มรสุมโหมกระหน่ำ ซัด 'ลุงตู่เมาหมัด'

ฐานเศรษฐกิจ เผยแพร่ 24 ม.ค. 2563 เวลา 12.30 น.

 

มรสุมโหมกระหน่ำ

ซัด 'ลุงตู่เมาหมัด'

 

     รัฐนาวาลุงตู่รอบ 2 กำลังอยู่สภาวะอาการจมฝุ่นควันพิษ PM 2.5 เรือใหญ่เผชิญมรสุมใหญ่หลากหลายที่ถาโถมเข้าหาเป็นพายุบุแคมกันเลยทีเดียวในห้วงนี้

     เหมือนนักมวยที่ถูกต้อนเข้ามุม อยู่ที่จะตีกรรเชียงหนีรอดออกมาได้หรือไม่ หรือสลบแพ้พ่ายคาเวที ต้องติดตามอย่ากระพริบตา

     มรสุมลูกแรกที่พันกันมาตั้งแต่เศรษฐกิจโลกมีปัญหา ส่งผลกระเทือนมายังเศรษฐกิจไทย ค่าเงินบาทก็แข็งโป๊กจนเอกชนร้องระงมค้าขายไม่ได้

     แน่นอนทุกฝ่ายพุ่งเป้าไปที่การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล บริหารไม่เป็น ไร้ฝีมือ สะเปะสะปะ ไม่เป็นเอกภาพในทีมบริหารเศรษฐกิจขาดความต่อเนื่อง เล่นดนตรีคนละคีย์ ไม่ไปในภาพรวมทิศทางเดียวกัน ล้วนเป็นมุมสะท้อนไปหารัฐบาลทั้งสิ้น

     มรสุมถัดมาพิษภัยแล้งแสนสาหัสในทุกพื้นที่ ลุ่มนํ้าเจ้าพระยาขาดนํ้า นํ้าทะเลหนุนสูง พื้นที่ผืนทำนาข้าวเสียหายแน่นอนไม่ต่ำกว่า 3 ล้านไร่ ที่สำคัญภัยแล้งยังไปกระทบพื้นที่ลงทุนในภาคตะวันออกที่เป็นฐานลงทุนหลักของต่างชาติ และรัฐบาลกำลังหมายมั่นปั้นมือเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี เมื่อขาดนํ้าแรงจูงใจในการลงทุนของต่างชาติก็ลดน้อยถอยลง ทางภาคเอกชนถึงขนาดเตรียมแผนกลั่นนํ้าทะเลมาใช้กันแล้ว อันเนื่องมาจากพื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ใหญ่ในการลงทุนและท่องเที่ยวชื่อก้องโลกอย่างพัทยา แน่นอนภัยแล้งทำให้จังหวะก้าวอีอีซีอาจสะดุด นักลงลงทุน นักท่องเที่ยวอาจต้องยืดเวลาในการตัดสินใจออกไป

 

     มรสุมถัดมาเป็นโรคอุบัติใหม่ จากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่อุบัติมาจากมณฑลอู่ฮั่น ประเทศจีน แต่โรคหรือไวรัสเป็นที่รู้กันดีว่ามันไร้พรมแดน ตอนนี้กำลังแผ่ขยายลุกลามไปทั่วโลก จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และในไทยพบผู้ติดเชื้อ 4 ราย เดินทางมาจากประเทศจีน พบผู้ติดเชื้อใน นครปฐม 1 คน กระบี่ 1 คน กทม.และปริมณฑล 2 คน และต้องไม่ลืมว่าช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้จะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้ามาเป็นหมื่นเที่ยวบิน ถ้ารัฐบาลไม่มีมาตรการที่เพียงพอจัดการปัญหาไม่ให้ขยายวง จำกัดพื้นที่การแพร่กระจายของไวรัสได้ ก็จะมีผลกระทบรุนแรง ทั้งในด้านการท่องเที่ยว และสาธารณสุขหากควบคุมได้ไม่ดีพอ

     มรสุมถัดมา ฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 ที่รุนแรงขึ้นไม่เฉพาะกทม.ที่เป็นเมืองหลักทางเศรษฐกิจ แต่จังหวัดรอบๆ อื่น สุพรรณบุรี ปราจีนบุรี ที่มีการเผาอ้อยเพื่อปลูกใหม่ ทำให้ปริมาณ PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน เฉพาะ กทม.เกินค่ามาตรฐานต่อเนื่องกันมาหลายวัน หลายคนอยากเห็นมาตรการแก้ปัญหาที่เป็นระบบ กระทั่งการใช้ยาแรงที่จำกัดสิทธิของคนในบางด้านก็ควรที่จะทำ มีแต่ไล่จับรถควันดำ สั่งผู้ว่าดูแลทั่วประเทศ

