มุกดา สุวรรณชาติ : เหลื่อมล้ำ รวยล้น จนดับ ฆ่าตัว ตายนับ ไม่ไหว ยุติธรรม ละลาย หายไป โจรร้าย ปล้นทอง ครองเมือง

มติชนสุดสัปดาห์ อัพเดต 19 ม.ค. เวลา 01.56 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. เวลา 01.56 น.
มุกดา 2057

ปรากฏการณ์วิ่งไล่ลุง มิใช่จะต้องการไล่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความต้องการเปลี่ยนแปลงระบบสังคมและการปกครองแบบไม่ยุติธรรม ที่ทำให้ชีวิตคนในสังคมเดียวกันห่างกันมาก ทั้งทางเศรษฐกิจและการใช้กฎหมาย

ที่สำคัญคนถือปืนยังมีอำนาจอยู่ แต่สิ่งที่กลุ่มอำนาจเก่าตอบโต้ ยังเป็นการแบ่งแยกแล้วปกครอง

โดยหาคนอีกกลุ่มมาเชียร์ลุง เพื่อให้คนทะเลาะกัน จะได้ปกครองต่อไป

 

เหลื่อมล้ำ รวยล้น จนดับ เป็นอย่างไร

ประเทศไทยถูกจัดอันดับ 1 ในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก นายบรรยง พงษ์พานิช อดีตคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดเผยข้อมูล ว่าด้วยความเหลื่อมล้ำ… 5 ธันวาคม 2561

ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลกไปแล้ว…ตามข้อมูลของ CS Global Wealth Report 2018 ที่ออกมาเมื่อเดือนตุลาคม มีข้อมูลที่น่าเป็นห่วงมากว่า ถ้านับในด้านความมั่งคั่ง (Wealth) แล้ว ไทยแลนด์แดนสารขัณฑ์ที่ได้อันดับ 3 ในการสำรวจเมื่อสองปีที่แล้ว สามารถแซงทั้งรัสเซีย ทั้งอินเดีย ฉลุยขึ้นป้ายอันดับ 1 ได้อย่างค่อนข้างห่างด้วยซ้ำ

เมื่อปี 2016 คนไทย 1% มีทรัพย์สินรวม 58.0% ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ มาปี 2018 คน 1% มีทรัพย์สินเพิ่มเป็น 66.9% รวยขึ้นอื้อเลยครับ …แซงรัสเซียที่ลดจาก 78% เหลือแค่ 57.1% ตกไปเป็นที่ 2 ขณะที่ตุรกีมาแรงทั้งๆ ที่เศรษฐกิจห่วยแตกแต่คนรวยกลับเพิ่มสัดส่วนขึ้นได้เป็น 54.1% แซงอินเดียที่ตกไปเป็นที่ 4 จาก 58.4% เหลือแค่เพียง 51.5% แล้วนอกจาก 4 ประเทศนี้ ก็ไม่มีประเทศไหนในโลกอีกแล้วที่คนรวย 1% มีทรัพย์สินเกินครึ่ง โดยประเทศที่ดีที่สุดคือเบลเยียมที่ 1% มีแค่ 20.1% ตามด้วยออสเตรเลีย 22.4%

พอไปดูรายละเอียดของตาราง ยิ่งอยากเอาเท้าก่ายหน้าผากเข้าไปใหญ่…เพราะคนไทยที่จนสุด 10% มีทรัพย์สิน 0% (จริงๆ ถ้ารวมหนี้น่าจะติดลบนะครับ) …ขณะที่ถ้านับ 50% (25 ล้านคน) ก็ยังมีแค่ 1.7% …และถ้าเอา 70% (35 ล้านคน) ก็จะมีทรัพย์สินเพิ่มไปเป็นแค่ 5%

 

สถาบันป๋วย
ชี้คนไทย 4.7 ล้านคน
มีเงินออมเฉลี่ยแค่ 34 บาท

วันที่ 20 ธันวาคม 2562 สถาบันป๋วย เปิดพฤติกรรมการออมคนไทย พบว่ามีบัญชีเงินฝากของเงินฝากกว่า 80.2 ล้านบัญชี เป็นของผู้ฝากเงินบุคคลธรรมดา 37.9 ล้านคน มีปริมาณเงินฝากรวมทั้งสิ้น 12 ล้านล้านบาท คิดเป็น 72% ของเงินฝากในระบบทั้งหมด

คนไทยราว 56.04% มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์ แต่มีเงินในบัญชีไม่ถึง 3,142 บาท

และยังพบว่าประมาณ 32.8% ของผู้ฝากเงิน หรือ 12.2 ล้านคน มีเงินในบัญชีไม่ถึง 500 บาท

ซึ่งในจำนวนนั้นมีผู้ฝากเงินถึง 4.7 ล้านคนที่มีเงินฝากในบัญชีไม่ถึง 50 บาท หรือเฉลี่ย 34 บาท

