มาแล้ว! สตาร์ทอัพรถกระบะไฟฟ้า

Money2Know เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2562 เวลา 00.08 น. • money2know - เงินทองต้องรู้
มาแล้ว! สตาร์ทอัพรถกระบะไฟฟ้า

Rivian สตาร์ทอัพพัฒนารถกระบะไฟฟ้า สัญชาติอเมริกัน เตรียมส่งรถ 2 รุ่นออกสู่ท้องถนนปลายปีหน้า หลังได้เม็ดเงินลงทุน 500 ล้านดอลลาร์จากบริษัทฟอร์ด และ 700 ล้านดอลลาร์จากอเมซอนดอทคอม

สตาร์ทอัพรายนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2552 และใช้เวลาเกือบ 10 ปีซุ่มพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า จนได้รับการขนานนามว่า “เทสลาแห่งรถกระบะ” และผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า Rivian จะกลายขึ้นมาเป็นคู่แข่งของเทสลา รวมถึงสามารถสร้างความหนาวๆ ร้อนๆ ให้ผู้ผลิตรถกระบะชื่อดังอย่างบริษัทเจเนอรัลมอเตอร์ส

ปัจจุบัน Rivian พัฒนารถขึ้นมา 2 รุ่น และรับพรีออเดอร์สำหรับส่งมอบปลายปี 2563 โดยเป็นรุ่น R1T ซึ่งเป็นรถกระบะ เริ่มต้นที่ราคา 69,000 ดอลลาร์ และรถเอสยูวี ซึ่งเริ่มต้นที่ราคา 72,500 ดอลลาร์ ทั้งสองรุ่นใช้เครื่องยนต์พละกำลัง 754 แรงม้า สามารถทำความเร็วจากศูนย์ถึง 100 ได้ในเวลา 3 วินาที และมีความเร็วสูงสูด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

รถทั้งสองรุ่นมีแบตเตอรี 3 อย่างให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นแบบ 105 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งสามารถวิ่งได้ถึงกว่า 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง หรือแบบ 135 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งสามารถวิ่งได้ถึง 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และแบบ 180 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งสามารถวิ่งได้ถึงกว่า 600 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

รถกระบะและเอสยูวีไฟฟ้า ออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่ที่มีไลฟ์สไตล์แบบแอคถีฟ หรือชอบท่องเที่ยว ชอบลุย ทั้งยังมาพร้อมความไฮเทคอย่างสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และสามารถขับเคลื่อนเองได้ระดับหนึ่ง

สำหรับ R.J. Scaringe ผู้ก่อตั้งและซีอีโอวัยเพียง 36 ปีของ Rivian แล้ว การผจญภัยเปรียบได้กับชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการออกไปป่าเขา แม่น้ำลำธาร ไปเล่นกอล์ฟ หรือพาครอบครัวออกไปกินข้าว

Scaringe เริ่มหลงรักยวดยานตั้งแต่เด็กๆ เพราะพอโตพอหยิบเครื่องไม้เครื่องมือได้ เขาก็ช่วยเพื่อนบ้านซ่อมรถปอร์เช พออยู่ระดับมัธยมเขาก็มีไอเดียที่จะสร้างรถของตัวเองแล้ว และไปหาความรู้ด้านนี้จนได้ปริญญาเอกด้านวิศวกรรมยานยนต์จาก Sloan Automotive Lab แห่งเอ็มไอที

Scaringe ใช้เวลาเกือบ 10 ปีในการพัฒนาเทคโนโลยี จัดทำแผนธุรกิจ สร้างองค์กร ตั้งซัพพลายเชน วางระบบการผลิต และฟอร์มทีมงาน รวมถึงวิศวกรและดีไซเนอร์ดรีมทีม เพราะสามารถดึงตัววิศวกรที่เคยทำงานกับ McLaren และดีไซเนอร์ลูกหม้อของ Jeep ให้มาร่วมงานด้วย

หลังจากฟอร์มทีมงานและซื้อโรงงานผลิตที่เคยเป็นของมิตซูบิชิ บริษัทได้เผยโฉมรถสองรุ่นที่มาพร้อมเครื่องยนต์ที่สามารถใช้ฟีเจอร์ Quad Drive เพื่อช่วยในการขับขี่ออฟโรด อย่างควบคุมความเร็วตอนหักเลี้ยว และลดความเร็วตอนขับผ่านก้อนหิน นอกจากนั้น ยังติดตั้งกล้อง เรดาร์ เซนเซอร์อัลตราโซนิค และจีพีเอสความแม่นยำสูง ที่เปิดโอกาสให้รถขับเคลื่อนได้เองตอนอยู่บนถนน

นอกจากนั้น ยังมีแพลทฟอร์มหรือแชสซีรูปทรงสเกตบอร์ดซึ่งเป็นที่เก็บแบตเตอรี ช่วงล่าง เบรก ส่วนภายในตัวรถตกแต่งลายไม้ หน้าปัดจอดิจิทัล หลังคามีที่เก็บเต้นท์

สำหรับรถเอสยูวีเป็นขนาด 7 ที่นั่ง 3 แถว พร้อมคอนโซลหน้าจอทัชสกรีน และมีจอทัชสกรีนที่นั่งผู้โดยสารแถว 2 เพื่อควบคุมอุณหภูมิด้วย

บริษัทคาดว่าจะส่งมอบรถทั้งสองรุ่นได้ 20,000 คันภายในปี 2564 ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นโลกคงมีโอกาสยลโฉมรถกระบะไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