มือปืนเปิดปาก เล่านาทีลั่นไกดับ พ่อส.ท.เอก สุดเลือดเย็นบอกยิงผิดตัวก็ไม่เสียใจ

Khaosod อัพเดต 09 ธ.ค. 2562 เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2562 เวลา 10.07 น.
พ่อส.ท.เอก

มือปืนเปิดปาก เล่านาทีลั่นไกดับ พ่อส.ท.เอก สุดเลือดเย็นบอกยิงผิดตัวก็ไม่เสียใจ ตร.คุมตัวทำแผน ญาติเหยื่อรุดดู ยังไม่ยอมบอกใครเป็นคนจ้างวาน

จากกรณีที่ นายอดิศักดิ์ ภู่เปี่ยม อายุ 78 ปี ข้าราชการเกษียณสังกัดกรมชลประทาน เจ้าของร้าน อ.สังฆภัณฑ์ (เจ๊อิม) ร้านขายสังฆภัณฑ์รายใหญ่ในตัวเมืองชัยนาท และเป็นพ่อของ นายเอกชัย ภู่เปี่ยม หรือ ส.ท.เอก สมาชิกสภาเทศบาลเมืองชัยนาท ถูกคนร้าย 2 คน ขี่จยย.ประกบยิง 2 นัด ขณะเดินออกกำลังกายที่บริเวณซอยชัยภรณ์ หมู่ 4 ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท จนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

พ่อส.ท.เอก / เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วยนายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ร่วมแถลงผลการจับกุม 2 คนร้ายในคดียิงเจ้าของร้านสังฆภัณฑ์เสียชีวิต เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา

คือ 1.นายเสนอ หรือดิน มีเอี่ยม อายุ 56 ปี มือลั่นไกเด็ดฆ่า และ 2.นายนพดล หรือตูมตาม คล้ายขำ อายุ 28 ปี คนขี่รถจักรยานยนต์และชี้เป้า ซึ่งติดตามจับตัวได้ในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชัยนาท ในความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืน โดยมิได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปโดยเปิดเผย หรือพาไปในชุมชนที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อนมัสการ หรือรื่นเริง การมหรสพ หรือการอื่นใด โดยไม่มีใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว

พร้อมของกลางสมุดบัญชีที่รับโอนค่าจ้าง คนละ 100,000 บาท และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการติดต่อผู้ว่าจ้าง 2 เครื่อง ที่ขณะนี้คนร้ายยังไม่ยอมบอกว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร แต่จากการสืบสวนเชิงลึกตำรวจมั่นใจว่า จะมีผู้ร่วมขบวนการที่จะทยอยออกหมายจับอีกไม่ต่ำกว่า 5 คน ส่วนจะมีคนมีสีเอี่ยวด้วยหรือไม่ยังขอปิดไว้เป็นความลับทางคดี แต่ส่งชุดสืบสวนประกบตัวไว้หมดแล้ว

จากนั้นจึงนำตัวทั้ง 2 คนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุในซอยไชยภรณ์ ต.บ้านกล้วย อ.เมืองชัยนาท โดยมีญาติผู้เสียชีวิตและประชาชนที่ให้ความสนใจเดินทางมาดูการทำแผนจำนวนมาก โดยนายเสนอให้การว่า ก่อนลงมือมาดูลาดเลาก่อนหน้า 1 วัน จากนั้นจึงตัดสินใจลงมือยิงในวันรุ่งขึ้น โดยเคยเห็นหน้าเหยื่อมาก่อน รู้เพียงลักษณะและเบาะแส เวลาที่ผู้ตายจะออกจากบ้านมาเดินออกกำลังกาย

เมื่อนายนภดล บอกว่า ใช่จึงลงมือยิง โดยลั่นกระสุนไป 2 นัด มั่นใจว่าเหยื่อตายแน่นอนจึงไม่ลงมายิงซ้ำ แล้วขับรถหนีไป และมีรถกระบะมารอรับพาหลบหนีไปซ่อนตัวจนถูกจับ ซึ่งตัวนายดินให้การว่า แม้จะรู้ภายหลังว่า ยิงผิดตัว ก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร

พล.ต.ต.ธนายุตม์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้นทราบว่า เป็นการยิงผิดตัวแน่นอน นั่นเป็นคำให้การของผู้ต้องหา ทางฝ่ายสืบสวนมีข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดว่าเป็นซุ้มไหน จะกวาดล้างให้หมด หากพยานหลักฐานมีถึงใครจะดำเนินคดีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม คดีนี้ยังไม่จบแค่นี้ยังมีอีกหลายคน