     อันที่จริงเรื่องนี้ก็น่าเห็นใจรัฐบาลลุงตู่ การแก้ปัญหาฝุ่นควันพิษร้ายนี้ ควรเป็นสำนึกร่วมของทั้งสังคมที่ต้องไม่ปล่อยให้เป็นภาระรัฐบาลตามลำพัง ทุกคนต้องสำรวจตัวเองเป็นเบื้องแรกว่ามีส่วนทำให้เกิดฝุ่น ควันพิษในจุดไหน และลด ละ เลิก หรือจำกัดตัวเองให้มีส่วนกระทำในการเกิดฝุ่นพิษให้น้อยที่สุด

     มรสุมที่หนักหน่วงประการสุดท้าย ที่ลุงตู่ยังมึนๆ งงๆ เรื่องงบประมาณปี 2563 ที่เดิมวาระปกติต้องใช้เงินงบประมาณปี 2563 มาตั้งแต่สิ้นกันยาย ปี 2562 แต่หลังจากมีการเลือกตั้งมีนาคม 2562 ตั้งรัฐบาล กรกฎาคม 2562 เรื่อยไล่มาก็มีการเร่งดำเนินการกันมาจะเสร็จ จะได้ใช้อยู่รอมร่อในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ก็มีเหตุให้สะดุดติดขัด อันเนื่องมาจาก ส.ส.ที่ขาดสำนึกและความรับผิดชอบใช้บัตรประจำตัวกดโหวตแทนกัน

     “จะไปโทษว่าคนมาร้องไม่ได้ แต่ต้องดูเหตุจากการกดบัตรแทนกัน เจ้าตัวผู้ได้รับสิทธิไปเป็นปากเสียงแทนประชาชนกลับนำสิทธิที่ให้ไปให้คนอื่นใช้แทน หยามหยันประชาชนผู้ให้สิทธินั้นไป”

 

     ผลของการกระทำ นำมาสู่การยื่นตีความกฎหมายงบประมาณปี 2563 โมฆะหรือไม่ โมฆะทั้งฉบับหรือบางมาตรา นำมาโหวตกันใหม่ได้หรือไม่ หรือเกินระยะเวลา 105 วัน การพิจารณาของส.ส.หรือไม่ จะใช้ฉบับไหนของงบที่ผ่านการแปรญัติสุดท้ายหรือร่างเดิม ล้วนเป็นปัญหาให้ชวนปวดหัวทั้งสิ้น

     แน่นอนเมื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความก็จำต้องใช้เวลา เมื่อต้องใช้เวลาก็หมายความว่างบลงทุนที่ถือเป็นเครื่องมือสุดท้ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างน้อย 5-6 แสนล้านบาทต้องชะลอออกไป จากที่กะเก็งไว้เดือนมีนาคม นํ้าเริ่มไหลจากท่อก็กลับมาสะดุดอีกครั้ง

     มรสุมลูกนี้เรียกได้ว่าใหญ่สุดสำหรับรัฐบาลในยามนี้ ภาคเอกชนถึงกับบ่นว่า “ปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นจากคนเพียงกลุ่มเดียวกำลังทำให้เศรษฐกิจทั้งระบบของประเทศพัง อยากให้นักการเมืองมองประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศเป็นหลักก่อน เวลานี้หลายกลุ่มอุตสาหกรรมต่างมองว่าถ้าไตรมาส 2 ยังปลุกเศรษฐกิจรวมไม่ฟื้น เศรษฐกิจไทยเข้าขั้นต่อท่อหายใจแน่ ถ้าเงินงบประมาณไม่ลงระบบ การจับจ่ายไม่เกิด ไม่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมต่อเนื่องไม่ขยับ เศรษฐกิจก็ขับเคลื่อนลำบาก”

     เจอมรสุมไปหลายลูก ต่อเนื่องตามกัน ทำให้รัฐบาลลุงตู่รอบ 2 นี้ออกอาการเมาหมัด ไม่นับรวมการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมาถึง แต่ที่ยังไม่ให้นํ้าหนักเพราะฝ่ายค้านยังไม่เผยหมัดเด็ด ซึ่งอาจไม่มีก็ได้ แค่ตะโกนโหวกเหวกสร้างราคาเป็นลิเกหน้าม่านไปเท่านั้น

     ลำพังส.ส.ไม่สำนึกหน้าที่เสียบบัตรแทนกัน ทำพ.ร.บ.งบประมาณสะดุด ก็ต้อนให้ลุงตู่เข้ามุมอับแล้ว

     ต้องดู ลุง จะตีกรรเชียงหนีจากมุมได้หรือไม่ !!!

ดูข่าวต้นฉบับ