มรดกทางวัฒนธรรมในช่วงกักตัวจากโควิด-19 - ลัดเลาะรอบโลก

LINE TODAY เผยแพร่ 07 เม.ย. 2563 เวลา 00.45 น. • Pannaput J.

เมื่อเกิดปัญหา มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่จะพยายามหาหนทางปรับตัว เพื่อให้ดำเนินชีวิตได้ต่อไป โควิด-19 ก็เป็นอีกหนึ่งวิกฤติที่ทำให้มนุษย์ได้งัดเอาพลังความคิดสร้างสรรค์มาใช้อีกครั้งหนึ่ง อย่างที่ทราบกันดีว่า แต่ละประเทศมีการรับมือ การจัดการ และการแก้ปัญหาต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นแตกต่างกันออกไป เช่นเดียวกันเมื่อแต่ละที่ล็อกดาวน์ประเทศไม่ให้ผู้คนออกจากบ้าน เพื่อสร้างระยะห่างทางสังคม และหยุดการแพร่เชื้อ ช่วงนี้ถือเป็นนาทีทองที่เราจะได้เห็น “วัฒนธรรมจากการกักตัว” ของแต่ละประเทศ อย่างเช่นที่โด่งดังในอิตาลี่ ก็คือมีการเล่นคอนเสิร์ต หรือกระทำการมหรสพต่าง ๆ ผ่านระเบียงบ้าน ประเทศอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกันที่ในช่วงนี้ได้ค้นพบว่าอะไรคือสิ่งอันเป็นที่รักของตัวเอง ตามไปดูกันว่า การกักตัวได้สร้างอะไรขึ้นมาในแต่ละประเทศบ้าง

ฝรั่งเศส 

อะไรคือฝรั่งเศสที่ไม่มีเบเกอรี? แม้ว่าแฟชั่นจะมาแล้วไป แต่ขนมปังฝรั่งเศส หรือที่เรารู้จักกันในชื่อบาแก็ตนั่นไม่เคยหายไปไหน แม้จะเป็นในช่วงโรคระบาดก็เช่นเดียวกัน อย่างที่ทราบกันดีว่า มาตรการการรับมือกับโควิด-19 ที่เป็นที่นิยมของประเทศต่าง ๆ ก็คือการล็อกดาวน์ประเทศ ประกาศไม่ให้ผู้คนออกจากบ้านหากไม่จำเป็น มาตรการนี้จึงส่งผลไปถึงร้านรวงต่าง ๆ ธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องหยุดทงาน ฝรั่งเศสก็ตอบรับมาตรการเหล่านี้ แต่ยกเว้น ร้านขนมปังอันเป็นที่รักของทุกคนที่ยังเปิดอยู่ ทำให้ทุก ๆ เช้าของฝรั่งเศส ในช่วงนี้จึงได้กินหอมของขนมปังเพิ่งอบเสร็จใหม่ ๆ ไปทั่วเมือง  

เช่นเดียวกับในปารีส ไวน์ก็เป็นสิ่งล้ำค่าพอ ๆ กับผลิตภัณฑ์ล้างมือ แต่อย่างที่ทราบดีว่าคนฝรั่งเศสไม่สามารถกินข้าวโดยปราศจากไวน์ได้ พอ ๆ กับที่ชีวิตขาดขนมปังไม่ได้ ดังนั้นทำให้เกิดการปรับตัวของธุรกิจไวน์ โดยจะส่งไวน์ไปยังบ้านต่าง ๆ โดยใชชื่อว่า “แพ็กเพื่อการอยู่รอด” โดยจะส่งจำนวน 6 หรือ 12 ขวดไปยังสถานที่กักตัวต่าง ๆ 

แม้ว่า โควิด-19 จะทำให้การทักทายอันเลื่องชื่อของฝรั่งเศสอย่างการ จุ๊บที่แก้ม ไม่สามารถทำได้เพราะต้องมีระยะห่างทางสังคม แต่ไม่สามารถปิดกันความสุขในการกินอาหารของชาวฝรั่งเศสได้ 

เยอรมัน 

สิ่งที่ถือว่าเป็นตำนาน เป็นที่เลื่องชื่อของเบอร์ลิน แต่ด้วยในช่วงนี้รัฐบาลได้สั่งห้ามการอยู่ร่วมกันเกิน 2 คน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ปาร์ตี้หรือชีวิตกลางคืนหายไป เพราะสถานที่ที่จัดปาร์ตี้ก็คือบ้านนั่นแหละ โดยสามารถเข้าไปในใน UWS หรือ United We Stream โดยเว็บไซต์นี้มีรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน มีคลับ และสถานที่จัดคอนเสิร์ตกว่าสองร้อยกว่าแห่งเข้าร่วม โดยมีความต้องการที่จะยังทำให้ปาร์ตี้ต่าง ๆ ยังคงอยู่ในช่วงโรคระบาดเช่นนี้ โดยทุก ๆ วัน ก็จะมีการถ่ายทอดสด มี DJ จากคลับที่ก็ต้องกักตัวอยู่บ้านเหมือนกันมานั่งเปิดเพลงให้ทุกคนฟัง บางคลับที่ในช่วงปกติเราอาจจะต้องไปเข้าคิวรอเพื่อเข้าไป การต่อคิวก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว ทั้งนี้เอง คนที่เข้าไปดูก็อาจจะช่วยบริจาคให้กับศิลปิน เพื่อช่วยเหลือเรื่องรายได้ในยุควิกฤติแบบนี้ด้วย บอกเลยว่าแม้ โควิด-19 ก็ไม่สามารถทำลายจิตวิญญาณไนท์ไลฟ์ในเบอร์ลินได้ 