ขณะเดียวกัน มีเพียง 0.2% ของผู้ฝากเงินในบัญชีมากกว่า 10 ล้านบาท

เงินฝากส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่กับคน 10%

ในบัญชีเงินฝากทั้งหมด 80.2 ล้านบัญชี มีเงินฝากรวมกัน 12 ล้านล้านบาท กว่า 93% ของเงินฝากทั้งหมด หรือประมาณ 11.16 ล้านล้านบาท เป็นของผู้ฝากรายใหญ่ 10% หรือประมาณ 3.8 ล้านคนเท่านั้น ส่วนเจ้าของบัญชีที่เหลืออีกราวๆ 34 ล้านคน มีเงินในบัญชีรวมกันเพียงแค่ 7% ของเงินฝากทั้งหมด

ทีมวิเคราะห์มองว่าคนจนคงไม่อยากไปเปิดบัญชีธนาคารฝากเงินเล็กน้อยไม่ถึง 500 บาท แต่บัญชีที่ปรากฏคงเป็นการเปิดบัญชีเพื่อรับเงินจากสวัสดิการของรัฐ ไม่น้อยกว่า 15 ล้านบัญชี

 

จี้ปล้น ชิงทรัพย์ ฉ้อฉล

เมื่อเศรษฐกิจตก หาเงินยาก อาชญากรรมก็จะมากขึ้น ตามที่เห็นเป็นข่าว ทั้งจี้ปล้น ฉ้อฉล คดโกง

ข่าวใหญ่ตอนนี้คือ โจรโม่งจอมโหด บุกปล้นร้านทองออโรร่า ในห้างโรบินสัน ลพบุรี ใช้ปืนติดท่อเก็บเสียงเปิดฉากยิงชาวบ้าน ตั้งแต่เดินเข้าประตูห้าง ทำให้มีผู้สังเวยชีวิต 3 คน ประกอบด้วย น.ส.ธิดารัตน์ พนักงานร้านทอง นายธีรฉัตร รปภ.ห้าง และ ด.ช.ภาณุวิชญ์ หรือน้องไทตัล วงศ์อยู่ อายุ 2 ขวบ มีผู้บาดเจ็บสาหัส 4 คน (ดูจากภาพวงจรปิด ไม่รู้ว่าจิตปกติหรือไม่ คาดว่าคงไม่มีโอกาสได้สอบถาม)

นับแต่นี้ ชาวบ้านต้องระวังตัวตลอด คดีปล้นชิงวิ่งราว จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าจับไม่ได้ คงถึงยุคที่โจรจะครองเมือง

คดีแชร์ลูกโซ่แม่มณี มีการจับกุม น.ส.วันทนีย์ ทิพย์ประเวช หรือเดียร์ เน็ตไอดอล อายุ 28 ปี ใช้สื่อออนไลน์ชักชวนเหยื่อมาร่วมเล่นแชร์ อ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูงถึง 93 เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุน ทำให้มีเหยื่อที่หลงเชื่อนำเงินมาลงทุนเป็นลูกแชร์ ถูกโกงสูงถึง 4,000 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,400 ล้านบาท เพราะทุกวันนี้ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารต่ำมาก คนจึงไปหาทางลงทุนแบบเสี่ยงตาย คดีแชร์ลูกโซ่ บริษัท เอนเนอร์จี ดีดักชั่น จำกัด หรือแชร์ไนซ์ รีวิว (Nice Review)

สำหรับพฤติการณ์ของคนร้ายจะมีการประกาศรับจ้างประชาชนให้มาร่วมงานกับบริษัท โดยให้มีหน้าที่กดไลก์กดแชร์สินค้าผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตและสื่อโซเชียลมีเดีย โดยต้องมีการโอนเงินค่าประกันการทำงานตั้งแต่ 1,500-20,000 บาท เพื่อประกันค่าจ้างในการทำงานวันละ 20-200 บาท มีผู้เสียหายจำนวนมาก รวม 2,060 ราย ค่าเสียหาย 368 ล้านบาท

 

ฆ่าตัว ครอบครัว อับจน

ในท่ามกลางการทำมาหากินที่ยากลำบาก บางคนไม่รังแกคนอื่น แต่ก็ทนรับปัญหาตนเองไม่ไหว สุดท้ายก็จบชีวิตตนเอง บางคนทั้งครอบครัว บางคนเอาสัตว์เลี้ยงไปด้วย นี่เป็นยุคสมัยที่น่าเศร้า คนพวกนี้มิใช่คนที่จนที่สุด หลายคนมีรถ มีบ้าน ธุรกิจ แต่ก็มีหนี้สิน ที่สำคัญคือ พวกเขาไม่มีความหวัง มองไม่เห็นทางที่จะเดินต่อ มองไม่เห็นอนาคต

