปิดรับคนต่างชาติบางกลุ่มเข้ามา
 
นอกจากนี้ นายวิชัย ยังกล่าวด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้เสนอให้คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ พิจารณาปรับเปลี่ยนวิธีการจัดซื้อหน้ากากอนามัยใหม่ จากในช่วงก่อนหน้ารัฐรับซื้อจากโรงงานวันละ 3 ล้านชิ้น ราคาชิ้นละ 4.28 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) มาเป็นวิธีการประมูล โดยให้โรงงานเสนอราคาขายมา รายใดเสนอต่ำสุด รัฐจึงจะรับซื้อ ทำให้การซื้อเดือน มิ.ย. ซื้อได้ในราคาต่ำลงที่ชิ้นละ 4-4.15 บาท ส่วนเดือน ก.ค. เหลือเพียงชิ้นละ 3.65 บาท และคาดว่าราคาในเดือน ส.ค.จะต่ำลงอีก
         
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนการผลิตหน้ากากอนามัยถูกลง เนื่องจากวัตถุดิบสำคัญ โดยเฉพาะเมลท์โบลน (Meltblown) ที่เป็นแผ่นกรองเชื้อโรค หาซื้อได้ง่ายขึ้นและราคาถูกลง เพราะผู้ผลิตรายใหญ่อย่างจีน กลับมาส่งออกมากขึ้น จากก่อนหน้านี้จำกัดการส่งออกเพื่อให้มีเพียงพอในประเทศ อย่างไรก็ตาม การส่งออกหน้ากากอนามัย คณะกรรมการเฉพาะกิจฯ ได้เห็นชอบให้ต่ออายุการห้ามส่งออกไปอีก 6 เดือน หรือสิ้นสุดเดือน ธ.ค. 2563 จากก่อนหน้านี้การห้ามส่งออกสิ้นสุดลงสิ้นเดือน มิ.ย. 2563 แต่ยังคงยกเว้นให้ส่งออกได้ หากเป็นหน้ากากเฉพาะ เช่น หน้ากากป้องกันสารเคมี, หน้ากากอนามัยที่มีลิขสิทธิ์ ผลิตภายใต้แบรนด์เนมของผู้ว่าจ้าง, โรงงานได้รับการส่งเสริมการลงทุน จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้ผลิตเพื่อส่งออก และส่งออกไปให้สถานทูตไทยในประเทศต่างๆ เป็นต้น.

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