สำหรับประวัติคนยิงเคยจำคุกมาแล้ว 3 ครั้ง ข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์ในพื้นที่เดิมบางนางบวช และพื้นที่สามโก้ และลักทรัพย์ในพื้นที่อู่ทอง ส่วนคนขับรถจักรยานยนต์เคยถูกจับกุม 5 ครั้ง ประวัติโชคโชน สำหรับคดีนี้ได้รับว่าจ้างคนละ 1 แสนบาท แต่สารภาพว่ามาดูตัวก่อนแล้ว แต่ยิงผิดตัวเพราะลักษณะและบุคลิกของผู้ตายคล้ายกับเป้าหมายที่ต้องการยิง

พฤติการณ์ในการจับกุม เมื่อวันที่ 26 พ.ย. เวลาประมาณ 17.07 น. ขณะที่นายอดิศักดิ์ ภู่เปี่ยม อายุ 76 ปี (ผู้ตายในคดีนี้) เดินออกกำลังกายอยู่บนถนนเลียบคลองโพธิ์ ต.ในเมือง อ.เมืองชัยนาท ได้มีคนร้าย 2 คน ใช้ยานพาหนะเป็นรถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน โดยผู้ขับขี่สวมหมวกนิรภัย และผู้ซ้อนท้ายสวมหมวกไหมพรม ในลักษณะอำพรางใบหน้า ขับรถมาใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย จำนวน 2 นัด แล้วหลบหนีไป

ผู้ตายได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลชัยนาทนเรนทร และเสียชีวิต ในเวลาต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจึงร่วมกันตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ทำการสืบสวนหาข้อมูลและพยานหลักฐานจนกระทั่งสืบทราบได้ว่า คนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุในครั้งนี้ คือ นายเสนอ มีเอี่ยม และนายนภดล คล้ายขำ พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นต่อศาลจังหวัดชัยนาท เพื่อขอนุมัติออกหมายจับคนร้ายทั้ง 2 คนไว้ตามหมายจับดังกล่าว

ตำรวจสามารถติดตามจับตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนดังกล่าวได้ โดยเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. เจ้าพนักงานตำรวจจับตัว นายเสนอได้ที่ริมถนนอู่ทอง-บ้านกระจัน หมู่ 1 ต.กระจัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี สอบสวนนายเสนอ ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ร่วมก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยทำหน้าที่เป็นผู้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ แล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมนายนภดล ได้ที่สี่แยกถนนเมืองชัยนาท สอบสวนแล้ว นายนภดล ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ร่วมก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์ พานายเสนอไปก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย เจ้าพนักงานตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองชัยนาท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายสิรโชค ภู่เปี่ยม อายุ 45 ปี ลูกชายคนเล็ก ของผู้ตาย กล่าวว่า “ขอบคุณทุกหน่วยงานที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ ณ วันนี้พ่อแสดงให้ผมเห็นแล้วว่า สิ่งที่แกทำมาทั้งชีวิต แกไม่เคยมีลูกนักเลง แกไม่เคยมีลูกอันธพาล ทุกคนมางานศพแกด้วยความรัก ด้วยความดี ทำให้ความรู้สึกแค้นของผมหายไป ถ้าพอผมรับรู้ ถ้าพอพูดได้ ผมเชื่อว่าพ่ออโหสิกรรม แม้ว่าผมจะทำอะไรไปพ่อผมก็ไม่ฟื้นมาอยู่กับผมได้ ทำอะไรไปไม่มีประโยชน์แล้วผมขอให้จบ

ขอให้เคสแบบนี้จบที่พ่อผม อย่าให้เกิดอะไรๆอีกเลย ตอนนี้ครอบครัวผมสูญเสียที่สุดแล้ว สิ่งเล็กๆบางครั้งไปสะกิดใจ อย่างผมและพี่ผมรับได้ แต่ถ้าคำพูดหรือสื่ออะไรที่ไปสะกิดใจแม่ผมขอ อย่างไปสะกิดใจเขาเลยขอบคุณสื่อทุกสื่อขอบคุณทุกหน่วยงานที่ทำงานกันอย่างเต็มที่”

ดูข่าวต้นฉบับ