อินเดีย

เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ประกาศล็อกดาวน์ประเทศจำนวน 21 วัน สำหรับอินเดียที่ขึ้นว่าเป็นประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 2 โดยคำสั่งนี้มีผลทำให้ประชาชนกว่าพันล้านคนต้องอยู่บ้าน การเปลี่ยนแปลงเรื่องการต่อคิวของคนอินเดียไม่ใช่เรื่อวเดียวที่เปลี่ยนไปในช่วงนี้ ในประเทศที่คนเยอะมากมาย ที่ไม่แทบจะไม่เคยเห็นภาพคนยืนห่างกันเลย เพราะเบียดกันตลอด แต่ตอนนี้เราก็ได้เห็นภาพ คนต่อคิวซื้อของ รวมไปถึงคนอินเดียที่ยืนอยู่ในวงกลมทิ้งระยะห่างแก่กันหน้าร้านขายของแล้ว โดยเริ่มต้นจากร้านค้าต่าง ๆ ที่เริ่มจะสอนให้คนอินเดียยืนห่างกัน เพื่อรักษาระยะห่าง และก็สร้างคิวโดยการมีตัวเลข และวงกลมอยู่ที่พื้นของร้าน อีกทั้งทุก ๆ การโทรศัพท์ จะมีเสียงรอสายที่มาบอกถึงความสำคัญของการปิดปากขณะที่ไอ และการล้างมือ แต่กิมมิกของสิ่งนี้อยู่ที่ว่ามันเป็นวิดีโอที่ผู้สร้างมาในแบบบอลลีวูดมีทั้งร้องและเต้นนั่นเอง ถือว่าเป็นการนำเอาสิ่งที่คนชื่นชอบมาเป็นสื่อกลางเพื่อสร้างความตระหนักในสังคมได้อย่างดีเยี่ยม

อังกฤษ 

ถือว่าเป็นสิทธิตั้งแต่เกิดของชาวอังกฤษเลยที่ทุกคนจะต้องไปผับ ด้วยจิตวิญญาณนี้เลยทำให้เกิด ผับเสมือนจริง ขึ้นมาอย่างมากมาย นอกจากปาร์ตี้ทั่ว ๆ ไปแล้ว ปาร์ตี้วันเกิดก็สามารถออนไลน์ได้เช่นกัน แม้ว่าจะล็อกดาวน์ รักษาระยะห่างทางสังคม แต่คนอังกฤษก็ยังปาร์ตี้ได้เสมอ

ออสเตรเลีย

ชาวออสเตรเลียนั้น ชอบที่จะมีกิจกรรมเอาท์ดอร์ โดยเฉพาะการออกไปตั้งแคมป์ แต่ด้วยสถานการณ์เช่นนี้จึงไม่สามารถทำให้มีกิจกรรมเช่นนี้ได้ แต่โควิดก็ไม่สามารถปิดกั้นได้ เมื่อมีการออกมาให้ผู้คนนั้นลองเอาเต๊นท์ของตัวเองมาตั้งที่สวนหลังบ้าน ในห้องนั่งเล่น หรือที่ต่าง ๆ ในบ้าน และก็ให้มาเอนจอยก็ถ่ายทอดสดธรรมชาติของออสเตรเลียจากที่ต่าง ๆ ได้ รวมไปถึงการแสดงโอเปร่า ที่ชาวออสเตรเลียก็สามารถชมผ่านทางออนไลน์ได้เช่นเดียวกัน

เกาหลี

ถือว่าฮอตอิตมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับการทำกาแฟที่เรียกว่า dalgona coffee เป็นเมนูกาแฟที่นำกาแฟไปผสมกับน้ำตาล ใส่น้ำร้อนเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ส่วนผสมละลาย และนำมาตีจนเกิดเป็นมูสนุ่ม เทลงนมสดเย็น ซึ่งเมนูนี้เกิดขึ้นในช่วงที่เกาหลีล็อกดาวน์ประเทศ จึงทำให้มีคลิปวิดีโอทำเมนูนี้เต็มโซเชียลไปหมด อย่างที่ทราบกันดีว่า สังคมของคนเกาหลีนั้นคือการพบปะกันตามร้านกาแฟ เกาหลีเป็นประเทศที่มีจำนวนคาเฟต่อประชากรเยอะที่สุดในโลก และการไม่ได้ไปคาเฟ่เหมือนตอนช่วงสถานการณ์ปกติ สิ่งที่ปลอบประโลมได้ก็คือการทำเมนูกาแฟที่ทำตามได้ง่าย ๆ นั่นเอง จึงทำให้เกิดสถานการณ์ dalgona coffee ฟีเวอร์นั่นเอง

อีกสิ่งที่ฮิตไม่แพ้กัน ก็คือมีการเขียนโน้ตขอบคุณคนทำงาน ซึ่งสร้างเป็นของขวัญและกำลังใจให้ผู้คนเหล่านั้นที่ทำงานหนักแทนคนอื่น ถือว่าเป็นโมเมนท์น่ารัก ๆ ในช่วงสถานการณ์วิกฤตนี้นั่นเอง 

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ โควิด-19  ทำให้มันเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะแท้จริงแล้ว มนุษย์ต่างหากที่เป็นผู้ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น แม้ว่าสถานการณ์จะดูตึงเครียด แต่เราก็ได้เห็นเช่นเดียวกันว่ามนุษย์นั้นไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาที่เกิดขึ้น พยายามจะปรับตัวให้ได้มากที่สุด ฉะนั้น เราจะต้องผ่านมันไปด้วยกันจนได้อย่างแน่นอน :) 

อ้างอิง

1