แม่ค้าผลไม้จุดไฟรมควันในเตาอั้งโล่ฆ่าตัวตายคารถเก๋งโตโยต้า วีออส ที่จอดในลานจอดรถโรงพยาบาลกรุงเทพสนามจันทร์ ต.สนามจันทร์ นครปฐม คาดเครียดปัญหาชีวิตและเศรษฐกิจ

มีคนยิงตัวตายในรถกระบะโตโยต้า วีโก้ แค็บ ก่อนเกิดเหตุ พูดคุยปรับทุกข์เรื่องงานรับเหมาก่อสร้างที่ไม่ค่อยมีใครว่าจ้าง เนื่องจากพิษเศรษฐกิจตกต่ำทำให้หมุนเงินไม่ทัน ประกอบกับมีภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลลูกชายวัยรุ่นที่กำลังเรียน

นางวรัญญา อายุ 51 ปี และ น.ส.วรัญญ์ศิชา อายุ 28 ปี พร้อมด้วยสุนัขเพศเมียพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ 1 ตัว โดยทั้งหมดเสียชีวิตในลักษณะรมควัน ภายในห้องพักบริเวณชั้น 3 ของตัวบ้าน นอกจากนี้ใกล้จุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ยังพบจดหมายลาตาย โดยจากการสอบสวนพยานให้การว่าผู้ตายมีปัญหาด้านธุรกิจ

ความจนบีบคั้นหนุ่มใหญ่ลูกจ้างศูนย์หม่อนไหมฆ่าเมียและลูกแล้วฆ่าตัวตายรวม 4 ศพ ทิ้งจดหมายขอโทษญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับเรื่องหนี้สิน ระบุลูกสาวกลับมาบ้านปีใหม่ แต่ไม่มีเงินให้ลูกกลับไปเรียน พ่อตาเผยลูกเขยเป็นคนดีรักลูกเมีย ทุ่มเททรัพย์สิน กู้ยืมเงินส่งเสียลูกสาวคนโตเรียนจบเป็นบัณฑิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น หวังได้งานทำช่วยส่งเสียน้องเรียนชั้นปี 1 สถาบันเดียวกัน แต่ยังหางานทำไม่ได้

เจ้าของบริษัทตกแต่งภายใน ใช้เตาอั้งโล่รมควันตัวเองดับคาห้องนอน กว่าพ่อและญาติจะตามมาพบเสียชีวิตไปแล้ว 3 วัน หลังสุดส่งข้อความไปบอกรักพ่อแม่เหมือนสั่งลา ญาติแฉเหตุคิดสั้นทั้งๆ ที่มีลูกชายวัยเรียนกับอดีตภรรยาถึง 2 คน เพราะไม่ค่อยมีงาน ทำให้ภาระหนี้สินเพิ่ม ตัดสินใจลาโลกหนีปัญหา

วันนี้เจ้าของร้านที่ขายเตาอั้งโล่ จะจ้องหน้าลูกค้า แล้วถามทุกคนว่า จะซื้อเตาไปทำไม?

 

ยุติธรรม ประชาชน ไม่มี

ถามหาความยุติธรรมจากโจรปล้นทองที่ถือปืน จะเป็นไปได้หรือ ผู้หญิงหมอบอยู่กับพื้นมันยังยิง

วันที่ 10 มกราคม ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึงคดีเงินกู้ว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องจาก กกต.ให้ยุบพรรค อนค. ในคดีกู้เงินโดยให้เวลายื่นเอกสารภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันนี้ แต่ติดวันหยุดช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงขอขยายเวลา โดยศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ขยายเวลาถึงวันที่ 27 มกราคม

จุดเริ่มต้นคดีมาจากนายศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นคำร้องกล่าวหานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค บริจาคให้พรรคเกิน 10 ล้านบาท ซึ่งเข้าข่ายความผิดมาตรา 66 ต่อมา กกต.ได้เรียกสอบพยาน ซึ่งกระบวนการทั้งหมดพิจารณาเสร็จแล้ว

จนวันที่ 13 สิงหาคม 2562 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 13 มีมติเอกฉันท์ยกคำร้อง เหตุผลมีการกู้เงินจริง พรรคการเมืองกู้เงินได้ และในอดีตพรรคอื่นก็กู้กัน และยังระบุว่าเงินกู้ไม่ใช่รายได้ แต่เป็นหนี้สิน จึงไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 66 ดังนั้น เมื่อยกคำร้องเรื่องนี้ก็ต้องจบได้แล้ว

แต่ปรากฏว่า กกต.ไม่จบ เพราะ กกต.ตัดสินใจส่งให้สำนักสืบสวนสอบสวนเพื่อไต่สวนต่อ แล้วสืบสวนกันประมาณ 1 เดือน คณะสืบสวนดังกล่าวก็มีมติยกคำร้อง

