มีเงินในบัญชีเท่าไร ถึงเรียกว่า "คนรวย" ... ?

Stock2morrow อัพเดต 25 เม.ย. 2562 เวลา 06.28 น. • เผยแพร่ 25 เม.ย. 2562 เวลา 06.28 น. • Stock2morrow
มีเงินในบัญชีเท่าไร ถึงเรียกว่า
มีเงินในบัญชีเท่าไร ถึงเรียกว่า “คนรวย” … ?

เชื่อว่าคงมีหลายคนสงสัยคำจำกัดความของความรวยว่าต้องมีเงินเท่าไรถึงเรียกว่าคนรวย ในบทความเรื่อง how much money to be considered ‘rich’ ของเว็บไซด์ CNBC ได้อ้างอิงจากบทสำรวจหลายแห่ง ได้ข้อสรุปว่าบุคคลที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 1 แสนเหรียญ หรือประมาณ 3 ล้านบาทต่อปี เราจะนิยามคนเหล่านี้ว่า"คนรวย"  (มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 2.5 แสนบาท)

.

สอดคล้องกับบริษัททำวิจัย YouGov ได้สอบถามคนรุ่นใหม่ที่มีอายุมากกว่า 27 - 40 ปี แสดงความเห็นว่ากลุ่มบุคคลที่มีรายได้ต่อปีมากกว่า 3 ล้านบาท เราจะเรียกว่า "คนรวย" ซึ่งแสดงความเห็นในเชิงเห็นด้วยมีมากถึง 56% ในขณะที่ 34% บอกว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีฐานะปานกลาง คือไม่รวยและไม่จน

.

ในทางกลับกันนิยามของ "คนจน" คือกลุ่มคนที่มีรายได้ต่อปีต่ำกว่า 2 หมื่นเหรียญ หรือประมาณ 6 แสนบาทต่อปีนั้นเอง (มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 5 หมื่นบาท)

.

นอกจากนี้ YouGov ยังตั้งคำถามกับกลุ่มคนที่สำรวจอีกว่า "คุณคิดว่าตัวเองอยุ่ในกลุ่มคนรวย (Upper Class) หรือไม่" ซึ่งคำตอบกว่า 64% ตอบว่าตัวเองมีฐานะปานกลาง อีก 25% บอกว่าตัวเองมีฐานะจนและมีเงินไม่พอใช้ในแต่ละเดือน อีก 5% บอกว่าตัวเองรวย และอีก 6% บอกว่าไม่แน่ใจ

.

อย่างไรก็ตาม บทวิจัยแต่ละที่มีความแตกต่างกัน เช่น บทวิจัยของบริษัท YouGov สรุปว่าคนที่มีรายได้ 1 แสนเหรียญต่อปีถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของคนรวย
แต่สำหรับบทวิจัยของบริษัท Charles Schwab ซึ่งถือเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการลงทุนอันดับต้นๆของโลก แสดงความเห็นว่ากลุ่มคนรวย คือ บุคคลที่มีเงินในบัญชีเงินฝากมากกว่า 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 72 ล้านบาท ในขณะที่คนอเมริกาโดยเฉลี่ยมีเงินฝากในบัญชีประมาณ 8 หมื่นเหรียญต่อคน หรือประมาณ 2 ล้านบาทนั้นเอง

.

สรุปแล้วการนิยามความรวยแต่ละที่มีความแตกต่างกัน อยู่ที่มุมมองของแต่ละคนครับ …

.

แล้วคุณละ คิดว่าตัวเองมีฐานะอย่างไร ?

คอมเม้นต์เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

LINE@stock2morrow

ดูข่าวต้นฉบับ