และเมื่อเรื่องมาถึง กกต. ทาง กกต.ส่งเรื่องให้อนุฯ โดยมีความเห็น 3 ต่อ 2 ให้ยกคำร้อง

จากนั้น กกต.มีมติส่งเรื่องไปศาลรัฐธรรมนูญขอให้ยุบพรรค อนค. นายปิยบุตรตั้งข้อสังเกตว่า กกต.ไม่แจ้งข้อกล่าวหากับพรรค ทั้งที่เรื่องนี้มันถูกยกคำร้องไปแล้วตั้งแต่คณะกรรมการชุดที่ 13 และทุกคณะไต่สวนดูแค่มาตรา 66 ตามคำร้อง

แต่อยู่ดีๆ กกต.มีมติเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 แถมมาตรา 72 โดยเป็นความผิดถึงขั้นยุบพรรค

“แบบนี้จะไม่ให้ผมคิดได้อย่างไรว่า คุณกระเหี้ยนกระหือรืออยากจะยุบพรรค อนค. ถึงต้องเติมความผิดมาตรา 72 มาให้ เพราะมันเป็นมาตราเดียวที่อ้างถึงการยุบพรรค ทั้งที่เหตุของเรื่องนี้เริ่มต้นที่มาตรา 66 ถึงแม้ กกต.จะอ้างว่าเป็นคนละคำร้องกัน”

(มาตรา 72 เป็นข้อห้ามไม่ให้พรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง เช่น หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (3) เป็นบทบัญญัติรับรองว่า ถ้าพรรคการเมืองกระทำผิดตามมาตรา 72 มีโทษถึงยุบพรรค)

ทีมวิเคราะห์มองว่า เงินบริจาคที่พรรคอื่นรับมาจากการเลี้ยง น่าจะมีที่มาที่น่าสงสัยมากกว่า เพราะเป็นบริษัทที่มีผลประกอบการขาดทุนมาโดยตลอด แต่ทำไมจึงมีเงินบริจาคเป็นล้านๆ ซึ่งอาจเข้าข่ายมาตรา 72 และหรือมาตรา 29 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560

นายปิยบุตรกล่าวว่า เอกสารที่ได้มา เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าเป็นเอกสารจริง จะขอให้ศาลเปิดกระบวนการไต่สวน เรียกพยานเอกสารชุดนี้เข้ามาพิจารณาในศาล จะได้รู้ว่าสุดท้ายแล้ว กกต.ทำผิดขั้นตอนจริงหรือไม่ ถ้าทำผิดจริง เราจะฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามมาตรา 157 ซึ่งมีความผิดถึงขั้นเข้าคุก ถึงเวลาแล้วที่จะหยุดใช้องค์กรอิสระมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะที่ผ่านมาความน่าเชื่อถือของ กกต.มันต่ำตั้งแต่เริ่มแรกที่ไปเชื่อมโยงกับ คสช.แล้ว

“องค์กรอิสระต้องอิสระจากคณะรัฐประหารและผู้มีอำนาจทางการเมือง ไม่ใช่อิสระจากประชาชน ผมอยากให้ กกต.ทั้ง 7 คนไปส่องกระจกแล้วถามตัวเองว่ามีจิตสำนึกได้หรือยังว่ากำลงทำอะไรอยู่ อยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ กกต.ที่รู้สึกอึดอัด และทนกับพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ได้ ออกมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์”

มาตรฐาน ยุติธรรม ไม่มีมาตั้งแต่รัฐประหาร 2549 เมื่อพวกเขาสามารถเขียนรัฐธรรมนูญเองได้ เขียนกฎหมายให้ยุบพรรคการเมืองของคนเป็นแสนๆ ได้ ก็สามารถกำจัดคู่แข่งการเมืองได้ ประชาชนสามารถดูได้จากทุกคดีที่ผ่านมา ถ้าเขาสามารถปลดนายกฯ สมัคร สุนทรเวช จากข้อหาสอนทำอาหารออกโทรทัศน์ ทำรัฐประหาร และสังหารประชาชนกลางเมืองได้ ต้องคาดการณ์ไว้ก่อนว่า เขาจะทำได้ทุกอย่าง

ดังนั้น พรรคอนาคตใหม่ต้องเตรียมรับความ…อยุติธรรม สำหรับประชาชนจะลำบากสาหัสกว่าตั้งแต่ปัญหาอากาศ น้ำ การทำมาหากิน 10 ปีมานี้เป็นยุคของโจรปล้นร้านทอง ที่มีปืนเก็บเสียง ใช้อำนาจยิงคนไปทั่ว เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ มันทำได้ทุกอย่าง

ดูข่าวต้นฉบับ